ซิ่งเบาๆ กับ ‘ซูซูกิ SWIFT GL PLUS’ แต่งหล่อครบ-ประหยัด-คล่องตัว / ยานยนต์ สุดสัปดาห์ : สันติ จิรพรพนิต

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์

สันติ จิรพรพนิต

[email protected]

 

ซิ่งเบาๆ กับ ‘ซูซูกิ SWIFT GL PLUS’

แต่งหล่อครบ-ประหยัด-คล่องตัว

 

ยืนยงคงกระพันมาเนิ่นนานเหลือเกินกับ “ซูซูกิ สวิฟต์” (SUZUKI SWIFT) ที่แม้อายุอานามของสายการผลิตจะไม่น้อยแล้ว แต่ยังครองใจวัยรุ่นหรือคนทำงานใหม่ๆ รวมถึงคุณผู้หญิงที่ชอบขับรถเล็กๆ คล่องตัว

ข้อมูลล่าสุดยอดขายสะสมราวๆ 1.5 แสนคันเข้าไปแล้ว

ผมเคยทดลองขับสวิฟต์ เจเนอเรชั่นนี้มาหลายครา ในทุกครั้งยังคงความประทับใจ

เช่นเดียวกับหนล่าสุดที่ได้รับรุ่นแต่งพิเศษ “สวิฟต์ จีแอลพลัส” (SWIFT GL PLUS) มาทดสอบ

อัพเกรดมาจากรุ่นจีแอล ซึ่งเป็นตัวเริ่มต้น แต่ใส่ออปชั่นมาไม่น้อยหน้ารุ่นท็อป “จีแอลเอ็กซ์”

ที่สำคัญได้ชุดแต่งรอบคันพร้อมสติ๊กเกอร์งามๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบรถแต่งสวยแต่ขี้เกียจไปสรรหาภายหลัง

เลือกคันนี้ไปเลยเป็นอันจบแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

มาภายใต้แนวคิด “Limitless Edition สไตล์ท้าทาย ทุกขีดจำกัด”

ดีไซน์ภายนอก สปอร์ต ปราดเปรียว กระจังหน้าสีดำตกแต่งลายเส้นโครเมียม

ไฟหน้าแบบแบบฮาโลเจนมัลติรีเฟลกเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED บริเวณกันชนหน้ารถ

ซุ้มล้อสีดำเพิ่มความบึกบึน เชื่อมต่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชุดสเกิร์ตรอบคันพร้อมด้วยสปอยเลอร์หลังสีดำ

เสาอากาศครีบฉลาม

ชายล่างด้านหลังดุขึ้นด้วยการเจาะช่องท่อไอเสียตกแต่ง ทรงรีซ้าย-ขวา

ล้อกระทะพร้อมฝาครอบขนาด 15 นิ้ว ยาง 175/65R15

อันนี้แหละครับที่อาจต้องทำเพิ่มสักหน่อยสำหรับคนที่อยากได้ล้ออัลลอย

สติ๊กเกอร์ลายใหม่ ตกแต่งบริเวณฝากระโปรงหน้าและประตูข้าง

ภาพรวมได้อารมณ์ “สปอร์ตแฮทช์แบ็ก” เพราะที่เปิดประตูหลังขึ้นไปซ่อนอยู่ด้านบนทำสีดำกลืนกับตัวรถ

จนมองผาดๆ เหมือนรถ 3 ประตู

ภายในโทนดำตัดด้วยสีโครเมียมบางจุด

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรง D-Shape หรือท้ายตัดเพิ่มพื้นที่บริเวณหน้าขา เป็นแบบไฟฟ้าปรับตำแหน่ง 4 ทิศทาง เข้า-ออก และสูง-ต่ำ อันนี้เหนือกว่ารุ่นจีแอล ที่ปรับเพียงสูง-ต่ำ เท่านั้น

มาตรวัดแบบวงกลมซ้าย-ขวา มีจอดิจิทัล MID แสดงข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นต่อการใช้งาน

ที่นั่งคู่หน้าปรับตำแหน่งสูง-ต่ำบริเวณคนขับ พนักพิงศีรษะแยกส่วน

ขยับมาตรงกลางเป็นชุดเครื่องเสียง ย้อนยุคนิดๆ มีช่องใส่แผ่นซีดีมาให้ด้วย

มีช่องจ่ายไฟ และช่องเสียบยูเอสบี

ระบบแอร์อัตโนมัติ ใช้งานง่าย

ช่องแอร์ตรงกลางเป็นทรงกลม ซ้ายขวาเป็นเหลี่ยม

คันเกียร์ขนาดเหมาะมือหุ้มด้วยถุงหนัง

เบาะนั่งด้านหลังปรับพับแบบ 60:40 พร้อมพนักพิงศีรษะแบบแยกส่วน 3 ตำแหน่ง

พื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 265 ลิตร

รุ่นนี้มีปุ่มสตาร์ต/สต็อปมาให้ด้วย

ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ พร้อมปุ่มเปิด-ล็อกที่มือจับด้านนอก

เวลาคลายล็อกจะเปิดเฉพาะด้านคนขับ ต้องกด 2 ครั้งถึงจะเปิดครบทั้ง 4 บาน ให้ความปลอดภัยมากขึ้น

เมื่อเข้าไปนั่งพนักพิงโอบกระชับในระดับหนึ่ง ตัวเบาะสั้นไปสักนิดแต่ไม่ถึงกับทำให้เมื่อยล้ามากนักเวลาขับทางไกล

เครื่องยนต์ K12M 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่ DUALJET กำลังสูงสุด 83 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร

เกียร์อัตโนมัติ CVT

เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อกดคันเร่งแรงๆ หรือต้องการทำความเร็วปลายแบบสุดๆ

แม้จะมีระบบดับเครื่องยนต์ขณะจอด Idling Stop เพื่อประหยัดน้ำมัน แต่ผมไม่ชินและไม่ชื่นชอบเอาซะเลย กดปุ่มปิดไปตามระเบียบ

อัตราเร่งต้น-กลาง มาได้พอประมาณไม่หวือหวาแต่ไม่ถึงกับเรือเกลือ

เพียงแต่การเร่งแซงในระยะกระชั้นชิดต้องระมัดระวังนิดหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ด้วยช่วงตัวที่ค่อนข้างสั้นทำให้กะระยะได้ง่าย ทั้งการมุดเวลารถติด หรือถอยจอดแม้จะไม่มีกล้องส่งภาพตอนถอยมาให้ก็ตาม

บวกกับรัศมีวงเลี้ยวแค่ 4.8 เมตร ยิ่งคล่องตัวมากขึ้น

พวงมาลัยคมประมาณหนึ่ง ที่ชอบคือเบาแรงใช้นิ้วเกี่ยวหมุนซ้าย-ขวาได้เลย

ระบบเบรกแม้ด้านหลังจะเป็นดรัมเบรก แต่ไม่มีปัญหาเรื่องการหยุด มั่นใจได้เลย

ช่วงล่างนุ่มนวลพอตัว ด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมคอยล์สปริง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง

การทดสอบครั้งนี้ผมใช้ความเร็วไม่มากนักเพราะเน้นใช้งานในเมืองมากกว่า แต่พอลองอัดดูบ้างเวลาถนนโล่ง

ถ้าให้เหมาะแนะนำความเร็วระดับ 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขับได้เพลินมาก เครื่องยนต์ไม่ต้องทำงานหนักด้วย

ส่วนเสียงลม-เครื่องฮือเข้ามาประมาณหนึ่ง เปิดเครื่องเสียงพอกลบเกลื่อนได้บ้าง

ถ้าให้ดีเปลี่ยนลำโพงสักชุด หรือใครคิดว่าเครื่องเสียงที่ให้มาดูเชยๆ ไปหน่อย ลงทุนเพิ่มอีกนิดก็แหล่มเลย

เบาะนั่งหลังถ้าให้กำลังสบายนั่ง 2 คนดีที่สุด แต่ถ้าไม่ไกลนักพอไหวอยู่

 

แน่นอนว่าจุดเด่นของคันนี้คือความคล่องตัว และขับง่าย ต่อให้เป็นมือใหม่ก็ไม่มีปัญหา

แถมประหยัดน้ำมันสุดๆ ตามสเป๊ก 23 กิโลเมตร/ลิตร แม้ใช้งานจริงอาจไม่ถึง แต่หากเท้าไม่หนักมาก ระดับ 20 กิโลเมตร/ลิตร ไม่ใช่ปัญหา

ทั้งเติมน้ำมันสูงสุด E20 ประหยัดเพิ่มได้อีกหน่อย

เพลานี้บอกเลยว่าหากไม่ใช่คนเงินถุงเงินถัง การซื้อรถสักคัน อัตราการบริโภคน้ำมันมีผลอย่างยิ่ง

เพราะราคาน้ำมันบ้านเรายังทรงตัวในระดับสูงอีกพักใหญ่แน่นอน ต่อให้ราคาตลาดโลกลดลง แต่คนไทยต้องใช้น้ำมันแพงอีกนาน เพราะต้องเก็บเงินคืนกองทุนน้ำมันที่ติดลบกว่าแสนล้านบาท

ความปลอดภัยมีมาให้ครบถ้วนเท่าที่จำเป็น อาทิ

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP

ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน

เบรก ABS และ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ

อย่างที่บอกในตอนต้นแม้จะทำตลาดมานานพอสมควรแล้ว แต่รูปทรงยังดูวัยรุ่นทันสมัย ขับขี่ง่าย คล่องตัวสูง แถมมาในรุ่นแต่งพิเศษยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก

ซูซูกิ “สวิฟต์ จีแอลพลัส” ราคา 572,000 บาท (สีขาว Pure White Pearl เพิ่ม 5,000 บาท)

ส่วนโปรโมชั่นทยอยออกมาเรื่อยๆ และเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม แต่บอกเลยคุ้มแน่ •