สีหนุวิลล์ กับอนาคตที่ไม่แน่นอน เมื่อทุนจีนม้วนเสื่อกลับบ้าน/บทความต่างประเทศ

บทความต่างประเทศ

 

สีหนุวิลล์ กับอนาคตที่ไม่แน่นอน

เมื่อทุนจีนม้วนเสื่อกลับบ้าน

 

เมื่อหลายสิบปีก่อน “สีหนุวิลล์” เมืองชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา หันหน้าเข้าหาอ่าวไทย เคยเป็นเมืองตากอากาศ จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

เมืองชายหาดริมทะเลของเมืองสีหนุวิลล์ หรือจังหวัดกำปงโสม ของกัมพูชา ห่างจากกรุงพนมเปญไปราว 246 กิโลเมตร เคยเป็นเมืองที่มีชายหาดสวยติดอันดับของเว็บไซต์ท่องเที่ยวทั่วโลก นอกจากนี้ ยังเป็นเมืองท่าที่มีท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในประเทศ

แต่หลังจากนั้น “สีหนุวิลล์” เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเมื่อรัฐบาลกัมพูชาที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูงภายในปี 2030

หนึ่งในนโยบายของรัฐบาลก็คือการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนได้อย่างเสรี โดยเฉพาะกับกลุ่มทุนจากประเทศจีน โดยเฉพาะในกำปงโสม ที่รัฐบาลเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษสีหนุวิลล์ ซึ่งเริ่มพัฒนาขึ้นในตั้งแต่ปี 2008 เปลี่ยนเมืองท่องเที่ยวชายทะเลให้เป็นเมืองใหญ่ที่มีโครงการก่อสร้างคอนโดฯ โรงแรม กาสิโน ร้านอาหาร และศูนย์การค้า ผุดขึ้นเป็นจำนวนมาก

โครงการขนาดยักษ์เกิดขึ้นพร้อมกับเงินทุนจีนที่หลั่งไหลเข้ามามหาศาล จนทำให้สีหนุวิลล์ถูกวางเป้าหมายให้เป็น ‘เสิ่นเจิ้น’ แห่งกัมพูชา

ขณะที่กัมพูชาเองก็มุ่งหมายจะให้สีหนุวิลล์กลายเป็น “มาเก๊าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เช่นเดียวกับชาวจีนที่หวังกอบโกยก็หลั่งไหลเข้ามาในสีหนุวิลล์หลายแสนคนต่อปี

 

ทว่า ในเวลานี้ “สีหนุวิลล์” กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อทุนจีนเริ่มม้วนเสื่อหอบเงินทุนกลับบ้าน โครงการก่อสร้างจำนวนนับพันแห่งต้องกลายเป็นโครงการที่สร้างไม่แล้วเสร็จ

นอกจากนี้ คนทำธุรกิจยังมีปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดินตามมาอีกมากมาย

การเติบโตและซบเซาลงของสีหนุวิลล์เป็นภาพสะท้อนปัญหาของประเทศกำลังพัฒนาที่พึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติมากจนเกินไป

โดยเฉพาะสีหนุวิลล์ที่เติบโตขึ้นมาได้ด้วยการพึ่งพาอุตสาหกรรมกาสิโน โดยเฉพาะธุรกิจ “กาสิโนออนไลน์” ที่ทำให้เมืองขยายตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคม ปี 2019 รัฐบาลกัมพูชาประกาศห้ามเล่นกาสิโนออนไลน์ทั่วประเทศ จากแรงกดดันของรัฐบาลจีน เหตุผลเพราะอุตสาหกรรมนี้ถูกกลุ่มแก๊งอาชญากรจีนใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงผู้คนที่ดูดเงินไหลเวียนเป็นจำนวนมหาศาล

และนั่นส่งผลให้กลุ่มทุนจีนเริ่มถอนทุนกลับประเทศ ชาวกัมพูชาจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาทำงานในสีหนุวิลล์อีกมหาศาลต้องตกงาน

 

ซํ้าร้ายปลายปี 2019 ต่อช่วงต้นปี 2020 ยังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โรคระบาดที่ปิดกั้นการเดินทาง ทำให้โลกทั้งโลกและสถานการณ์ในสีหนุวิลล์เลวร้ายลงไปอีก อาคารสำนักงานที่ว่างลงจากบริษัทพนันออนไลน์ต้องปิดตัวลง เปลี่ยนไปเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงคนไปทั่วโลก และเป็นอีกหนึ่งแหล่งดึงดูดแรงงานผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ

เว็บไซต์นิกเคอิของญี่ปุ่น รายงานว่าเวลานี้ สีหนุวิลล์มีอาคารที่สร้างไม่เสร็จจำนวนมากถึง 1,155 แห่ง โดยการก่อสร้างในโครงการเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกระงับลงแล้ว ขณะที่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสีหนุวิลล์หลังจากการขยายตัวยุติลงก็คือการก่อสร้างถนน ทางเท้า และระบบระบายน้ำใหม่ ที่รัฐบาลจำเป็นต้องสร้างขึ้นใหม่หลังจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมาทำลายโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่ของเมืองลงเกือบทั้งหมด

บรรดานักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวจีนที่เหลืออยู่ซึ่งเงินจมลงไปกับโครงการก่อสร้างทั้งหลายต้องดิ้นรนเรียกร้องให้รัฐบาลท้องถิ่นลดภาษี และสร้างมาตรฐานราคาค่าเช่าพื้นที่

และขอให้รัฐเป็นตัวกลางเจรจากับนายทุนเจ้าของที่ดินชาวกัมพูชาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งที่เป็นปัญหาเรื้อรังในสีหนุวิลล์

 

ตัวอย่างมีให้เห็นจากนักพัฒนาชาวจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในสีหนุวิลล์ตั้งแต่ปี 2017 สร้างโรงแรมมูลค่า 106 ล้านบาท เสร็จสิ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 แต่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ และยังมีปัญหาขัดแย้งกับนายทุนเจ้าของที่ที่ต้องการฮุบกิจการ กลายเป็นปัญหาคาราคาซังที่นักลงทุนหลายๆ คนกำลังเผชิญ

นักวิเคราะห์มองว่าบรรดานักพัฒนาที่ลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ยังคงยื้อเวลาและยื่นข้อเสนอให้กับบรรดานายทุนเจ้าของที่ด้วยหวังว่าวันหนึ่งนักลงทุนจะกลับมาที่สีหนุวิลล์อีกครั้ง ความหวังที่นับว่าเลือนรางและอาจจะไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน

ขณะที่กัมพูชา ประเทศที่มีการทุจริตอย่างกว้างขวาง ขณะที่การประเมินราคาที่ดินนั้นอยู่ในมือกลุ่มทุนที่มีอิทธิพลในประเทศ ข้อเสนอของนักพัฒนาอสังหาฯ ชาวจีนก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับการตอบสนองเช่นกัน

แม้ว่ารัฐบาลกัมพูชาเองก็พยายามที่จะจัดการปัญหาด้วยการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินแผนพัฒนาสีหนุวิลล์ให้เป็นศูนย์กลางการค้า, บริการและการขนส่งของภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม การหารือเกี่ยวกับโครงการที่ต้องหยุดชะงักไปนับพันแห่งก็ไม่มีการพูดถึงกันมากนัก

ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้น นักพัฒนาอสังหาฯ ชาวจีนบางรายต้องยอมตัดลดโครงการลง เช่น นักพัฒนาชาวจีนรายหนึ่งที่ต้องระงับแผนก่อสร้างอพาร์ตเมนต์ความสูง 30 ชั้นลงเหลือแต่โครงการห้างสรรพสินค้าสูง 5 ชั้นที่สร้างเสร็จเรียบร้อย โดยห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ซึ่งใช้ทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาทก็ยังคงมีผู้เช่าเพียง 30% และจำเป็นต้องลดค่าเช่าด้วยถึง 35% เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้

 

ความหวังของสีหนุวิลล์ยังคงเลือนรางเมื่อเศรษฐกิจของจีนในเวลานี้ยังคงชะลอตัว เป็นสัญญาณที่ไม่ดีสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างของกัมพูชาที่คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ

นั่นสอดคล้องกับที่ธนาคารโลกเปิดเผยตัวเลขทางเศรษฐกิจของกัมพูชาในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาพบว่า การอนุมัติการลงทุนจากต่างชาติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกัมพูชานั้นลดลงจาก 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6 แสนล้านบาทในปี 2019 เหลือเพียง 142 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,000 ล้านบาทเท่านั้นในปี 2020 ที่ผ่านมา

ขณะที่ธนาคารโลกระบุว่า แม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะผ่อนคลายลงแล้ว อุตสาหกรรมก่อสร้างของกัมพูชาก็ยังคงซึมเซาต่อไป

สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขอนุมัติโครงการก่อสร้างในกัมพูชาในไตรมาสแรกของปี 2022 ที่ลดลงทั้งมูลค่าและพื้นที่เกือบ 70% ขณะที่ปริมาณการนำเข้าเหล็กและซีเมนต์นั้นก็ลดลงเกือบ 40% เช่นกัน

นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังเตือนด้วยว่า การเติบโตของสินเชื่อในระดับสูงและสินเชื่อในประเทศที่กระจุกตัวอยู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์นั้นยังคงเป็นความเสี่ยงหลักต่อเสถียรภาพทางการเงินของกัมพูชา

สถานการณ์ในสีหนุวิลล์ในเวลานี้ดูเหมือนจะทำให้อนาคตของเมืองใหม่แห่งนี้ยังคงมืดมน อย่างไรก็ตาม นักธุรกิจบางส่วนที่ยังคงปักหลักในสีหนุวิลล์ มองว่ายังคงมีความหวังและโอกาสรออยู่

โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลจีนเปิดประเทศให้ชาวจีนเดินทางออกจากประเทศได้อย่างเสรีนั่นเอง