สถานีคิดเลขที่ 12 | ตัวช่วยและคนช่วย “ตู่” โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่งสัญญานมาต่อเนื่อง ว่าจะไม่รีบยุบสภา

ขณะเดียวกัน หากสังเกตุการขับเคลื่อนของ “พรรครวมไทยสร้างชาติ ” ที่ถือเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่จะให้พล.อ.ประยุทธ์ไปต่อ

ก็ดูจะไม่รีบหรือเร่งเกมเช่นกัน

นอกจากจะไม่รีบแล้ว

ยังช่วงชิงประโยชน์ จากความคลุมเครือทางการเมือง ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมาเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ จะเป็นแคดิเดตนายกฯหรือเปล่า อย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้คู่แข่งทั้งในฝ่ายกันเอง และฝ่ายตรงข้าม ประเมินเกมลำบาก

ขณะเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ ที่”ตั้งใจ”ไม่รีบสังกัดพรรคใดชัดเจน ก็ใช้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเดินหน้าหาเสียงกับประชาชนผ่านกลไกรัฐบาล อย่างเนียนๆ

พร้อมๆกับรอ”ตัวช่วย”ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจมาช่วยเสริมอีก

ที่ผ่านไปแล้วคือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ว่าพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ส่งผลดีต่อพรรคการเมืองใหม่

แน่นอน รวมถึงรวมไทยสร้างชาติ ด้วยที่ไม่ต้องเผชิญข้อจำกัดหลายประการ ทั้งการไม่ต้องทำไพมารี่โหวต รวมถึงการรับสมาชิกพรรค การตั้งสาขาพรรคเป็นต้น

ที่ลุ้นกันอีกฉบับก็พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยวันที่ 30 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้

หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่ขัด การเลือกตั้งก็คงดำเนินไปตามกำหนด พรรคเล็กพรรคใหม่อาจเสียเปรียบแต่ก็มีเวลาปรับตัวรับพอสมควรแล้ว

แต่ถ้าผลออกมาว่า “ขัด” จะกลายเป็น”ตัวช่วย”สำคัญของพล.อ.ประยุทธ์

เพราะ”เกมการเมือง”จะตกอยู่ในมือของพล.อ.ประยุทธ์ทันที

ไม่ว่าจะออกพ.ร.ป.ใหม่หรือไม่อย่างไร หรือจะดึงเกมไปเรื่อยๆจนที่สุดต้องออกพ.ร.ก.เลือกตั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ และครม.จะกลายเป็นผู้กำหนดเอง

ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่า ใครจะได้เปรียบ

หรือจะไปถึงขนาดเล่นใหญ่แก้รัฐธรรมนูญ โดยเผลอๆอาจจะมีการต่อรองกับพรรคการเมืองแบบยื่นหมูยื่นแมว คือพร้อมจะแก้ตามที่พรรคการเมืองต้องการ

แต่มีเงื่อนไขขอพ่วงแก้ หรือตัดข้อบังคับนายกฯอยู่ในวาระไม่เกิน 8 ปีออกไป

ซึ่งตอนนี้ส.ว.บางคนก็ออกมาโยนหินถามทางไว้ให้แล้ว

ถ้าดันไปถึงขนาดนั้นได้ พล.อ.ประยุทธ์ก็คงยิ้มร่า

ดังนั้นผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 30 พฤศจิกายน จึงสำคัญมาก

สำคัญว่าจะเป็น”ตัวช่วย”พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่อย่างไร

ส่วน “คนช่วย” นั้นไม่ต้องพูดถึง

นอกจากนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค จะระดมศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มกปปส. เดิม มาเป็นฐานกำลังแล้ว

ตอนนี้หลายคนเริ่มประกาศชัดเจน ว่าพร้อมหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่านายสุชาติ ชมกลิ่น นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หรือกลุ่มส.ส.ใต้ ของพรรคพลังประชารัฐ เป็นต้น

และที่ กลายเป็น”คนช่วย”มุมกลับ อย่างไม่ตั้งใจ

นั่นก็คือ การที่กลุ่มร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตัดสินใจจะนำ 13 ส.ส.กลับมาซบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ปรากฏว่าได้กลายเป็นเงื่อนไข”สีเทา” ที่ส.ส.หลายกลุ่ม อย่างกลุ่มสามมิตร กลุ่มของเลขาธิการพรรคอย่างนายสันติ พร้อมพัฒน์ จ่อใช้เป็น”ข้ออ้าง” ที่จะย้ายออกจากพรรคพลังประชารัฐ ไปหนุนพล.อ.ประยุทธ์ หรือไปอยู่ที่อื่น

จนพล.อ.ประวิตรต้องรีบเบรกกระแสกลุ่มส.ส.ไหลออก ด้วยการถามว่าร.อ.ธรรมนัสมีคดีไม่ใช่หรือ

ด้วย “ตัวช่วย”และ”คนช่วย” ที่โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ เช่นนี้ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ชิล-ชิล ไม่ต้องเร่งเกม รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ด้วยการดึงเกมการเมืองให้ยืดเยื้อออกไปให้นานที่สุด

เพื่อให้เป็นอย่างที่พล.อ.ประยุทธ์ แย้มๆนั่นแหละ”อยู่อีกนาน”

————————-