ทางรอดอยู่ในครัว : มื้อเช้าเพื่อคนปากดี / ครัวอยู่ที่ใจ : อุรุดา โควินท์

อุรุดา โควินท์

ครัวอยู่ที่ใจ

อุรุดา โควินท์

 

ทางรอดอยู่ในครัว

: มื้อเช้าเพื่อคนปากดี

 

ฉันจำเป็นต้องจัดพลังงานและเวลาให้ดีขึ้น เพราะแม่กลับเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ เพื่ออยู่ให้ยา 14 วัน หลังจากหมอพบว่าแม่ติดเชื้อในกระแสเลือด

คำถามแรกในหัวฉันคือ ใครจะดูแลแม่ในโรงพยาบาล

คนที่เคยเจอกับห้องอายุรกรรมรวมย่อมรู้ดี นั่นคือสถานที่ซึ่งเราต้องใช้พลังงานทั้งหมดที่มี และอาจหมายรวมพลังงานที่เราไม่เคยมี (ต้องหามา)

ดูแลคนป่วยในห้องอายุรกรรมรวม 14 วันนั้น คนเดียวคงไม่ไหว อีกทั้งหากเป็น 14 วันที่ฉันไม่ได้ทำงาน เราจะมีปัญหาการเงินตามมา

ฉันปรึกษาน้องสาว เธออยู่เชียงใหม่ แน่นอน ฉันไม่ได้คาดหวังให้เธอมาเฝ้าแม่ เราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไร ฉันไปเยี่ยมแม่ได้ทุกวัน แต่ต้องมีใครอีกสองสามคน สลับกันดูแลข้างเตียงคนป่วย

แล้วเราก็ได้คนหนุ่มสามคนที่คุ้นเคยกับแม่ คอยผลัดเปลี่ยนกันดูแลแม่ เรามีค่าแรง ค่าเหนื่อยให้พวกเขาอย่างเต็มที่

แต่เราก็ตระหนักว่า งานแบบนี้ไม่ใช่ทุกคนยินดีทำ ฉันรู้สึกติดค้าง และจะจดจำพวกเขาเสมอไป

 

ได้คนเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ฉันต้องมีเวลาอย่างน้อยหนึ่งหรือสองชั่วโมงในโรงพยาบาลทุกวัน ซึ่งหมายความว่า เวลาทำงานจะลดลง

ฉันเร่งทุกอย่างให้เร็วขึ้น กระชับขึ้น ทำอาหารที่ง่ายขึ้น แต่ยังนอนให้พอ และพยายามกินโปรตีนให้มากขึ้น

ฉันต้องแข็งแรง ป่วยไม่ได้เด็ดขาด อีกทั้งต้องแข็งแกร่ง พร้อมเผชิญทุกสถานการณ์

“อยากให้เรากินโปรตีนมื้อเช้าเยอะขึ้นหน่อย” ฉันบอกเขา “กินโปรตีนแล้วขยัน มีแรง”

“ไข่ดาวก็ได้นะ ง่ายๆ”

“เรากินเมื่อวาน”

“งั้นก็ไข่ลวก เรามีซาวโดว์กับแยมเบคอน”

“ไข่ลวกก็เพิ่งกินนะ ถ้าจำไม่ผิด”

เขาหัวเราะ “สรุปว่าจะไม่กินไข่ใช่มั้ย”

ถูกต้องที่สุด เราไม่กินไข่ ไข่เป็นโปรตีนที่ดี แต่เรากินบ่อยแล้ว เช้านี้ต้องแตกต่าง และอร่อยอย่างมาก

อร่อยแบบที่เขาจะกินข้าวมากเป็นพิเศษ

ฉันเตรียมการไว้ตั้งแต่เมื่อวาน หลังจากเยี่ยมแม่ ฉันแวะไปซื้อเนื้อวัว หมู และผักมาเก็บไว้

เราจะกินข้าวกับ Menchi katsu

เขายังไม่รู้ ฉันไม่อยากบอก มันเป็นของโปรดเขา ฉันไม่ได้ทำนานแล้ว และส่วนใหญ่ฉันทำเป็นมื้อเย็น

Menchi katsu น่ะ ก็คือหมูทอดนั่นเอง แต่ฉันต้องยอมรับว่า มันอร่อยกว่าหมูสับผสมปลาอินทรีย์ที่แม่ทำให้กินมาก

เหตุผลหลักของความอร่อยคือ Menchi katsu ใช้ทั้งเนื้อวัวและเนื้อหมู จะใช้อย่างละครึ่ง หรือเนื้อวัวมากกว่าเนื้อหมูก็ได้

เมื่อใช้หมูบดกับเนื้อวัวบดรวมกัน เราจะได้ผลลัพธ์ใหม่ ที่ไม่ใช่ทั้งเนื้อหมูและเนื้อวัว ผลลัพธ์นั้นมาทั้งแบบกลิ่น รส และสัมผัส

ฉันใช้สันคอหมูสับหยาบ 100 กรัม กับเนื้อวัวส่วนอกสับหยาบ 200 กรัม สับแบบหยาบ จะทำให้ Menchi katsu ไม่แน่นไป

ใส่ลงชามใหญ่รวมกัน แล้วใส่หอมใหญ่หั่นเต๋าเล็กที่ผัดสุกแล้วหนึ่งหัว

ซอสทงคัทสึหนึ่งช้อนโต๊ะ เกลือนิดหน่อย

นวดส่วนผสมให้เนียน ไม่ติดมือ แล้วปั้นเป็นก้อนขนาดราว 50-60 กรัม ให้ทรงออกไปทางรี และค่อนข้างแบน

ปั้นจนครบ แล้วฉันก็พักไว้

หยิบถ้วยขึ้นมาสามใบ ใบหนึ่งตอกไข่ ตีให้แตก อีกใบใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ ใบสุดท้าย คือเกล็ดขนมปัง

Menchi katsu จะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่คลุกแป้ง ชุบไข่ แล้วคลุกกับเกล็ดขนมปังให้ทั่วทั้งชิ้น

ขั้นตอนนี้ฉันจะใจเย็นเข้าไว้ และต้องเบามือ เพื่อไม่ให้รูปทรง Menchi katsu เปลี่ยนไป

คลุกให้ครบทุกชิ้น ฉันล้างมือ เตรียมผักที่จะกินด้วยกันให้พร้อม ดูให้แน่ใจว่าข้าวสุก แล้ว ค่อยมาตั้งน้ำมันเตรียมทอด

Menchi katsu ต้องกินตอนร้อนเท่านั้น ขึ้นจากน้ำมันแล้วเสิร์ฟเลย คือดีที่สุด

 

ฉันทอดในหม้อใบเล็ก เพราะต้องการทอดแบบน้ำมันท่วม

ใช้น้ำมันรำข้าวใหม่ รอให้น้ำมันร้อน แล้วค่อยๆ หย่อน Menchi katsu ลงไปทีละชิ้น ใช้ไฟกลางๆ เพราะถ้าร้อนไป ขนมปังจะไหม้เสียก่อน

ถ้ามีน้ำออกมาจากก้อนเนื้อ นั่นหมายความว่าสุกแล้ว ใช้เวลาไม่นาน ส่วนใหญ่ไม่เกินสามนาที หลังจากหย่อนลงน้ำมัน

ตักใส่จานทรงรี แล้วราดซอสทงคัทซึอีกสักนิด

ฉันยกไปวางบนโต๊ะ เคียงข้าวจานสลัด ตักข้าวใส่ถ้วยสองใบ แล้วถึงเดินไปเรียกเขา

เขายิ้มกว้างเมื่อเห็นอาหาร “โห…อิ่มถึงกลางวันแน่นอน”

“ถ้าไม่แรงเยอะ ก็ง่วง มีสองอย่าง” ฉันแซว

“อย่างแรกสิ กินอาหารดีๆ แล้วหลับ เสียดายอาหาร เสียแรงคนทำ”

ต้องอย่างนี้สิ ดีมาก…มาก นอกจากจะมีคนรักหน้าตาดี เขายังพูดได้ดีอีกด้วย •