ทลาย ‘องค์กรลับ’ ไล่ฆ่า บุกจับ 8 นักเรียน-นักเลง ยิงครูเจี๊ยบ-น.ศ.อุเทนฯ ตะลึงสมาชิกเกือบ 100 คน

ผ่านมากว่า 2 สัปดาห์ คดีนักเรียน-นักเลงไล่ฆ่ากลางกรุง จน น.ส.ศิรดา สินประเสริฐ หรือครูเจี๊ยบ ครูสอนคอมพิวเตอร์จากโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ถูกลูกหลงเสียชีวิต และนายธนสรณ์ หรือหยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี นักศึกษาอุเทนถวายบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

คดีนี้ตำรวจระบุว่าเป็นฝีมือ ‘องค์กรอาชญากรรม’ กระทำเป็นขบวนการไล่ฆ่าเก็บแต้มนักเรียนต่างสถาบัน มีทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันให้ความช่วยเหลือ

ในที่สุดตำรวจก็สามารถจับกุมคนร้ายได้ ซ้ำยังกระชากหน้ากาก ‘องค์กรลับ’ ออกมาให้สังคมได้รับรู้

ทลายองค์กรลับนักเรียน-นักเลง

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูนสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย และ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ปนาถพล ปุณศรี รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ รอง ผบก.น.5 รรท. ผกก.3 บก.สส.บช.น. นำกำลังกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น., บก.น.5 และ สน.ทุ่งมหาเมฆ กระจายกำลังตรวจค้นพื้นที่ 5 จุด ควบคุมผู้ต้องหา 8 คน

ประกอบด้วย 1. นายวรงชัย กัณฑ์ศรี อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 1072/2566 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ถูกจับกุมบริเวณหน้าบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.5 ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

2. นายพฤฒิพล หรือเอย ราชญาณ อายุ 22 ปี ถูกจับกุมบริเวณหน้าตึก 5 เคหะเอื้ออาทรบางบัวทอง ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

3. นายวุฒิพงษ์ ผลคำ อายุ 25 ปี

4. นายสัญปกรณ์ พรรณานนทศักดิ์ อายุ 24 ปี

5. นายสหัสวรรษ ภักดีนอก อายุ 23 ปี

6. นายจิรายุส สุวรรณศุภ อายุ 23 ปี

7. นายธนากร พันทองคำ อายุ 22 ปี

และ 8. นายอภิเดช นาคประกอบ อายุ 21 ปี

ผู้ต้องหาที่ 3-8 ถูกจับกุมขณะมั่วสุมภายในที่บ้านพักหลังหนึ่งภายในซอยวงศ์สว่าง 19 แยก 2 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ โดยการสืบสวนพบว่านายวรงชัย เป็นคนร้ายที่ร่วมวางแผนและขี่จักรยานยนต์พามือปืนไปยิงนายธนสรณ์หรือน้องหยอดจนกระสุนถูกครูเจี๊ยบเสียชีวิต

ส่วนนายพฤฒิพลเคยก่อเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์ให้คนร้าย (ถูกจับได้ก่อนหน้านี้) ก่อเหตุกราดยิงใส่นักศึกษาอุเทนถวาย บริเวณหน้าคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา เป็นคนเดียวที่ยังหลบหนีอยู่ และยังเป็นผู้ช่วยวางแผนและช่วยเหลือกลุ่มคนร้าย โดยเป็นเหรัญญิกรวบรวมเงินของกลุ่มขบวนการ

ซึ่งทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ

น.ส.ศิรดา สินประเสริฐ ครูเจี๊ยบ

วันเดียวกัน พล.ต.ท.ธิติยังให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ร่วมกับ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบรถยนต์โตโยต้าแวน 4 ประตู สีเขียว ทะเบียน ขจ 9707 ชลบุรี ที่ถูก สภ.ไทรน้อยอายัดไว้ หลังพบจอดทิ้งไว้บริเวณริมคลองหนึ่ง ม.6 ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี คาดว่าใช้เป็นพาหนะในการรับมือปืนที่ก่อเหตุยิง น.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ และนายธนสรณ์ หรือหยอด ถูกนำมาจอดซุกซ่อนไว้

ปฏิบัติการครั้งนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ให้ใช้ “มาตรการเด็ดขาด” พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการให้ บช.น. เร่งรัดสืบสวนและจับกุมคนร้ายโดยเร็วเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และเป็นที่สนใจของประชาชน และคนร้ายมีจิตใจโหดเหี้ยมลักษณะเป็น ‘องค์กรอาชญากรรมแบบมือปืน’

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. จึงเรียกระดมกำลังสืบสวนติดตามคนร้ายชนิดแบบขุดรากถอนโคน จากการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดกว่า 1,000 ตัว ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล

จนพบรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ ซึ่งคนร้ายพยายามลบร่องรอยการติดตามเกือบทุกขั้นตอน

อีกทั้งคนร้ายได้ลักแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ 2 แห่ง ในพื้นที่ สน.ดินแดง และ สน.ประชาชื่น เพื่อใช้ในการตบตาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทิ้งจุดเพื่อหลอกล่อให้ชุดสืบสวนเข้าใจผิดหรือหลงประเด็น และเปลี่ยนสีรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุจากสีแดง เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน พร้อมทั้งเปลี่ยนเครื่องแต่งกายของคนร้ายทั้งหมด

และมีคนร้ายอีกหลายคนให้การช่วยเหลือ

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงจัดทีมวิเคราะห์เส้นทางหลบหนี พร้อมเอาแฟ้มข้อมูลแผนประทุษกรรมกลุ่มบุคคลในเครือข่ายก่อนหน้าเพื่อเชื่อมโยงพบมีลักษณะก่อเหตุของคนร้ายคล้ายคลึงกัน คนร้ายแบ่งขั้นตอนวางแผนดูเส้นทางเข้าที่เกิดเหตุ เส้นทางหลบหนี ที่พักคอย จุดเปลี่ยน และตระเตรียมจุดที่ลงมือ

จนพบพยานหลักฐานยืนยันกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มคู่อริมีผู้ร่วมขบวนการไม่ต่ำกว่า 5 คน สืบทราบแหล่งเซฟเฮาส์อีก 4 แห่ง วงศ์สว่าง 19 เป็นเซฟเฮาส์ทำกิจกรรมจนนำมาสู่การบุกจับกุมดังกล่าว

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สอบคนร้าย

น1.เผยมีสมาชิกเกือบร้อย

ต่อมา พล.ต.ท.ธิติเข้าสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย พร้อมเผยว่า ตำรวจสืบสวนหาพยานหลักฐาน จนพบว่าผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้ กระทั่งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ นำไปสู่การตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด 6 หมายค้น 5 หมายจับ จับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ 8 คน

1 ในนั้นเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ 1 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาสองส่วน คือส่วนที่เป็นกลุ่มร่วมกันฆ่าผู้อื่น และอีกส่วนคือกลุ่มที่สมคบ และให้การสนับสนุน ซ่องสุม โดยส่วนนี้เจ้าหน้าที่จะสอบสวนเพิ่มเติม หากมีข้อหาที่เกี่ยวข้องจะแจ้งในภายหลัง โดยยังมีบางส่วนที่หลบหนีอยู่ สำหรับตัวมือยิงนั้น ตำรวจจะตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหาความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อใช้ยืนยันตัวว่าบุคคลใดคือผู้ลั่นไก

นอกจากนี้ ยังพบว่าหนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุม มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงนักศึกษาอุเทนถวาย ที่หน้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบว่าคดีนี้มีแผนประทุษกรรมคล้ายคลึงกันกับเหตุการณ์ครั้งนั้น

บุกจับคาเซฟเฮาส์

พล.ต.ท.ธิติระบุว่า คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่ส่วนใหญ่จะพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา ไม่มีงานทำ และสร้างโลกเสมือนจริงขึ้นมาหาคนเข้ามาสนับสนุนตั้งกลุ่มขึ้น โดยจะหานักศึกษาที่เคยเป็นสถาบันที่ตัวเองเคยศึกษามาก่อนในโลกความเป็นจริง คนเหล่านี้ไม่มีสถานภาพอะไรทั้งสิ้น

แต่เมื่ออยู่ในโลกเสมือนจริงจะสร้างตัวตนขึ้นมา และชักชวนให้ผู้อื่นมาเข้ากลุ่มโปรโมตกลุ่ม สร้างคุณค่าให้คนที่เข้ามา จนทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น คนที่จับมาส่วนใหญ่เป็นคนที่ถูกให้พ้นสภาพนักศึกษา มีที่ยังศึกษาอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

“บุคคลกลุ่มนี้เคยสร้างสถานการณ์ย่าน บก.น.3 และมีนบุรี ก่อนจะมาก่อเหตุยิงน้องหยอด และครูเจี๊ยบ เพื่ออำพรางอะไรบางอย่าง ถือเป็นองค์กรอาชญากรรมขนาดเล็ก ซึ่งขณะนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มีคำสั่งให้หาแนวทางป้องกันเอาไว้แล้วทั่วประเทศ เพราะคนกลุ่มเรียนรู้จากแผนประทุษกรรมเดิมที่เคยก่อเหตุมาปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นเพื่อไม่ให้ถูกจับกุมได้ง่าย ไม่หนักใจหากที่ผ่านมาเมื่อจับกุมคดีประเภทนี้ศาลจะยกฟ้อง เชื่อว่าตำรวจจะต้องทำพยานหลักฐานให้หนักแน่น และหากครบถ้วนและมีความผิด ศาลก็จะลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม” ผบช.น.กล่าว

เบื้องต้นพบตั้งแต่ปลายปี 2565 ถึงต้นปี 2566 คนกลุ่มนี้พัฒนารูปแบบการก่อเหตุ สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ สวมเสื้อผ้าหน้าเพื่อปิดบังรูปร่างที่แท้จริง ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางที่คนกลุ่มนี้ใช้ก่อเหตุ และเชื่อว่ามีบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง เป็นแกนนำในการก่อเหตุ และจะต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมดไม่ควรมีพื้นที่ในสังคม

ส่วนเรื่องความเชื่อว่า หากสังหารได้ 1 คนจะมีการปั๊มเฟืองที่ร่างกายผู้ยิง 1 ครั้งนั้น พล.ต.ท.ธิติระบุว่า กลุ่มนี้มีความพยายามในการสร้างตัวตนขึ้นมาเป็นแบบแผน จากการตรวจค้นบ้านพัก พบว่ามีการนำรูปของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งก่อนๆ ที่เป็นนักศึกษาในรั้วสถาบันของตัวเองมาติด เพื่อสร้างความฮึกเหิมให้กับผู้ที่อยู่ในกลุ่ม

ส่วนตัวมองว่ายังไม่เข้าข่ายลัทธิความเชื่อ เป็นเพียงคนที่สร้างโลกเสมือนขึ้นมาแล้วให้ผู้อื่นไปก่อเหตุโดยใช้สัญลักษณ์ของสถาบันการศึกษาเท่านั้น

สำหรับนายวิน ที่รายงานข่าวเชื่อว่าคือมือลั่นไกนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัว อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นพบว่ากลุ่มนี้มีจำนวนถึง 80 กว่าคนด้วยกัน

พล.ต.ต.ธีรเดชเผยว่า จากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของตำรวจที่ผ่านมา กล่าวได้เลยว่ามีการพัฒนาจนเกินกว่า “องค์กรอาชญากรรม” ไปแล้ว ไม่ใช่แค่ขี่รถมาก่อเหตุ แต่มีการวางแผนกันเป็น 10 คน ยิ่งกว่าในภาพยนตร์ มีรุ่นพี่ผู้ผ่านประสบการณ์เป็นพี่เลี้ยง มีกองทุนเพื่อไว้หาอุปกรณ์ก่อเหตุ กองทุนไว้ประกันตัว จ้างทนายมาต่อสู้คดี

 

และที่เห็นจะเลวร้ายที่สุดคือเมื่อมีคนถูกจับได้ พอถึงชั้นเบิกความจะตามพรรคพวกมานั่งฟังการไต่สวนของชุดสืบสวน นำข้อมูลไปพัฒนารูปแบบการก่อเหตุไม่ให้โดนจับได้อีก

มันไม่ใช่เรื่องที่เราในสังคมจะมองข้ามกันได้แล้ว เพราะมันลุกลามบานปลายมาจนมีผู้บริสุทธิ์ต้องมาเผชิญชะตากรรมเลวร้ายจากกลุ่มบุคคลนี้

หลังการเข้าตรวจค้นแหล่งซ่องสุม ต.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ตำรวจขอศาลออกหมายจับ หนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุยิงน้องหยอดและครูเจี๊ยบเพิ่มเติมอีกราย รวมแล้วมีผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 ราย จากทั้งหมด 6 ราย ที่มีส่วนร่วม จำนวนนี้จับกุมแล้ว 1 ราย คุมตัวมาสอบปากคำเมื่อเช้าที่ บก.สส.บช.น. แต่รายล่าสุดเกิดอาการช็อกขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัว ต้องเร่งนำส่งห้องไอซียูของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ยังไม่สามารถแจ้งข้อหาได้

ส่วนรายละเอียดการเข้าตรวจค้นแหล่งซ่องสุม ยังคงต้องตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง

ขณะเดียวกันมารดาของนายสัญปกรณ์ หนึ่งในผู้ต้องหาเผยว่า ลูกชายเรียนวิศวะ ปี 3 เทคโนโลยีปทุมวัน ยอมรับว่า ตกใจถึงขั้นขนลุก และไม่เชื่อว่าลูกชายจะอยู่ในกระบวนการนี้

ปกติลูกชายอยู่กับพ่อที่กรุงเทพฯ แต่ไปพักที่หอพัก นานๆ จะกลับบ้านที่บุรีรัมย์ ปกติลูกชายจะเป็นคนขี้ขลาด ขี้กลัว ตอนนี้อายุ 24 ปี เวลาแม่ด่ายังร้องไห้เลย โอกาสที่จะไปก่อเหตุยิงคนหรือร่วมขบวนการนั้น เป็นไปไม่ได้แน่นอน

ที่ผ่านมาลูกชายเล่าให้ฟังเสมอว่า พยายามเลี่ยงขึ้นรถเมล์ เพราะมักจะมีเรื่องกันเป็นประจำ ลูกชายจะขึ้นรถ ปอ. เพื่อหลีกเลี่ยง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นการเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่ และอยากให้มีการสอบสวนอย่างละเอียด ให้ความเป็นธรรมกับลูกชายด้วย เพราะแม่เลี้ยงมา รู้นิสัยลูกเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ผลการสืบสวนสอบสวนคดีนี้จนนำไปสู่การเปิดโฉมองค์กรลับที่ออกไล่ล่านักเรียนนักศึกษาอาชีวะ ได้สร้างความตื่นตะลึง และหวังว่าตำรวจจะเดินหน้าขุดรากถอนโคน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม