คนมองหนัง : “อานเญส วาร์ดา” ผู้กำกับภาพยนตร์หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่คว้า “ออสการ์เกียรติยศ”

“อานเญส วาร์ดา” ผู้กำกับฯ หญิงวัย 89 ปี ผู้ถือกำเนิดที่ประเทศเบลเยียม และเป็นคนทำหนังสตรีเพียงรายเดียวในขบวนการ “เฟรนช์ นิว เวฟ” ของฝรั่งเศส เพิ่งได้รับรางวัล “ออสการ์เกียรติยศ” ในงานกอฟเวอร์เนอร์ส อวอร์ดส์ เมื่อวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน ณ นครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา

นับเป็นผู้กำกับภาพยนตร์สตรีรายแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลสาขานี้

ก่อนหน้านั้น วาร์ดาเคยตัดพ้อถึงการมอบรางวัลเกียรติยศดังกล่าวอยู่บ้าง ว่าตนเองได้รับรางวัลเกียรติคุณแห่งความสำเร็จจากเวทีต่างๆ บ่อยครั้งเอามากๆ ในระดับ “สามเดือนต่อหนึ่งรางวัล”

“ฉันแก่แล้ว พวกเขาก็เลยไม่รู้ว่าจะให้อะไรกับฉันดี” วาร์ดากล่าว และว่า “มันน่าหัวร่อมาก ที่แม้จะมีชื่อเสียง แต่ฉันยังคงยากจนอยู่ ทั้งยากจนกลุ่มคนดู และยากจนรายได้ในบ็อกซ์ ออฟฟิศ รางวัลที่ได้จึงเป็นเหมือนการปลอบขวัญกันมากกว่า”

คล้ายคลึงกับที่เธอเคยบ่นผ่านสื่อสเปนในประเด็นเดียวกันว่า

“มันเป็นเรื่องง่ายที่จะพูดว่า “อานเญส เราขอมอบรางวัลให้คุณ” แต่พอฉันย้อนถามไปว่า “แล้วเงินทำหนังล่ะอยู่ที่ไหน?” ก็ไม่มีคำตอบใดๆ หวนกลับมา

“ที่บ้านฉันมีสิงสาราสัตว์อยู่เต็มไปหมด ทั้งเสือดาว, หมี, หมา และสิงโต จากแทบทุกประเทศทั่วทวีปยุโรป ฉันขอบคุณมากๆ นะ ที่ให้รางวัลเหล่านี้มา แต่ทำไมพวกคุณไม่ให้เงินทุนสนับสนุนการทำหนังเรื่องต่อไปของฉันล่ะ”

คนทำหนังวัยใกล้ 90 ปี เคยออกอาการลังเลด้วยซ้ำ ว่าเธอควรบินไปรับรางวัล “ออสการ์” ที่สหรัฐหรือไม่

“ลูกสาวฉันบอกว่าฉันควรเดินทางมารับรางวัลนี้ที่สหรัฐ แต่มันเป็นแค่งานชายขอบของออสการ์ ซึ่งไม่ได้จัดมอบในเดือนกุมภาพันธ์ แต่มอบกันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ฉันคิดว่านี่มันเป็นรางวัลออสการ์สำหรับคนอาภัพ” ผู้กำกับฯ หญิงระบุ

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศจริงๆ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน กลับเต็มไปด้วยความชื่นมื่น

“ฉันเคยได้รับรางวัลมามากมาย แต่ที่นี่คือฮอลลีวู้ด เมกกะของวงการภาพยนตร์ ที่ซึ่งฉันได้รับรางวัลที่สำคัญที่สุด” วาร์ดากล่าวตอนหนึ่ง ขณะขึ้นไปรับรางวัล

ก่อนจะปิดท้ายพิธีการอย่างประทับใจ ด้วยการร่วมเต้นรำกับ “แองเจลิน่า โจลี่” นักแสดงหญิงชื่อดัง ที่ขึ้นมาประกาศเกียรติคุณของเธอบนเวที

ทั้งนี้ การมอบรางวัลออสการ์เกียรติยศในงานกอฟเวอร์เนอร์ส อวอร์ดส์ ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2009 ซึ่งอีกนัยหนึ่ง นี่คือการถูก “เขี่ยทิ้ง” ออกมาจากการถ่ายทอดสดงานประกาศผลรางวัลออสการ์ช่วงต้นปี

ในระยะหลังๆ สถาบันศิลปวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐอเมริกามักเลือกมอบรางวัลเกียรติยศให้แก่บรรดาคนทำหนัง ที่ไม่เคยเฉียดกรายเข้าใกล้ “รางวัลออสการ์ปกติ” มาก่อน ดังเช่นวาร์ดาที่ไม่เคยแม้แต่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์

ซึ่งตัวเธอเองก็พูดด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดใจว่า “ฉันไม่เคยคิดว่าคนในฮอลลีวู้ดจะชอบงานของฉัน”

ขณะที่ “จอห์น ไบลีย์” ประธานสถาบัน กลับระบุว่า “วาร์ดาคือมรดกของขบวนการเฟรนช์ นิว เวฟ เธออาจไม่ค่อยชอบคำนี้ เพราะเธอยังคงเป็นคนทำหนังที่มีชีวิตชีวาและเปี่ยมด้วยความกระตือรือร้น แต่อย่างไรเสีย วาร์ดาก็ถือเป็นมรดกที่ยังมีลมหายใจของประวัติศาสตร์หน้านั้น”

วาร์ดาเริ่มต้นทำงานด้วยการเป็นช่างภาพนิ่ง ก่อนจะหันมากำกับภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตอย่าง “La Pointe Courte” ซึ่งหลายคนเห็นว่าคือ “จุดกำเนิด” ของขบวนการเฟรนช์ นิว เวฟ ทั้งยังมีผลงานอันเป็นที่รู้จักในหมู่คนรักหนังหรือคอหนังเทศกาลอีกมากมาย อาทิ “Cl?o from 5 to 7” “Vagabond” และ “The Beaches of Agn?s”

ผู้กำกับฯ หญิงชาวเบลเยียมที่มาทำงานในฝรั่งเศสมักกล่าวย้ำอยู่เสมอว่า เธอไม่ต้องการถ่ายทำภาพยนตร์ว่าด้วย (หรือสร้างความชอบธรรมให้แก่) ผู้มีอำนาจ แต่เธอสนใจเรื่องราวของบรรดาขบถหรือคนเล็กคนน้อย ผู้ต้องดิ้นรนต่อสู้ชีวิตมากกว่า

“ฉันไม่เคยทำหนังที่เล่าเรื่องราวของชนชั้นกระฎุมพี ฉันปรารถนาจะอุทิศตนให้แก่การเล่าเรื่องราวของกรรมกรท่าเรือ, ชาวประมง, คนไร้บ้าน, ชนชั้นแรงงาน หรือผู้คนที่เข้าไม่ถึงอำนาจ” วาร์ดานิยามผลงานของตนเอง

ตลอดเส้นทางการทำงานอันยาวไกล วาร์ดาทดลองทำมาแล้วทั้งภาพยนตร์บันเทิงคดี (สร้างขึ้นจากเรื่องแต่ง), หนังสารคดี, หนังสั้น และศิลปะจัดวาง

เธอเคยกล่าวถึงความแตกต่างระหว่างการทำหนังแนวบันเทิงคดีกับสารคดีเอาไว้ว่า “เมื่อฉันทำหนังบันเทิงคดี แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสามัญชน แต่ฉันก็ต้องเขียนบท ฉันมีแนวความคิดของตัวเอง ฉันต้องจัดเรียงบทสนทนา ภาพยนตร์แนวบันเทิงคดีคือหนังของฉัน ทว่า เมื่อฉันทำหนังสารคดี ฉันมีหน้าที่ต้องรับใช้ผู้คนซึ่งปรากฏอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ”

ยิ่งกว่านั้น วาร์ดายังถือเป็นคนทำหนังเพศหญิงรุ่นบุกเบิก ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่สตรีรุ่นหลังๆ โดยเมื่อครั้งที่เริ่มกำกับภาพยนตร์ เธอประมาณการว่าในประเทศฝรั่งเศส มีคนทำหนังผู้หญิงอยู่เพียงสามคน สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับสถานการณ์ร่วมสมัย

“ปัจจุบัน ผู้กำกับภาพยนตร์จำนวน 25 เปอร์เซ็นต์ในฝรั่งเศส คือ ผู้หญิง เรามีผู้กำกับหนังและผู้กำกับภาพที่เป็นสตรีมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ

“ฉันขอย้ำว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะพวกเราพยายามผลักดันแนวคิดที่ว่าพวกเธอสามารถทำหนังได้ มันไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะบ่งบอกว่าพวกเธอไม่มีศักยภาพในการทำงานประเภทนี้ ผู้หญิงสามารถทำงานทุกส่วนในกระบวนการสร้างภาพยนตร์ เพราะพวกเธอมีความฉลาดและเข้มแข็ง” วาร์ดา กล่าว

สอดคล้องกับจุดยืนที่เธอเคยประกาศว่า “ตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ฉันพยายามจะบอกผู้หญิงคนอื่นๆ ว่า ได้โปรดออกจากห้องครัว แล้วมาสร้างเครื่องมือเปลี่ยนแปลงสังคมกันเถอะ”

ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของวาร์ดา คือ “Faces Places” ซึ่งเธอกำกับฯ ร่วมกับ “เจอาร์” ศิลปินหนุ่มแนวสตรีตวัย 34 ปี

ในหนังเรื่องนี้ คู่หูต่างเพศ ต่างวัย ต่างแนวทางการทำงานสองคน ออกเดินทางไปยังย่านชนบทของประเทศฝรั่งเศส เพื่อพบปะกับผู้คนธรรมดาสามัญจำนวนมาก แล้วรับฟังเรื่องเล่าของพวกเขา

ก่อนจะทำการถ่ายภาพพอร์ตเทรตขนาดใหญ่ของบุคคลเหล่านั้น เพื่อนำไปแปะติดตามอาคารสถานที่ต่างๆ

“เราพยายามที่จะแจ่มใส โลกใบนี้มันช่างสับสนวุ่นวาย เราตัดสินใจที่จะไม่พูดถึงความอลหม่านดังกล่าวไปมากกว่านี้” วาร์ดาพูดถึงแนวคิดหลักของหนังเรื่องล่าสุด และว่า “บางทีเราก็ร่าเริง บางครั้งเราชอบที่จะยิ้มแย้ม บางคราวเราก็รักผู้คนทั้งหลายเหลือเกิน และเราก็อยากให้พวกคุณรักพวกเขาเช่นเดียวกัน”

การเลือกมองโลกในแง่งาม เป็นเอกลักษณ์อีกข้อหนึ่งของคนทำหนังอาวุโสรายนี้

ครั้งหนึ่ง เคยมีสื่อมวลชนสอบถามวาร์ดาว่าในฐานะอดีตช่างภาพนิ่ง เธอคิดเห็นอย่างไรกับคนรุ่น “อินสตาแกรม เจเนอเรชั่น”?

คำตอบอันคมคายที่วาร์ดาตอบกคนสลับไป ก็คือ

“รูปภาพต่างๆ ได้ถูกแพร่กระจายด้วยกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น พร้อมๆ กับถูกลดมูลค่าลงไป นี่คือผลลัพธ์ของพัฒนาการทางสังคม

“เมื่อตอนฉันเป็นสาวๆ ฉันชื่นชอบงานจิตรกรรม ฉันเดินทางไปพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์สองครั้งต่อสัปดาห์ แล้วก็พบว่ามันเป็นสถานที่อันร้างไร้ผู้คนอยู่เสมอ ตรงกันข้ามกับปัจจุบัน ที่นิทรรศการแสดงผลงานของโกยาและปิกัสโซถือเป็นกิจกรรมการออกสังคมในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีนะ

“เพราะฉันพยายามที่จะมองความเปลี่ยนแปลงต่างๆ บนโลกใบนี้ ในแง่มุมที่เป็นบวก ฉันเห็นด้วยกับสิ่งที่ อันโตนิโอ กรัมชี่ เคยระบุเอาไว้ทำนองว่า เมื่อคุณกำลังพินิจพิเคราะห์โลก คุณต้องมองมันในแง่ร้าย แต่หากคุณกลายสภาพมาเป็นคนลงมือปฏิบัติงาน คุณก็จำเป็นต้องมองอะไรในแง่ดีเข้าไว้”

ที่มาเนื้อหา

http://www.france24.com/en/20171112-cinema-agnes-varda-hollywood-honorary-oscar-award-french-filmmaking-legend

https://www.washingtonpost.com/national/agnes-varda-reflects-on-her-ridiculous-honorary-oscar/2017/11/09/50dc43b8-c564-11e7-9922-4151f5ca6168_story.html?utm_term=.068cb91d2bd5

Agnès Varda on Radical Filmmaking: ‘I Never Thought I Didn’t Have the Right’

http://www.elperiodicodearagon.com/noticias/escenarios/recibir-premios-tiene-algo-ridiculo-porque-no-tengo-dinero_1229838.html

ที่มาภาพประกอบ

VALERIE MACON / AFP