‘ศิโรตม์’ ถาม ‘โรม’ ตอบ จะทำยังไง ถ้า ‘ก้าวไกล’ ถูกถีบพ้นรัฐบาล?

เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี

 

‘ศิโรตม์’ ถาม ‘โรม’ ตอบ

จะทำยังไง ถ้า ‘ก้าวไกล’ ถูกถีบพ้นรัฐบาล?

 

หมายเหตุ บทสนทนาว่าด้วยสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลระหว่าง “ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์” กับ “รังสิมันต์ โรม” ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ในรายการ “มีเรื่องมาเคลียร์ by ศิโรตม์” เผยแพร่ทางช่องยูทูบมติชนทีวี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม

 

ศิโรตม์ : ฝั่ง ส.ส.-ส.ว. บางกลุ่มพยายามไล่ก้าวไกล (ออกจากการเป็นรัฐบาล) เพื่อไทยก็บอกว่าก้าวไกลต้องเป็นคนพูดเอง ตัดสินใจเอง (ในเรื่องนี้) ถ้า 4 สิงหาคม มีการเลือกนายกฯ วันที่ 2 หรือ 3 เพื่อไทยก็ต้องบอกว่าขอให้ก้าวไกลพิจารณา “โบกมือลา” ก้าวไกลเตรียมตัวสู้กับสถานการณ์แบบนี้อย่างไร?

รังสิมันต์ : มันไม่รู้จะเตรียมอะไร พูดกันตรงๆ คือถึงที่สุด เราเล่นการเมืองตรงไปตรงมา ผมคิดว่าการเมืองที่มันดีต่อประเทศที่สุด คือการเมืองที่ตรงไปตรงมา

แล้วในเมื่อประชาชนเลือกพรรคก้าวไกลมาเป็นพรรคการเมืองที่ชนะเป็นอันดับหนึ่ง โดยประเพณีที่ผ่านมา พรรคการเมืองอันดับหนึ่งก็มีสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อเราทำไม่ได้ เราก็ส่งมอบไปให้พรรคการเมืองอันดับสอง ซึ่งก็อยู่ในขั้วเดียวกัน ในกลุ่ม 312 เสียง

จะบอกว่าพันธมิตรเดียวกัน ร่วมหัวมาด้วยกัน ร่วมมือมาด้วยกัน เซ็นเอ็มโอยูมาด้วยกัน มีเป้าหมายมาด้วยกัน ที่ผ่านมา มีการพูดคุยอะไรต่างๆ เราก็มีการให้เกียรติซึ่งกันและกัน พูดคุยมาด้วยกันตลอด คือเรียกว่าถ้าทำงาน ก็คือพยายามทำงานกันเป็นทีม

อยู่ๆ มาวันหนึ่ง เจอกับศัตรูหรือคู่อริที่เราก็รู้อยู่แล้วว่าคือใครบ้าง รู้มาตั้งนานแล้ว รู้มาตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว เขาบอกว่ายังไงเอาก้าวไกลไม่ได้นะ แล้วหลังจากนั้น พรรคก้าวไกลก็ถูกเตะออก ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่สังคมคงยอมรับได้ยาก

ครั้นจะมาบอกว่าไม่อยาก ไม่กล้าเตะ (ก้าวไกล) กลัวทำไปแล้วมันแบบดูไม่ดี มันจะดูเป็นผู้ร้ายจนเกินไป ให้ก้าวไกลออกไปเองดีกว่า คือมันไม่ใช่หน้าที่ของก้าวไกลครับ ที่จะต้องเป็นคนเดินออกไป เพราะว่าสมการที่เกิดขึ้น เป็นสมการที่ประชาชนเขามอบให้เรา หน้าที่ของเราก็คือตอบสนองต่อประชาชน

วันนี้ หน้าที่ของก้าวไกลจึง (ได้แก่) ทำอย่างไรให้ดีที่สุด ให้ถึงที่สุด ที่เราจะตอบสนองต่อประชาชนให้มากที่สุด ถ้าทำไม่ได้ เราก็ต้องอธิบายกับประชาชน

แต่ในวันนี้ ภายใต้ข้อเท็จจริงที่อยู่ตรงหน้าเรา โดยตัดเรื่องข่าวลือ การวิเคราะห์การเมืองออกไปก่อน เราก็คิดว่าเราพยายามรักษาพันธมิตร 8 พรรค 312 เสียงให้ได้ แล้วเราเชื่อว่าถ้าเรารักษาพันธมิตรนี้ได้ ไอ้ศัตรูทางการเมือง ไอ้พวกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทั้งหลาย สุดท้าย เขาจะแพ้ไปเอง เขาจะแพ้ภัยตัวเอง

เหตุผลง่ายๆ เลยครับ ถ้า 312 เสียง แพ็กกันแน่น เขาจะตั้งรัฐบาลยังไงครับ? โอเค ส.ว.มีสิทธิ์โหวต แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะโหวตเพื่อตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย คุณตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยเมื่อไหร่ คุณเจออภิปรายไม่ไว้วางใจ คุณผ่านกฎหมายไม่ได้ คุณผ่านงบประมาณไม่ได้

คำถามคือไม่มีใคร ไม่มีนักการเมืองคนไหนอยากทำแบบนั้น ถ้าเกิดเขาตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่ได้ มันก็จบ

มันก็อยู่ใน 8 พรรค ที่เป็นพันธมิตรทางการเมืองขั้วประชาธิปไตยตอนนี้ เราไม่เห็นต้องกังวลอะไรเลยครับ แล้วบางคนบอกว่า แบบนี้ต้องรอ 10 เดือนหรือเปล่า? รอ ส.ว.หมดวาระหรือเปล่า? ไม่ใช่ครับ ผมเชื่อว่าถ้า 8 พรรคแพ็กกันแน่น ไม่ถึง 10 เดือนครับ

วันนี้ ที่มันเหมือนจะยืดเยื้อกันไป เพราะมันมีพวก… ผมจะใช้คำว่าอะไรดีล่ะ พวกภูตผีปีศาจทั้งหลาย มันมีความหวังว่าเดี๋ยวมันเสี้ยมไอ้ 8 พรรคนี้ “แตก” กัน พอแตกกัน เดี๋ยวสามารถไป “สิง” เอา แล้วดึงมาเป็นพวกเดียวกับตัวเองได้

คือถ้าเรามั่นคงในจิตใจ ผมคิดว่า 8 พรรคไม่แตก เราจัดตั้งรัฐบาลได้ ผมเชื่อมั่นแบบนั้น ดังนั้น วันนี้ สิ่งที่เราต้องการเห็นมากที่สุด ก็คือการร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันของ 8 พรรค เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะตอบสนองต่อเจตจำนงของประชาชน

มันไม่ใช่หน้าที่ของก้าวไกลที่จะมาเสียสละ บางคนบอก เฮ้ย! คนหนุ่มต้องเสียสละ คือผมขอโทษนะ ถ้าเราเปรียบเทียบ พวกผมเปรียบเสมือนเรือ ประชาชน 14 ล้านคนอยู่บนเรือผม คุณจะให้เรือ 14 ล้านคนเสียสละเหรอครับ? คนขนาดนี้ แล้วเราก็จะปล่อยให้ไอ้เรือลำอื่น ซึ่งมี (ประชาชน) น้อยกว่ามาก รอดไป สามารถผ่านไปได้ โดยให้ 14 ล้านคนจมลงสู่ก้นมหาสมุทร

ดังนั้น ผมยืนยันว่าในส่วนของพรรคก้าวไกล เรากำลังทำหน้าที่สำหรับพี่น้องประชาชน 14 ล้านคน เขามอบอำนาจให้เราทำแทน เราไม่ได้มีสิทธิ์ไปจมเรือลำนี้ หรือไปยอมอะไร มันไม่ใช่สิทธิ์ของเรา ไม่ใช่หน้าที่ของเรา

 

ศิโรตม์ : บรรดา ส.ส.ก้าวไกล จะโอเคไหม ถ้าก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน ร่วมกับพลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ แต่ก้าวไกลต้องโหวตให้เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย แล้วอาจจะมีภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์เข้ามาร่วม ครม. คิดว่าสูตรนี้ ถ้ามันมีการโยนเข้ามา จะมีการตอบสนองอย่างไรในกลุ่ม ส.ส.ก้าวไกล?

รังสิมันต์ : ข้อแรกนะครับ คุยกันตรงไปตรงมา ด้วยความที่เราไม่ได้รับการพูดคุยอะไรต่อจากเพื่อไทย เลยตอบยากมากว่า สุดท้าย สมการแบบไหนที่มันอาจจะออกมา แล้วสมการแบบไหนที่เราควรมีความคิดเห็นอะไร พอเราไม่ได้มีการพูดคุยกับเพื่อไทย เราก็ไม่ได้คุยกันต่อในพรรคก้าวไกล

ประการที่สอง ผมคิดว่า ถึงที่สุด สูตรต่างๆ ที่มันออกมา มันก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล จุดยืนของเราชัดเจนว่าประการแรก “มีลุงไม่มีเรา” ประการที่สอง มันก็เหมือนสาระอยู่ในเอ็มโอยูว่า เราไม่อดทนอดกลั้นในเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น

ทีนี้ ถ้าสมมุติว่าพรรคเพื่อไทยต้องการไปจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย คำถามที่ต้องพิจารณากันต่อ คือ สองพรรคนี้ วันนี้มีข้อครหาในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นไม่น้อย

อย่างกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ เข้าใจว่าสมาชิกบางท่าน ก็คือเลขาธิการของพรรคเพื่อไทยด้วยซ้ำไป ที่เคยอภิปรายเรื่องถุงมือยาง ใช่ไหมครับ? ก็คืออภิปรายไม่ไว้วางใจคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

ถัดมา ถ้าเป็นพรรคภูมิใจไทย ทั้งก้าวไกลและทางเพื่อไทยก็เคยไปยื่น ป.ป.ช. เกี่ยวกับเรื่องของภูมิใจไทยด้วยซ้ำไป คำถามก็คือว่า ถ้าจะเอาสองพรรคนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององคาพยพที่จะจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ ไม่ใช่แค่กับก้าวไกล แต่กับประชาชนด้วยว่า ถึงที่สุด ทำไมถึงเอาสองพรรคนี้มา?

ทำไมถึงเอาสองพรรคการเมืองที่มีข้อครหาในเรื่องของการคอร์รัปชั่น? และถ้าเกิดเอาเข้ามาแล้ว ปัญหาเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้น และเป็นชนักติดหลังของพรรคการเมืองเหล่านี้ จะถูกคลี่คลายอย่างไร?

กลายเป็นว่าสองพรรคนี้จะไปใช้อำนาจในทางการเมือง ในฐานะของการเป็นรัฐบาล เพื่อปกปิดการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือไม่? ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยก็จะต้องมีหน้าที่ตอบ

แล้วทำไมไม่จับมือกับพรรคก้าวไกล? เราอาจจะโดนข้อหาโจมตีสารพัด แต่ข้อหาหนึ่งที่เรายังไม่เคยโดนมา ก็คือเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น โอเค อาจจะเพราะส่วนหนึ่งยังไม่เคยเป็นรัฐบาล แต่ว่าทำไมคุณเลือกจะจับมือกับพรรคการเมืองซึ่งมีข้อครหามากมาย แล้วปัดมือทิ้งกับพรรคการเมืองที่เราร่วมต่อสู้กันมาในช่วง 4 ปีตอนที่เป็นฝ่ายค้าน?

มันอาจจะมีข้อที่เห็นไม่ตรงกันหลายๆ เรื่อง มันเป็นเรื่องธรรมดาครับ แต่ถ้าเกิดถึงขนาดถีบพรรคการเมืองอันดับหนึ่ง ซึ่งได้รับคะแนนไว้วางใจจากประชาชน ออกไป แล้วไปจัดตั้งรัฐบาลกับขั้วอำนาจเดิม ซึ่งเคยเป็นนั่งร้านให้กับเผด็จการ ผมคิดว่าเราเองก็ต้องการคำอธิบาย แล้วหลังจากนั้น เราถึงต้องมีการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร