มุกดา สุวรรณชาติ : หนี้ครัวเรือนจะท่วมท้น… บัตรคนจน…บัตรคน(เคย)รวย ช่วยไม่ได้ (จบ)

มุกดา สุวรรณชาติ

เงินหายไปไหน

คําตอบที่จะมีให้ได้ก็คือ

1. ใช้ไปหมดแล้วไม่เพียงเงินปัจจุบัน ยังเอาเงินในอนาคตมาใช้ด้วย ทำให้เราเป็นหนี้ เมื่อเป็นหนี้ก็ต้องชดใช้ ดังนั้น ในปัจจุบันเราต้องนำส่วนหนึ่งไปใช้หนี้จึงเหลือเงินที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันน้อยลง หรือบางทีแทบไม่มีใช้

2. ระบบเงินกู้จากธนาคารหรือจากที่อื่นใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่ดูดเงินกลับและไม่ยอมปล่อยออกมาให้กู้มากเท่าเก่า เพราะผู้ให้กู้ไม่มั่นใจเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ กลัวไม่ได้เงินคืน แต่คนมีเงินฝากก็ได้ดอกเบี้ยออกมาใช้จ่ายน้อยมาก ธนาคารจะรับฝากเงิน ให้เป็นดอกเบี้ยออมทรัพย์ธรรมดาก็ไม่ถึง 1% ต่อปี แต่ส่วนใหญ่จะต่ำกว่า ถ้าฝากประจำอาจจะได้ดอกเบี้ยมากกว่าเล็กน้อย ดังนั้น ถ้ามีคนฝากเงิน 10,000 ตลอดทั้งปีจะได้ดอกเบี้ยประมาณ 100 บาท ถ้าหักภาษีแล้วก็เหลือไม่ถึง 100

แต่ถ้าคุณไปกู้ธนาคารเพื่อมาทำธุรกิจ 10,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยต่อปีแต่ละปี 700 บาท ถ้ามาซื้อบ้านอาจจะเสียแต่ละปี 4-500 บาท

แต่ถ้าเอาบัตรเครดิตไปรูดเงินสด เสียร้อยละ 28 ต่อปี ก็ต้องเสีย 2,800 บาท นี่ยังไม่นับค่าธรรมเนียมการรูดบัตรอีก 3 เปอร์เซ็นต์คือ 300 บาท การเป็นหนี้ของคนชั้นกลางทั่วไปคือการไปรูดเงินมาเป็นหลักหมื่น

เงินหมื่นบาทที่ธนาคารรับฝากจากคนทั่วไปจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ฝาก 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยเพียง 100 บาทสามารถทำเงินได้ประมาณ 500-2,000 บาท แต่ตัวเลขล่าสุด ผู้ที่กู้เงินในระบบ ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต มีมากกว่า 33 ล้านบัญชี (บางคนอาจมีหลายบัตร หลายบัญชี) แต่หนี้ครัวเรือนคงค้างในระบบที่เช็กได้เมื่อสิ้นปี 2559 คือ 11.47 ล้านล้านบาท

ธนาคารควรมีกำไรกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี ดูส่วนต่างของดอกเบี้ย น่าจะทำให้มีกำไรถึง 10 เปอร์เซ็นต์ คือเกินกว่า 1 ล้านล้าน แต่ธนาคารแถลงตัวเลขกำไรประมาณ 2 แสนล้าน

แสดงว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงมาก

หนี้เสียที่เรียกคืนไม่ได้สูงมาก

แต่กำไร 2 แสนล้าน แบ่งแล้วธนาคารใหญ่ยังได้แห่งละ 1-3 หมื่นล้าน

ดังนั้น จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ จึงพยายามโฆษณาและชักจูงคนให้มาเปิดบัตรเครดิต ทั้งแจกของขวัญ มีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมเพิ่มเติม ทั้งรูปเงินสด ทั้งซื้อสินค้า

ยิ่งใช้มากยิ่งได้ของแจกของแถมมาก

3. หนี้ครัวเรือนและธุรกิจ SME มีผลต่อกันโดยตรง

ที่ผู้ประกอบการ SME ต้องเจอ คือ เมื่อหนี้ครัวเรือนมาก รายได้จากการประกอบการก็ลดน้อยลง เพราะกำลังซื้อของผู้บริโภคน้อยลงเช่นกัน

ทีมวิเคราะห์ธนาคารทหารไทย ประเมินว่า NPL แตะสูงสุดไตรมาส 3 ปี 2560 ที่ร้อยละ 3 รวมมูลค่ากว่า 4.3 แสนล้านบาท ทิศทาง NPL ที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับกำลังซื้อที่หายไปในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งธุรกิจ SME เป็นกลุ่มหลักที่ยอดขายลดลง สัดส่วน 2 ใน 3 ของ NPL เกิดจากบริษัทที่ไม่เคยเป็น NPL มาก่อน แตกต่างจากช่วงเศรษฐกิจขยายตัวดีซึ่งมีสัดส่วนอยู่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

และเมื่อธุรกิจ SME ชะลอตัวก็ส่งผลกระทบต่อภาคครัวเรือน เพราะโครงสร้างการจ้างงานในประเทศ พบว่าการจ้างงานในธุรกิจ SME และภาคเกษตรคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 87 ของการจ้างงานทั้งประเทศ

การชะลอตัวธุรกิจย่อมทำให้ส่งผลกระทบต่อรายได้ทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้างในวงกว้าง

จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สัดส่วน NPL รายย่อยทยอยปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิตและสินเชื่อบ้าน รวม NPL มูลค่า 28 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในรอบ 4 ปี

 

บัตรคนจน…ช่วยอะไรได้

ครม. อนุมัติโครงการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จำนวน 11.67 ล้านคน เพื่อนำไปลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน รวมเงินที่รัฐต้องจ่าย 41,940 ล้านบาท/ปี

แต่ผลสำรวจทัศนะและพฤติกรรมการใช้จ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีกลุ่มตัวอย่าง 87.2% ไม่ได้รับสิทธิ อีก 12.8% ได้รับสิทธิ ซึ่งแบ่งเป็น 55% มีเงินในบัตร 300 บาท และ 45% มีเงิน 200 บาท

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระบุตรงกันว่าบัตรดังกล่าวยังลดค่าใช้จ่ายได้น้อย และส่วนใหญ่ 72.5% ระบุว่าเรื่องบัตรนี้ไม่ส่งผลต่อการลดปัญหาความยากจน

นอกจากนี้ กว่า 50% ระบุว่าไม่ส่งผลต่อบรรยากาศเศรษฐกิจโดยรวม และบรรยากาศเศรษฐกิจในพื้นที่

แต่มีถึง 29.5% ระบุคุณภาพชีวิตดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังพบปัญหาการใช้บัตร ได้แก่ ร้านค้าที่เข้าร่วมมีสินค้าไม่ครอบคลุม ร้านค้ามีน้อย ร้านค้ายังไม่มีความชำนาญในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ระบบการรูดบัตรยังไม่มีเสถียรภาพ และร้านค้าที่เข้าร่วมอยู่ไกลจากบ้าน

บุญช่วย…คนจนจริงๆ อยากได้อะไร

บุญช่วย อายุ 37 ปี พิการขาลีบมาตั้งแต่เด็ก แต่ยังเดินได้ ทำงานรับจ้างทั่วไปได้ ก็เลยทำบัตรคนพิการไม่ผ่าน ปีนี้พอลูกสาวเข้าเรียนชั้น ป.หนึ่ง เมียก็หนีไป

ทำให้เครียดจัดจนแน่นหน้าอกความดันขึ้น ทำงานไม่ได้เป็นช่วงๆ คนที่เคยว่าจ้างไปดายหญ้า ทำสวน เลยไปจ้างคนอื่น

ยังดีที่มีกระต๊อบไว้ซุกหัวนอน มีคนมาบอกให้ไปทำบัตรช่วยคนจน จะได้เงินเดือนละสามร้อยบาท

จำไม่ได้ว่าสองหรือสามเดือนก็ได้รับบัตรมา แต่ต้องใช้ให้หมดในหนึ่งเดือน และต้องไปซื้อร้านที่ร่วมโครงการซึ่งมีอยู่สองร้านในอำเภอเท่านั้น

บุญช่วยคิดถึงเงินสามร้อยบาทที่ทางการให้ จะต้องซื้อข้าวสารเป็นสิ่งแรก ข้าวสารห้ากิโลถุงละ 125 บาทสักสองถุง เหลือห้าสิบบาทก็ได้น้ำมันพืชขวดเดียว หรือจะได้ปลากระป๋องและน้ำปลาอีกเล็กน้อย ผักหญ้ายังหาเก็บตามริมคลองได้ ขอแต่ให้มีข้าว

เมื่อไปถึงร้านค้าที่ร่วมโครงการ ต้องยื่นบัตรเปลี่ยนเป็นคูปองก่อน ถึงเขาจะมาตั้งแต่เช้า แต่คนอื่นก็มารอกันแน่นหน้าร้านแล้ว

“อ้าว ไอ้ช่วย มายังไงวะ” เสียงคนเรียก พอหันไปก็เห็นสมคิดเพื่อนร่วมชั้นประถมเดินเข้ามาหา สมคิดสวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ ท่าทางคล่องแคล่วไม่กลัวใคร

“มาสองแถวสิวะ ค่ารถไปกลับตั้งหกสิบบาท” บุญช่วยบ่น

“เออน่ะ เดี๋ยวก็ได้กลับแล้ว แกจะซื้ออะไรมั่ง เตรียมคิดเอาไว้นะ คนต้องแย่งกันแน่”

“ข้าวสารสองถุงเท่านั้นแหละ น้ำมันพืชอีกขวดก็หมดแล้วมั้ง”

“เออ ข้าก็เหมือนกัน เดี๋ยวจะช่วยหยิบให้นะ คอยมายืนใกล้ๆ ก็แล้วกัน” สมคิดมีน้ำใจเสมอตั้งแต่เด็กจนเป็นผู้ใหญ่ “ถ้าปีนี้นาแม่ไม่ล่ม ข้าก็ไม่ต้องมาเอาข้าวสารไปหรอก จะได้ซื้อของกินของใช้อย่างอื่นมั่ง แต่นี่แม่ทำนามาสองรอบแล้ว น้ำท่วมหมด ข้าอุตส่าห์หยุดวิ่งวินไปช่วยแม่ดำนา ปีนี้สิ้นเนื้อประดาตัวจริงๆ ว่ะ ไม่เหลือกระทั่งข้าวพันธุ์ปีหน้า” สมคิดถอนใจเฮือก

พอแปดโมงตรงร้านค้าเปิด คนก็พากันวิ่งกรูเข้าไป ส่วนใหญ่แย่งกันหยิบข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำปลา จนแทบจะเหยียบกันตาย สินค้าจำเป็นทั้งสามชนิดหมดในพริบตา ดีที่สมคิดคว้ามาได้สองถุงเท่านั้นพอแบ่งคนละถุง

“ถ้าแกไม่ช่วย ข้าคงไม่ได้ข้าวเลยสักถุง” บุญช่วยรับถุงข้าวจากเพื่อนด้วยความตื้นตันใจ

“เออแบ่งกัน ร้านค้าน่าจะเอาข้าวมาขายเยอะๆ นะ เห็นข่าวทีวีบอกว่า ข้าวในโกดังของรัฐบาลเอาไปขายเป็นอาหารสัตว์กิโลละห้าหกบาทเอง ข้าวสารขาวๆ เลยนะ น่าเอามาช่วยคนจน ขายกิโลละสิบห้าบาทก็ยังถูกกว่านี้อยู่ดี”

สมคิดบ่น

 

“แล้วแกหยิบอะไรได้อีกบ้าง” สมคิดถาม บุญช่วยเลยยื่นตะกร้าให้ดู ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา เขานึกเสียดายทำไมไม่แจกเงินสดให้คนจนเอาไปซื้อเอง จะได้ไม่ต้องมาไกลถึงตัวอำเภอ ซื้อร้านใกล้บ้านยังจะได้หน่อไม้ พริก มะเขือพวงไปแกงปลากระป๋องให้อร่อยสักมื้อ

เดือนหน้าถ้าได้บัตรคนจนอีก จะต้องซื้อข้าวสารสักสองถุง อย่างอื่นถือว่าฟุ่มเฟือย ไม่มีน้ำปลาก็กินเกลือแทนได้ เย็นนั้นบุญช่วยนั่งมองลูกกินข้าวสวยร้อนๆ กับปลากระป๋องอย่างมีความสุข

แม้จะประหยัด แต่ข้าวถุงละ 5 กิโล สุดท้ายมันก็ต้องหมดลง บุญช่วยไม่มีงานทำมา 5 วันแล้ว อาการแน่นหน้าอกยังมีเป็นพักๆ เหนื่อยง่ายไม่มีแรง จึงยังไม่ได้ออกไปหางานทำ จะไปโรงพยาบาลก็ยังไม่มีค่ารถ ข้าวสารที่เหลือติดก้นถุง ต้องต้มข้าวต้มกิน ก็หมดไปแต่เมื่อวานเช้า

วันนี้ลูกบอกว่าจะไปวัด หลวงพ่อเคยให้กับข้าว ให้ขนมกลับมา แต่พักหลังนี้คนใส่บาตรก็น้อย พระมีอาหารไม่พอ

วันนี้ลูกจะได้อะไรมากินบ้างหรือเปล่านะ เขาแอบคอย ขณะเปิดวิทยุทรานซิสเตอร์ฟังข่าวไปด้วย

“…ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 3 ปี 2560 จำนวน 10 แห่งได้แก่ ธนาคาร…ธนาคาร…ประเมินว่า ไตรมาส 3 นี้จะมีกำไรสุทธิรวม 49,084 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% จากไตรมาส 2 คาดทั้งปี 2560 ทำกำไรรวม 2.08 แสนล้านบาท”

บุญช่วย ไม่เข้าใจตัวเลขใดๆ ทั้งสิ้น เงินที่เคยจับสูงสุดเป็นหลักพัน นานมาแล้วที่บอกว่าเศรษฐกิจดี คือเขามีงานทำ มีข้าวกินตลอด แต่สองปีมานี้ อดบ้าง อิ่มบ้าง ตอนนี้เขาแค่ฝันถึงข้าวสาร 2 ถุง

 

…ต้นโพธิ์ใหญ่ขนาดสองคนโอบอยู่ท้ายหมู่บ้าน มีคนตั้งศาลพ่อปู่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ ถึงวันนี้ยังมีพวงมาลัยดอกไม้ มีผ้าสีสดหลายสีผูกรอบต้นไม้ หน้าศาลพ่อปู่มีเครื่องเซ่นวางบนเสื่อเก่าๆ ส่วนใหญ่เป็นกล้วยน้ำว้า ขนมหวาน ที่ขาดไม่ได้คือน้ำอัดลม น้ำส้ม น้ำแดง เงาต้นโพธิ์ร่มครึ้ม ดูวังเวง คนร่ำลือกันว่าผีดุ จึงเรียกสถานที่นี้ว่าโพธิ์ร้าง เวลามาถวายเครื่องสักการะพ่อปู่ก็มักจะมากันหลายคน

แต่วันนี้มีเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งแอบอยู่ข้างกอกล้วยห่างออกไปไม่ไกล เธอมองดูของที่คนมาถวายให้หลวงปู่อยู่นานแล้ว ใจหนึ่งก็กลัว แต่ความหิวมีมากกว่า เด็กหญิงมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าปลอดคน เธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาพ่อปู่ ยกมือไหว้…คว้าขวดน้ำแดงดื่มอั้กๆ จนหมดขวด แล้วคว้ากล้วยน้ำว้าหวีใหญ่ รีบวิ่งกลับบ้านทันที

เกือบสิบโมงแล้ว บุญช่วยชักเป็นห่วงลูก ก็พอดีลูกเดินเข้าประตูมาพร้อมกล้วยน้ำว้าแก่จัด ลูกสาววางกล้วยสุกลงตรงหน้า

“ไปเอามาจากไหน” เขาถาม

“โพธิ์ร้าง” ลูกตอบแล้วพยายามดึงกล้วยลูกหนึ่งจากหวีออกมาส่งให้พ่อ

บุญช่วย น้ำตาไหล นี่เขาทำให้ลูกเกิดมาลำบากยากแค้นจนต้องไปขโมยเครื่องเซ่นพ่อปู่มากินแล้วหรือ

“พ่อ อย่าร้องไห้สิ กินซะ ตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ” ลูกสาวส่งกล้วยน้ำว้าให้บุญช่วย ขณะที่ตัวเองกำลังกัดกินกล้วยคำโตไปด้วย

บทความก่อนหน้านี้ในประเทศ : บทสรุป คดีจำนำข้าว โจทก์-จำเลยไม่อุทธรณ์ กับปริศนาเดิมๆ “ปู” อยู่ไหน?
บทความถัดไปE-DUANG : ปรับครม.อย่าให้เป็นสงครามยืดเยื้อ