เสียงจากเวทีความมั่นคง/โลกทรรศน์ อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
China's Defence Minister Wei Fenghe speaks at the Shangri-La Dialogue summit in Singapore on June 12, 2022. (Photo by ROSLAN RAHMAN / AFP)

โลกทรรศน์

อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

 

เสียงจากเวทีความมั่นคง

 

เวทีความมั่นคง ผมหมายถึง ที่ประชุม Shangri La Dialoque (SLD) ที่สิงคโปร์ วันที่ 10-12 มิถุนายน 2022 อันเป็นที่ประชุมด้านความมั่นคงของเอเชียชั้นแนวหน้า โดยทางการ เขาเรียกการประชุมชนิดนี้ว่า ‘Track One’ inter-governmental security conference ซึ่งหมายถึง แทรกที่ 1 การประชุมด้านความมั่นคงระหว่างภาครัฐบาลต่อรัฐบาล

เกิดขึ้นมา 2 ทศวรรษแล้ว คือ ครั้งแรกจัดเมื่อปี ค.ศ.2002 จัดโดยหน่วยงาน International Institute for Strategic Studies-IISS คือ Think Tank ของสหราชอาณาจักร แล้วจัดขึ้นทุกปีนับแต่นั้นเป็นต้นมา1

ความจริงแล้ว การประชุม มี SLD ความสำคัญมากต่อการเมืองและความมั่นคงของโลกเลยทีเดียว

การประชุม SDL เป็นมากกว่า เวทีของความรู้ต่างๆ ด้านความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก

การประชุม SDL เป็นเวทีการเจรจาด้านความมั่นคงของรัฐบาลประเทศต่างๆ อันมีผลต่อนโยบาย ยุทธศาสตร์และความร่วมมือ/ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

 

การประชุม SDL ปีนี้

ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า การประชุม SDL มีความสำคัญต่อการเมืองระหว่างประเทศของทั้งภูมิภาคและโลก ในปีนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ฟุมิโอะ คิชิดะ (Fumio Kishida) ได้รับเชิญเป็นองค์ปาฐกถา ประธานาธิบดียูเครน (Volodymyr Zelenskyy) ก็ได้รับเชิญให้เป็นองค์ปาฐกถา เพียงแต่ใช้การปราศรัยผ่านทางออนไลน์ นอกจากนี้ แต่ละที่ประชุมเต็มคณะ (Plenary) ล้วนแต่น่าสนใจยิ่ง

สำหรับผม ที่ประชุมเต็มคณะที่ 4 เรื่อง Military Modernisation and New Defence Capacity ซึ่งมีท่าน พล.อ.เตีย บันห์ (Tea Banh) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม กัมพูชา เป็นองค์ปาฐกด้วย ส่วนที่ประชุมเต็มคณะที่ 5 เรื่อง China’s Vision for Regional Order องค์ปาฐกคือ รัฐมนตรีกระทรวงโหมและมนตรีแห่งรัฐจีน พล.อ. Wei Fenghe เป็นองค์ปาฐกถา

สาระสำคัญของการประชุม SDL ปีนี้ก็คือ ความตึงเครียดของโลกในเรื่องไต้หวัน ยูเครน และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน และวิกฤตการณ์เมียนมา (Global Tension Taiwan, Ukraine, Tension between US and China and Myanmar Crisis) นั้นเอง

 

โลกตึงเครียด ที่ประชุมร้อน

ในที่ประชุม ประเด็น โลกตึงเครียด มีตัวละครสำคัญประกอบด้วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมถึง 3 ชาติมหาอำนาจ นั่นคือ Lloyd Austin (สหรัฐอเมริกา) พล.อ. Wei Fenghe (จีน) Richard Marles (ออสเตรเลีย) แล้ว รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย Richard Marles ก็ชี้ให้เห็นว่า

“…การสร้างกำลังทหารจีนนั้นใหญ่ที่สุดและมีความทะเยอทะยานที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา และสามารถนำไปสู่การแข่งขันทางด้านอาวุธในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก…รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียยังกล่าวเตือนด้วยว่า…การแข่งขันด้านอาวุธในภูมิภาคนี้ สามารถเป็นเหตุให้รู้สึกไม่มั่นคง (insecurity) จากการกระทำของจีน…”

แล้วรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียก็หักมุมเชิงการทูตอย่างล้ำลึก เขาอธิบายว่า

“…แล้วอันตรายเหลือเกิน เพื่อนบ้านจีนมองไม่เห็นการเสริมสร้างกำลังอาวุธอันนี้ มันเป็นความเสี่ยงของแต่ละประเทศ เพราะไม่มีความแน่นอน มันเลี่ยงไม่ได้เลยที่ประเทศเหล่านี้จะแสวงหาการเพิ่ม/ยกระดับสมรรถนะทางทหารของตน…สรุปคือ ความไม่มั่นคงนี้คือแรงผลักดันสู่การแข่งขันด้านอาวุธ…”

รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียยังกล่าวเสริมว่า “…จีนไม่ได้ไปไหน และเราทั้งหมดต้องการอยู่ด้วยกัน และหวังต่อความรุ่งเรืองด้วยกัน ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของจีน เชื่อมโยงกับความสำเร็จทางเศรษฐกิจของพวกเราและภูมิภาค…”

 

ปัญหาไต้หวัน

จากรายงานของสื่อมวลชน คำวิจารณ์ของรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมจีน พล.อ. Wei Fenghe ซึ่งตอบโต้รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา Lloyd Austin คือ “…จีนจะไม่รีรอเริ่มต้นสงคราม ไม่ว่าจะต้องใช้ต้นทุนเท่าใด ถ้าไต้หวันประกาศตัวเป็นเอกราช…”

ส่วนรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกากล่าวว่า สหรัฐอเมริกาก็เหมือนกับชาติอื่นๆ คือ ไม่ยอมรับเอกราชของไต้หวัน จีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน รัฐมนตรี Lloyd Austin ยังกล่าวหาจีนต่อเนื่องอีกว่า

“…(จีน-ขยายความโดยผู้เขียน) ท้าทายและทำลายเสถียรภาพทางการทหาร เมื่อ (ฝูงบิน-ขยายความโดยผู้เขียน) กองทัพปลดปล่อยประชาชนบินเข้าใกล้ไต้หวันหลายครั้งในช่วงเดือนที่ผ่านมาและเกือบทุกวัน… อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอเมริกาแสดงความชัดเจนว่า สหรัฐอเมริกาไม่สนับสนุนการเป็นเอกราชของไต้หวัน…”

“…ในทะเลจีนตะวันออก จีนเดินเรือประมงออกไปได้จุดความตึงเครียดต่อประเทศเพื่อนบ้าน ในทะเลจีนใต้ จีนกำลังใช้เกาะที่สร้างขึ้นมา แล้วใช้อาวุธโดยอ้างว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมายในทะเล…”2

ในความเห็นของรัฐมนตรี Lloyd Austin “…เราเห็นว่า เรือเหล่านั้นได้ปล้นภูมิภาค มีการทำผิดกฎหมายภายในดินแดนน่านน้ำของประเทศอื่นๆ ในอินโด-แปซิฟิก อีกทั้งด้านตะวันตกของจีน…เราเห็นจีนยังคงแข็งกร้าวตามแนวชายแดนจีน-อินเดีย…”

Lloyd Austin กล่าวว่า “…สหรัฐอเมริกาไม่ต้องการสงครามในภูมิภาค…เราไม่ต้องการการเผชิญหน้า หรือความขัดแย้ง เราไม่ได้แสวงหาสงครามเย็นใหม่ (a new Cold War) และ NATO เอเชีย หรือแบ่งภูมิภาคเป็นกลุ่มที่เป็นศัตรู (hositile bloc)…”

อย่างไรก็ตาม ในเชิงการทูต รองเสนธิการทหารกลางจีน พล.ต. Zhang Zhenghong ตอบโต้รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาว่า “…สหรัฐอเมริกาไม่มีความคงที่คำพูดและพันธสัญญา…เรื่องไม่สนับสนุนการประกาศเอกราชของไต้หวัน…”

กล่าวโดยสรุป

ความตึงเครียดของโลก ปัญหาไต้หวันและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ได้นำเข้าสู่โต๊ะเจรจาใน SLD โต๊ะเจรจาที่ได้ให้โอกาสแก่รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของทั้งสหรัฐอเมริกาและจีนได้พบปะกันเป็นครั้งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งในเวทีเต็มคณะ การประชุมทวิภาคี และการปรึกษาหารือสองต่อสอง ที่สำคัญยังมีการเคลื่อนไหวแบบการทูตที่เรียกว่า sideline คือรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมชาติเล็กชาติใหญ่เขาพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ ได้เล่าเรื่องราวและความเป็นมา ที่อาจเคยก่อความสงสัยและไม่เข้าใจบางประการต่อกัน เช่น3

การพูดคุยกันระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา LIoyd Austin กับรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมจีน พล.อ. Wei Fenghe

การพูดคุยกันระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา LIoyd Austin กับรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา พล.อ.เตีย บันห์ เรื่องความกังวลต่อกิจกรรมของจีนเรื่องท่าเรือทางการทหารที่ เรียม (Ream) ทางตอนใต้ของกัมพูชา

หมายเหตุตัวโตๆ โดยผู้เขียน ท่าเรือทางทหารนี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดพระสีหนุวิว เป็นท่าเรือทางทหารดั้งเดิม แต่ไม่ใช่ท่าเรือทางทหารของกัมพูชาอันใหม่คือ ท่าเรือดาราสาคอน ซึ่งอยู่ที่ใต้สุดของกัมพูชา ที่จังหวัดเกาะกง ตรงข้ามจังหวัดตราดของไทย เป็นท่าเรือทางทหารที่จีนใช้เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road-BRI) เชื่อมต่อกับสนามบินกัมพูชา ที่สำคัญเป็นท่าเรือสู่อ่าวไทยแห่งสำคัญของทั้งกัมพูชาและจีน

อีกทั้งยังมีการประชุม 3 ฝ่ายที่สำคัญๆ ได้แก่ การประชุมเรื่องเกาหลีเหนือ ระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา Lloyd Austin รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น Kishi Nobuo รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี Lee Jong-Sub4

น่าสนใจมากกว่า รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมไทยหายไปไหน โปรดติดตามต่อไปครับ

1Liu Zhen, “What is the Shangri-La Dialoque and why is it so important?” South China Morning Post 3 June 2016.

2เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีกรณีเรือรบจีนเผชิญหน้าเรือรบออสเตรเลีย ต่อมาเครืองบินรบจีนสกัดกั้นการปฏิบัติการบินของเครื่องบินฝ่ายพันธมิตรในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ โดยอ้างเครื่องบินสอดแนมออสเตรเลีย ดู Fatma Khaled, “Chinas’ Unsafe’ Aerial Intercepts at Sea’…Austin” Newsweek 11 June 2022.

3“Shangri-La : Delegate meet amid security Challenge” Al Jazeera 9 June 2022.

4Ibid.,