จิตต์สุภา ฉิน : 11.11 ยิ่งโสด ยิ่งช้อป

จิตต์สุภา ฉินFacebook.com/JitsupaChin

ขอเสียงคนโสดหน่อยค่าาาา

ชูมือขึ้นสูงๆ ส่งเสียงตะโกนดังๆ พร้อมกันอย่างภาคภูมิใจ เพราะสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ของเราค่ะ!

วันที่ 11 เดือน 11 หรือวันที่ 11 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันคนโสด ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า Singles” Day หรือภาษาจีนเรียกว่า กวงกุ้นจิเย๋ ในวันนี้คนโสดจะมีโอกาสได้ฉลองกันอย่างสุดฤทธิ์สุดเหวี่ยง และจะมีวิธีอะไรที่ฉลองแล้วจะฟินมากไปกว่าการใช้เงินที่เราหามาได้มาอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อซื้อของมาบำรุงบำเรอตัวเองแบบไม่ต้องรู้สึกผิดต่อใคร จริงไหมคะ

 

อะไรคือ “วันคนโสด”?

แม้จะมีต้นกำเนิดที่เป็นไปได้มากกว่าหนึ่งเรื่อง แต่เชื่อกันว่าวันคนโสดเริ่มต้นมาในยุคเก้าศูนย์ในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยหนานจิงของประเทศจีน

นักศึกษากลุ่มนี้ริเริ่มการฉลองความเป็นโสดขึ้นมาเพื่อต่อต้านวันวาเลนไทน์ที่เป็นวันแห่งความรัก

และสาเหตุที่เลือกวันที่ 11/11 ก็เป็นเพราะตัวเลข 1 นั้นบ่งบอกถึงความเป็นตัวคนเดียวได้เป็นอย่างดี

และหากจะพูดถึงคนที่เข้าใจความเป็นโสดได้อย่างลึกซึ้งเนี่ย หนุ่มจีนก็น่าจะติดอันดับการครองโสดมากที่สุดในโลกนะคะ เนื่องจากช่องว่างระหว่างจำนวนประชากรหญิงและชายของจีนนั้นถือว่าถ่างออกจากกันห่างมาก

จากการคาดประมาณคือภายในปี 2030 จะมีชายจีนช่วงวัยปลายสามสิบถึง 1 ใน 4 เลยทีเดียวที่ไม่ได้แต่งงาน

ดังนั้น หนุ่มๆ จีนจึงมีสิทธิฉลองวันนี้ได้อย่างเสียงดังกว่าใครๆ

แต่ในความเป็นจริงวันคนโสดก็ฉลองกันได้ทุกเพศค่ะ

 

“วันคนโสด” มีความหมายพิเศษยังไง?

วันคนโสดเริ่มต้นด้วยการฉลองความโสดในแบบที่ต้องการจะบอกพวกคนมีคู่ทั้งหลายที่ควงแขนกันออกเดตอย่างหน้าชื่นตาบานในวันวาเลนไทน์ว่า ฉันโสดฉันก็โอเคนะยะ

แต่ก็ถูกเปลี่ยนความหมายของมันไปเป็นรูปแบบต่างๆ

เช่น คนโสดหลายคนไม่ได้ใช้โอกาสนี้ในการแสดงออกว่าฉันดูแลตัวเองได้

แต่ใช้มันเป็นวาระในการประกาศความโสดเพื่อเปิดหาคู่ครองให้เดินเข้ามาในชีวิต

ทว่า คนที่นิยามความสำคัญของวันนี้ใหม่ทั้งหมด และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นวันทำรายได้มหาศาล

ก็ต้องยกให้เขาคนนี้ แจ๊ก หม่า และทีมงานอาลีบาบาค่ะ

 

ฉลองความโสดเกี่ยวอะไรกับอาลีบาบา?

ความสนุกมันอยู่ตรงนี้แหละค่ะ

อาลีบาบาที่เป็นยักษ์ใหญ่แห่งการค้าปลีกออนไลน์ของจีน เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่าไหนๆ คนโสดก็ฉลองวันนี้แล้ว ทำไมไม่ชักชวนให้มาฉลองด้วยการซื้อของออนไลน์บนเว็บไซต์ของตัวเองกันล่ะ

คุณผู้อ่านลองนึกดูสิคะ รายจ่ายส่วนใหญ่ของคนโสดไปตกอยู่ที่ไหนบ้าง

ส่วนใหญ่ก็จะมาใช้จ่ายให้กับสินค้า บริการ ตามความต้องการของตัวเองจริงไหมคะ

เมื่อไม่มีลูก ไม่มีสามี ไม่มีภรรยา ก็ไม่ต้องมีบ่วงมีห่วงที่จะต้องกันรายได้เอาไว้ให้ใคร เงินทั้งหมดที่หามาได้ก็ย่อมต้องแบ่งสัดส่วนมาเป็นการใช้จ่ายให้กับตัวเองได้มากกว่าคนที่มีครอบครัวแล้ว

ในปี 2009 อาลีบาบาก็เลยออกแคมเปญ Double 11 หรือ “ซวงสืออี” (???) แล้วโหมประชาสัมพันธ์อย่างยิ่งใหญ่

คัดเอาดีลช้อปปิ้งดีๆ ลด แลก แจก แถม กระหน่ำลงไปจนเว็บแทบแตก

คนโสดในจีนที่หาโอกาสฉลองวันนี้อยู่แล้วก็เฮกันเข้ามาจับจ่ายซื้อของกันราวกับแจกฟรี

แค่ปีแรกอาลีบาบาก็ทำยอดขายไปได้ห้าสิบล้านหยวนหรือราวเกือบสองร้อยห้าสิบล้านบาท

แค่นั้นยังไม่พอ ในปี 2011 ที่ตัวเลขวันเดือนปีมาบรรจบกันกลายเป็น 11.11.11 พอดิบพอดีนั้น ยอดขายก็พุ่งขึ้นไปเป็นร้อยเท่าเลยทีเดียว

คนจีนนี่เขาช้อปกันโหดจริงๆ

ส่วนอาลีบาบาก็จดเครื่องหมายทางการค้าของคำนี้ และเดินหน้าอัดฉีดเงินเข้าไปในแคมเปญซวงสืออีอย่างยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปีๆ

จนกลายเป็นเทศกาลสำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง

และประเทศอื่นก็เริ่มหยิบโมเดลนี้ไปใช้ด้วย

 

สินค้าอะไรน่าซื้อ?

ดีลของสินค้าบริการต่างๆ ที่ขายกันในช่วงเทศกาลคนโสดไม่ได้มีแค่แบรนด์จีนอย่างเดียวเท่านั้นค่ะ เพราะว่าแบรนด์ระดับสากลทั้งหลายต่างก็กระโดดเข้ามาขอร่วมแหวกว่ายท่ามกลางมหาสมุทรเงินหยวนนี้ด้วย

ซู่ชิงลองคลิกเข้าไปดูที่เว็บไซต์เถาเป่า (taobao) ของอาลีบาบา ซึ่งแปะแบนเนอร์ฉลองวัน 11.11 อย่างยิ่งใหญ่ มีแบรนด์ที่เข้าร่วมโปรโมชั่นมาเรียงรายต่อกันยาวเหยียด

ซู่ชิงคลิกไล่ดูจนปวดนิ้วไปหมด มีทั้ง เครื่องใช้ไฟฟ้า แก็ดเจ็ต เครื่องสำอาง โปรโมชั่นรถยนต์ สินค้าแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ ทั้งหมดถูกนำเสนอด้วยสีสันสดใสจนทำให้รู้สึกว่า โอ้โห เป็นคนโสดนี่ดีจังเลยแฮะ 555

ดีลที่เห็นทั้งหมดไม่ได้มีแค่วันที่ 11 วันเดียวเท่านั้นนะคะ แต่เขาปูทางกันมาตั้งแต่เริ่มเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงวันที่ 11 หรือในบางที่ก็ปูยาวไปจนถึงจบเดือนเลยก็มี

จะไม่เสียเงินซื้อของสักชิ้นก็ให้มันรู้ไป

 

มีเทคโนโลยีอะไรเข้ามาเกี่ยวบ้าง?

นอกจากยอดขายที่สูงจนน่าสะพรึงจะเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นถึงความแพร่หลายของเทคโนโลยี อย่างการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกันได้กว้างขวางขึ้น การมีโทรศัพท์มือถือที่คนใช้เป็นเครื่องมือในการเข้ามาซื้อของออนไลน์กันถ้วนหน้าขึ้นแล้ว

อาลีบาบาเองก็ยังจัดเต็มด้านการใช้เทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกให้คนที่เข้ามาซื้อของ ด้วยการเชื่อมเอาการขายออนไลน์เข้ากับความบันเทิง

มีทั้งการเล่นเกมแบบ augmented reality การใช้เทคโนโลยีวีอาร์ให้ลูกค้าทัวร์ร้านขายของเสมือนจริง

หรือใช้ห้องลองเสื้อเสมือนจริงมาช่วยให้ตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น

แถมยังมีการไลฟ์สตรีมคอนเสิร์ต แฟชั่นโชว์ รายการบันเทิงต่างๆ ให้ชมอย่างจุใจด้วย

เป็นยังไงบ้างคะ ศักยภาพและพลังอำนาจในการซื้อของคนโสดเนี่ยเป็นตลาดที่ใหญ่โตเกินกว่าที่คิดกันมากเลยใช่ไหมคะ

ที่น่าสนใจคือตอนนี้ซู่ชิงก็เริ่มเห็นแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์บางแห่งของไทยหยิบไอเดียวันคนโสดมาใช้ในการจัดโปรโมชั่นแล้ว เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ไปจนถึงประเทศทางฝั่งตะวันตก ที่เริ่มจะเล่าลือเรื่องวันคนโสดกันหนาหูมากขึ้นเรื่อยๆ

ทำให้เชื่อว่าอีกไม่นานหรอกค่ะ ที่วันคนโสดจะกลายเป็นเทศกาลระดับสากลที่คนทั่วโลกร่วมฉลองไปพร้อมๆ กันได้

และเม็ดเงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจะนำหน้ายอดขายในวันช้อปออนไลน์ที่เรารู้จักกันดีอย่าง Black Friday หรือ Cyber Monday ไปชนิดเทียบไม่ติด

ซึ่งในความเป็นจริงตอนนี้แม้จะแค่นับยอดขายในจีนอย่างเดียวก็ทิ้งห่างสองวันนั้นไปแบบไม่ติดฝุ่นแล้วค่ะ

วันคนโสดปีนี้ คุณผู้อ่านจะซื้ออะไรให้เป็นของขวัญแด่อิสรภาพของตัวเองกันดีคะ

บทความก่อนหน้านี้“อาบ” ช่วยชาติ : หน้า8
บทความถัดไปแรงสะเทือน จากเลือกตั้ง ‘ท้องถิ่น’ กับ การปลดล็อก ‘พรรคการเมือง’