เมื่อเซียนมวย (แกะดำ) สวมบท ‘มาเฟีย’ ใหญ่ แฉสาเหตุหลัก ‘พนัน’ / เขย่าสนาม : เงาปีศาจ

เงาปีศาจ

เขย่าสนาม

เงาปีศาจ

 

เมื่อเซียนมวย (แกะดำ)

สวมบท ‘มาเฟีย’ ใหญ่

แฉสาเหตุหลัก ‘พนัน’

 

เกิดเรื่องอื้อฉาวในวงการมวยไทยอีกครั้งเมื่อบรรดา “เซียนมวย” ไม่พอใจผลการตัดสินของกรรมการก่อเหตุบุกขึ้นไปบนสังเวียนการชกตะโกนด่ากดดันให้กรรมการ “ยกเลิก” ผลการตัดสิน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เวทีมวยราชดำเนินในศึกใหญ่อย่าง “เพชรยินดี” เมื่อกลางดึกคืนวันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน ในการชกคู่ที่ 3 ระหว่าง แป๊ะยิ้ม ป.จิรกิตติ์ มุมแดง พบกับ กระดูกเหล็ก อ.อัจฉริยะ มุมน้ำเงิน

หลังการชก กรรมการชูมือให้ แป๊ะยิ้ม ป.จิรกิตติ์ พลิกล็อกเอาชนะ กระดูกเหล็ก อ.อัจฉริยะ 2-1 เสียง แบบพลิกราคาต่อรอง

หลังกรรมการชูมือ บรรดาเซียนมวยนับสิบคนนำโดยคนดังอย่าง “ตี๋ ทีเด็ด 99” สรศักดิ์ แซ่ตั้ง เจ้าของค่ายมวยทีเด็ด 99 และเจ้าของธุรกิจสถานบันเทิงชื่อดังย่านสะพานควาย ไม่พอใจผลการชี้ขาดของกรรมการ ลงมาจากบนล็อกที่นั่งขึ้นไปบนเวที โวยวาย ตะโกนด่า พร้อมกับยื่นคำขาดให้ “ยกเลิก” ผลการตัดสินที่ประกาศไป

เจ้าของศึกอย่าง “เสี่ยเน้า” วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยในวัย 75 ปี พร้อมด้วย “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ ต้องเข้าไปไกล่เกลี่ยขอร้องแฟนมวยให้ลงจากเวทีเพราะการแข่งขันคู่อื่นไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม บรรดาเซียนมวยที่ยังคง “หัวร้อน” กับผลการตัดสินคู่ระหว่าง แป๊ะยิ้ม ป.จิรกิตติ์ VS กระดูกเหล็ก อ.อัจฉริยะ ไม่สนใจคำขอร้องจากรุ่นใหญ่โปรโมเตอร์จากค่ายเพชรยินดี

สุดท้ายประธานผู้ตัดสินเวทีมวยราชดำเนินตัดสินใจที่จะประกาศ “ยกเลิก” ผลการชกตามคำขอของ “เซียนมวย” ทำให้เหตุการณ์บนเวทีเริ่มสงบลง เซียนมวยยอมยุติการประท้วงและลงจากเวทีในที่สุด

ต่อมาเวทีมวยราชดำเนินโดย จิต เชี่ยวสกุล นายสนามมวยเวทีราชดำเนิน เซ็นคำสั่งลงโทษห้ามแฟนมวยจำนวน 15 คนเข้าเวทีมวยราชดำเนินแบบไม่มีกำหนดจากเหตุที่ขึ้นไปก่อเหตุประท้วงวุ่นวายบนเวที

ประกอบด้วย สรศักดิ์ แซ่ตั้ง (ตี๋ ทีเด็ด 99), พรสุริยา อำนวยการณ์ (เปิ้ล นคร), พงศ์ปณต ถนอมบูรณ์ (เล็ก จันทร์ระกา), ชัยวัฒน์ คำก้อน (หนึ่ง จันทกานต์), สนั่น ทิพย์มณเฑียร (เอก ปัตตานี), นราธิเบต ทองคำ (เบส เชียงใหม่), บุญเลิศ บุญญาธิการ (ตี๋ รามอินทรา), จิตรกร พรประทุม (โจ้ สกล), วีรยุทธ สุพรรณโท (วัชรชัย ราชานนท์), นิพนธ์ พฤกษะศรี (ใต้ คู้บอน), กิตติพัฒน์ ทิพย์มณเฑียร (โอต ปัตตานี), ธนกฤต จันทร์หอม (ชาย มีนบุรี), สรายุทธ ร่างใหญ่ (ยุทธ สุราษฎ์), ศุภโชค กล่องยงค์ (แชมป์ ชัยนาท) และณรงค์ เพ็งหนู (บอย ประเด็นเด็ด)

หลายคนถามมาว่า แค่ผลการชกมวยไทย ทำไมต้องประท้วงบังคับให้ยกเลิกผลการแข่งขันกันวุ่นวาย?

คำตอบที่ตรงประเด็นคือ เป็นเรื่องของวงการพนัน

กลุ่มผู้เสียเงินเดิมพันจากผลการชกคู่ดังกล่าวไม่พอใจเพราะมองว่า มวยตัวเอง (กระดูกเหล็ก) เป็นฝ่ายชนะคะแนน จึงสติแตกที่เสียเงินเดิมพัน บุกขึ้นไปบนเวทีเพื่อกดดันให้ยกเลิกผลการชกคู่ดังกล่าว

เพราะในวงการพนันหากมีการตัดสินว่า ไม่มีการตัดสินผลการชกคู่ดังกล่าว หรือมวยยกเลิกไปก่อน การเดิมพันถือว่าไม่เกิดขึ้น

ฝ่ายที่เสียเงินไปแล้วก็จะได้เงินคืน

หรือพูดกันภาษาชาวบ้านว่า “ไม่ได้ ไม่เสีย” นั่นเอง

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้กับวงการมวย ในอดีตเคยมีกรณีคล้ายๆ กันเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2531 ในการชกป้องกันแชมเปี้ยนโลกศึกสายเลือด ครั้งที่ 2 ระหว่าง เขาทราย แกแล็คซี่ กับ ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ ที่เวทีมวยลุมพินี

คนไทยต้องยอมรับกันก่อนว่า การเล่นพนันมวยไทยในเวทีมวย (มาตรฐาน) ที่ขออนุญาตอย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ถือว่ากระทำได้ไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย ต่างจากบ่อนพนันที่ลักลอบเปิดอย่างไม่ถูกต้องที่มีเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองในทุกวันนี้

ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องที่แปลกมากนักที่ “เซียนมวย” ในคราบ “นักพนันมวย” จะแห่เข้าไปเล่นพนันมวยในสนามมวย ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเข้าใจกัน แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ไม่เข้าใจ

แต่ที่แปลก และผิดขนบธรรมเนียมวงการนักเลง วงการมวยคือ การไม่มีน้ำใจ การไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน การไม่ยอมรับในกฎ กติกา การใช้พรรคพวก ใช้ความเป็น “นักเลง” กดดันการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน

ที่แปลกกว่านั้นคือ กรรมการเวทีมวยราชดำเนิน ยอมที่จะทำตามคำขอของ “เซียนมวย” คือ ยกเลิกผลการชกได้อย่างไร?

นี่คือ การยอมให้กลุ่มอิทธิพลมืดแทรกแซงการทำหน้าที่ชี้ขาดผลการแข่งขัน “กีฬา VS พนันมวย” ถึงในบ้านของตัวเอง ยอมศิโรราบให้กับการประท้วงแค่หยิบมือเดียวทั้งที่เป็น “บ้าน” ของตัวเองชนิด “เสือไร้เขี้ยวเล็บ”

บรรทัดฐานที่เวทีมวยราชดำเนินยอม “เปลี่ยน” คำตัดสินตามความ “พอใจ VS ไม่พอใจ” ของเซียนมวยมันสะท้อนถึงความไม่หนักแน่น ไม้หลักปักเลนของเวทีมวยราชดำเนิน

 

ฝั่ง “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช ออกมาตอบโต้ ไม่ยอมรับการกระทำของกลุ่มดังกล่าวที่ทำให้ศึก “เพชรยินดี” เกิดรอยด่างพร้อย ไม่ยอมรับที่ไม่ให้เกียรติรุ่นใหญ่ผู้เป็นพ่อของตัวเองอย่าง “เสี่ยเน้า” แม้จะขอร้องกันแล้ว จึงประกาศไม่ขอจัดมวยค่าย “ทีเด็ด 99” ของ “ตี๋ ทีเด็ด 99” มาขึ้นต่อยในศึกเพชรยินดีอีกต่อไป

นี่เป็นแรงกระเพื่อมที่ต้องจับตามองว่า “รอยร้าว” ระหว่าง “เสี่ยเน้า+เสี่ยโบ๊ท VS ตี๋ ทีเด็ด 99” จะลุกลามบานปลายไปอีกกี่กรณี กี่กรณีในวงการมวยไทย

เข้าใจว่า วงการมวยคือ “น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า” เวทีมวยต้องพึ่งพาโปรโมเตอร์ และเซียนมวย ด้านโปรโมเตอร์ก็ต้องพึ่งพาเวที และเซียนมวย ส่วนเซียนมวยก็ต้องพึ่งพาเวทีมวย และโปรโมเตอร์ ภายใต้กฎ กติกา มารยาทวงการที่ทุกคนเข้าใจกันอยู่แล้ว

แต่หากมีเนื้อร้าย “แหกคอก” ทำลายวงการขึ้นมา คนมวยต้องเลือกเอาแล้วว่า จะเลือกตัด “เนื้อร้าย” รักษาอวัยวะส่วนใหญ่หรือไม่…?

อย่าปล่อยให้ “แกะดำ” สวมบท “มาเฟีย” ทำลายวงการมวยที่บรรพบุรุษสร้างกันมา… •