ทราย เจริญปุระ : ตาย

ทราย เจริญปุระ
"Die Tomorrow" (2017) ภาพยนตร์โดย นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

เป็นเรื่องน่าแปลก ที่สิ่งแรกที่ตามมาหลังความตายคืองานเอกสาร

พ่อฉันตายที่บ้าน มันเหมือนเป็นเรื่องที่เรารู้ตอนจบอยู่แล้วแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ รู้ว่าคนเรานั้นย่อมจบลงที่ตาย แต่มันก็ผัดผันวันเวลาไปเรื่อยๆ จากที่เรานั่งใจเต้นรอว่ามันจะมาถึงหรือยังหนอทุกๆ นาที จังหวะหัวใจเราก็ค่อยๆ ช้าลงจนเป็นปกติในที่สุด

เพราะความตายเป็นเรื่องของคนที่ยังอยู่

ใช่, เพราะความตายเป็นเรื่องของคนที่ยังอยู่ และมีวันพรุ่งนี้ต่อไป

 

Die Tomorrow เป็นภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของนวพล ที่เกือบจะเป็นเหมือนการเจริญมรณานุสสติ หรือการพลิกผ่านหน้าหนังสือที่ระลึกงานสวดพระอภิธรรม ที่เล่าถึงทุกอย่างรอบตัวความตาย แม้จะไม่มีวันรู้ว่าจริงๆ ความตายนั้นรู้สึกอย่างไร

เรื่องราวความตายที่เกิดขึ้นทั้งทางหลักสถิติ ทั้งจากภาพข่าว ทั้งจากความไม่น่าจะเป็นหรือความน่าจะเป็น ทั้งจากการพูดคุยสอบถามใครต่อใคร ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับคนเป็นหลังความตาย เรื่องราวสั้นๆ ง่ายๆ ของวันวันหนึ่งในชีวิตใครสักคนที่อยากกินออส่วน สูบบุหรี่ริมระเบียง กินเบียร์กับเพื่อน ตัดเล็บให้คนรัก

แล้วเขาก็ตาย

บางบทสัมภาษณ์เกือบเหมือนเป็นเรื่องเหนือจริง ที่ได้เห็นคนที่เด็กมากๆ หาความหมายของความตายจากเสิร์ชเอนจิ้น และคนที่อายุเกินศตวรรษตั้งคำถามกับระบบปฏิบัติการบางอย่างที่พ้นตาของเราไป ว่าเกิดข้อผิดพลาดอะไรในนั้น

เราไม่รู้ว่าความตายในหนังอันไหนกันแน่ที่เกิดขึ้นจริง

ทั้งที่จริงแล้วเราต่างก็ต้องตาย

 

นี่ไม่ใช่หนังเรื่องแรกที่พูดถึงความตาย

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหนังทุกเรื่องจะส่งผลเช่นนี้ต่อผู้ชม

เราต่างเคยคิดถึงความตาย

วูบวาบผันผ่านในบางวันที่แสนเหนื่อย

ก่อตัวจางๆ คล้ายควันยามไปงานศพใครบางคน

วินาทีที่กุมมือคนรักแล้วสบตา

ความตายจะมาถึงใครก่อน

มาถึงอย่างไร

แล้วร่องรอยอะไรที่มันจะเหลือไว้

 

น่าตลกที่สิ่งที่ตามมากลับเป็นงานเอกสาร

น้องชายฉันเป็นคนไปแจ้งตำรวจเพื่อให้ออกใบมรณบัตรให้พ่อ

-หลับแล้วตายไป-

ฉันไม่รู้ว่าภาษาราชการระบุเรื่องแบบนี้ด้วยถ้อยคำแบบไหน แต่มันคงแข็งทื่อเยือกเย็นตามประสาทุกสิ่งที่ควรจะเป็นทางการ

มันคงไม่ได้เขียนไปว่า มื้อสุดท้ายที่พ่อฉันกินคือเกี๊ยวกุ้งน้ำที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อจะได้ป้อนพ่อง่ายๆ กุ้ง แป้ง เครื่องปรุงรสเป็นสิ่งสุดท้ายที่สัมผัสอวัยวะภายในของพ่อฉันก่อนจะหยุดทำงาน

พ่อนอนบนฟูกหนาในห้องที่เคยเป็นห้องทำงานของพ่อ

ตรงที่ที่พ่อเคยวางโต๊ะตัวใหญ่กับเครื่องพิมพ์ดีดโอลิมเปียสีเขียว ที่เขี่ยบุหรี่ที่ถึงแม้พ่อจะเลิกสูบไปนานแล้วก็ยังใช้มันไว้วางของกระจุกกระจิก

ระหว่างที่น้องไปจัดการเรื่องงานเอกสารที่สถานีตำรวจ ฉันนั่งขัดสมาธิแล้วมองร่างของพ่อ

นี่คือพ่อของฉันและไม่ใช่พ่อของฉันในเวลาเดียวกัน

 

ทุกวันนี้ฉันไม่ได้รู้สึกโหยกระหายอยากแก้ไขอะไรในอดีต

ไม่ใช่ว่าฉันเป็นลูกที่สมบูรณ์แบบไร้ข้อผิดพลาด พ่อก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งเหมือนๆ กับคนทั่วไป

แต่ฉันไม่ติดใจอะไร

น้องชายฉันติดใจเรื่องเขาควรจะโกนหนวดให้พ่อบ่อยกว่านี้ ตัดเล็บให้พ่อบ่อยกว่านี้ ก่อนจะตายหนวดพ่องอกไวและเล็บก็ยาวเร็วขึ้นมากจนไม่น่าเชื่อ

ฉันไม่อยากบอกน้องว่าจริงๆ แล้วหนวดหรือเล็บของพ่อก็อาจจะงอกด้วยความเร็วเท่าเดิมนั่นแหละ

เพียงแต่ร่างกายของพ่อหดเล็กลงไปทุกวัน

แต่เรื่องเหล่านี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว

ความตายก็คือความตาย

มันเปลี่ยนแปลงสถานะของทุกคน ขยับกลไกอะไรบางอย่างในร่างกายของเราไปอีกนิด

และเราต่างก็ก้าวไปอีกคนละก้าว เพื่อใกล้ชิดความตายให้มากขึ้นเท่านั้นเอง

หนังมีความยาว 75 นาที

เป็น 75 นาทีที่ทั้งหนังและตัวเรา ต่างมองเห็นความตายไปพร้อมๆ กัน