ธุรกิจพอดีคำ : “ค่ายทหาร”

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทรfacebook.com/eightandahalfsentences

หลายครั้ง

การนำเสนออะไรใหม่ๆ ให้กับ “หัวหน้า”

ให้เขาเห็นด้วยกับเรา

ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

คนตัวเล็ก มักจะมี “ประสบการณ์” ไม่มากพอ

“ความรู้” ไม่มากพอ

ไร้เดียงสาเกินไปที่จะมองไม่เห็น “ข้อจำกัด” ของโลกใบนี้

โลกในยุคที่อะไรๆ ก็ดูจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

สิ่งที่เคยทำมาในอดีต อาจจะหมดประโยชน์ในอนาคต

องค์กรต้อง “สร้าง” ตัวเองขึ้นมาใหม่

รู้ทั้งรู้ แต่การ “ออกเดิน” ไปในเส้นทางที่ตัวเอง “ไม่คุ้นชิน”

ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ “ท้าทาย”

การเปลี่ยนแปลงตัวเอง มันไม่ง่าย

แต่ก็ไม่ใช่ว่า ทำไม่ได้…

เมื่อเดือนก่อน ผมได้มีโอกาสเชิญ “พิ” มาสอนน้องๆ ในชั้นเรียน Design Thinking ที่ผมสอนอยู่ที่จุฬาฯ

“พิ” คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของงานทอล์กระดับประเทศ TEDxBangkok

ผมเคยได้มีโอกาสร่วมงานกับ “พิ” ในงาน TEDxBangkok ครั้งแรก

ถ้าพูดถึงเรื่อง “การเล่าเรื่อง” เพื่อสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพแล้วละก็

“พิ” ก็น่าจะเป็นเบอร์ต้นๆ ของประเทศตอนนี้

เขาเปิดบริษัทชื่อ “โกลว์ (Glow)” ร่วมกับเพื่อนรักสองคนคือ “ป่าน” และ “บี๋”

ร่วมงานกับองค์กรมากมายในการ “สื่อสาร” แบรนด์ด้วยการ “เล่าเรื่อง” อย่างทรงพลัง

ผมคิดว่า “การเล่าเรือง (Storytelling)” เป็นทักษะที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับเด็กยุคนี้

คุณจะมีความรู้มากมายแค่ไหน ถ้าสื่อสารให้ผู้รับสารรู้เรื่องไม่ได้

“ก้อนความคิด” นั้นก็คงจะเสียของ ไม่มีประโยชน์กับใคร

ผมชวนพิมาสอนน้องๆ เรื่อง “การเล่าเรื่อง”

แต่สิ่งที่น้องๆ ประทับใจกันมากที่สุด กลับไม่ใช่เรื่องที่ตั้งใจให้พวกเขาเรียน

แต่กลับเป็นแนวคิดบางอย่างในการใช้ชีวิต ในวัย “ยี่สิบกลาง” ของพิ

เรื่องแรก

“ถ้าคุณมีวินัย คุณทำได้ทุกอย่าง”

เมื่อสองปีที่แล้ว “พิ” อาสาสมัครเข้ารับราชการทหาร เป็นเวลาหกเดือน

เขาพบว่า ใน “ค่ายฝึกทหาร” นั้นเป็น “อีกโลก” ที่เขาไม่เคยสัมผัส

ผู้คนจากร้อยพ่อพันแม่

ฐานะแตกต่างกัน จากมีเงินมาก ถึงขั้นยากจน

บางคนเรียนจบปริญญาโท บางคนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้

บางคนมาเป็นทหารเพื่อฝึกฝนตัวเอง

บางคนมาเป็นทหารเพื่อทำให้จบๆ ไป

บางคนมาเป็นทหารเพราะหาอาชีพอื่นเลี้ยงที่บ้านไม่ได้

พิบอกว่า ด้วยกฎระเบียบที่เข้มงวดของระบบทหาร

บังคับใช้กับทุกคน ไม่ว่าจะมีพื้นเพแตกต่างกันอย่างไร

จะนิสัยดี นิสัยแย่ ก็ต้องอยู่ในกฎระเบียบเดียวกัน

ตื่นพร้อมกัน แปรงฟัน ล้างหน้า ออกวิ่ง ทำกิจวัตรต่างๆ อย่างมี “ระเบียบวินัย”

เขาพบว่า คนที่มีนิสัยแย่ๆ ขี้เกียจ ไม่ตั้งใจทำอะไรอย่างจริงจัง

เมื่อถูกบังคับให้มี “วินัย” กับตัวเอง

ชีวิตของคนบางคนเหล่านั้น ก็สามารถเปลี่ยนได้

เขาเห็นเพื่อนที่ไม่เอาไหนหลายคน

เมื่อมี “วินัย” ในการจะทำอะไรสักอย่าง

ก็สามารถเปลี่ยนจาก “หน้ามือ” เป็น “หลังมือ” ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ทั้งหมดคือ “การชนะตัวเอง”

ชนะกับ “ความสบาย” ปล่อยตัวให้ไหลไปกับ “กระแสโลก”

ทำให้เกิดความมั่นใจว่า “ฉันสามารถทำอะไรก็ได้ที่ฉันต้องการ”

“ฉันเพียงแค่ต้องพยายามให้มากขึ้นเท่านั้นเอง”

ตัวพิเองก็ไม่ได้เรียนจบทางด้านการ “สื่อสาร” มา

เขาจบเอก “จีนศึกษา” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“วินัย” ในการทำงาน การเรียนรู้ การคิดงาน แสวงหาความรู้อยู่เสมอ

คือสิ่งที่พาเขามาถึง “จุดนี้”

เรื่องที่สอง

“เวลาแลกเวลา”

มีน้องในชั้นเรียนถามพิว่า

ผมจะเลือกงานหลังจากเรียนจบยังไงดี

พิบอกว่า “ป่าน” เพื่อนที่ก่อตั้งบริษัท Glow ด้วยกันเคยบอกเขาว่า

เขามักจะใช้หลัก “เวลาแลกเวลา”

ถ้าหากเขาจะต้องใช้เวลาในการทำงาน เรียนรู้งานในช่วงปีแรกๆ มากกว่าคนอื่นๆ

ป่านเชื่อว่า ประสบการณ์จากการทำงานมากในวัยเพิ่งเรียนจบ จะสามารถช่วยให้เขาก้าวได้เร็วขึ้นในอนาคตข้างหน้า

เวลาที่ใช้ในการเรียนรู้งานในปัจจุบัน จะช่วย “ลด” จำนวนเวลาที่ต้องเรียนรู้ในอนาคต

ถ้า “เวลา” ที่ต้องลงทุนไป คุ้มกับ “เวลา” ที่จะได้คืนมาในอนาคต

ก็จงทำเถิด

บทเรียนสำหรับ “นักศึกษา” ที่ใช้ได้กับคนทั่วไป

“มีวินัย จะทำอะไรก็ได้” และ “เวลาแลกเวลา”

สอง “ก้อนความคิด” ที่ “ลึกซึ้ง”

นำไปปรับใช้กับชีวิตได้จริง

ค่ายทหารเป็นที่ที่ “เปลี่ยนคน” มานักต่อนัก

จากคนขี้เกียจ มาเป็น คนมีวินัย

จากคนขี้กลัว มาเป็น คนกล้า

แรกๆ ก็ต้องบังคับตัวเองให้มาก

บางครั้งอาจจะถูกบังคับจาก “รอบข้าง”

แต่สุดท้าย “วินัย” จะทำให้คุณ “ก้าว” ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม

ถ้าคุณมี “วินัย” คุณจะเป็นอะไรก็ได้

ดูได้ที่ “ค่ายทหาร”