รุมทุบ”ประชาไท”รับเงินโซรอส สมาคมนักข่าว สอน”เลี้ยงไส้เดือน-จิ้งหรีด”เรื่องวุ่นวงการสื่อ

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อใหญ่อย่าง “เดอะ เนชั่น” เปิดประเด็นกรณีเว็บไซต์ข่าวกระแสรองอย่าง “ประชาไท” รับเงินสนับสนุนจากมูลนิธิของ “จอร์จ โซรอส” ชื่อของโซรอสถูกสร้างให้เป็นปีศาจในสายตาคนไทยในฐานะพ่อมดการเงินผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีค่าเงินบาทในปี 2540 จนเกิด “วิกฤตต้มยำกุ้ง”

13480303281348030353l

โดยเว็บไซต์คมชัดลึกรายงานว่า “นายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการเครือเนชั่น และนายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

เว็บไซต์ข่าว “ประชาไท” ยอมรับว่ารับเงินสนับสนุนจากมูลนิธิของ “จอร์จ โซรอส” พ่อมดการเงินผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีค่าเงินบาทในปี 2540 จนเกิด “วิกฤตต้มยำกุ้ง” แต่ยืนยันไม่มีผลกระทบก่อการทำงานของเว็บไซต์ข่าวแห่งนี้ นางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการประชาไท เปิดเผยกับ “เนชั่น” ว่า ประชาไทรับเงินสนับสนุนปีละ 1.7 ล้านบาท จาก Open Society Foundation ของโซรอส ตั้งแต่ปี 2548 โซรอสตั้งมูลนิธิแห่งนี้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มเอ็นจีโอทั่วโลก

13212313741321251695l

เรื่องนี้ถูกเปิดเผยเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาหลังจากฐานข้อมูลของมูลนิธิถูกแฮ็กโดยเว็บไซต์ DCLeaks ซึ่งพยายามเปิดโปงเบื้องหลังของโซรอสที่ใช้เงินช่วยเหลือที่ให้กับกลุ่มเอ็นจีโอ แทรกแซงกิจการภายในของประเทศต่างๆ

New Atlas เว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ เปิดแผยว่า เอ็นจีโอส่วนใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล โดยเฉพาะเอ็นจีโอที่ต่อต้าน คสช. รับเงินจากมูลนิธิของโซรอสซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรทางการเงิน เพราะบทบาทในการเก็งกำไรค่าเงิน

สำหรับเว็บไซต์ข่าวประชาไท มาจากการริเริ่มของ จอน อึ๊งภากรณ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา แรงผลักดันมาจากการเห็นภาพรวมว่าสื่อมวลชนในไทยไม่เป็นอิสระโดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ เว็บไซต์ประชาไท เริ่มเผยแพร่ข่าวมาตั้งแต่ 6 กันยายน 2547 โดยตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งประชาไทมีจุดยืนชัดเจนที่เชื่อในความมีอิสระของสื่อในการนำเสนอข่าวโดยไม่ยอมตกอยู่ภายใต้การจำกัดและควบคุมโดยอำนาจรัฐ ดังนั้น บทบาทการนำเสนอข่าวของประชาไทจึงมักขัดกับผู้มีอำนาจในปัจจุบันอยู่เสมอ

การเปิดประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดดราม่าในวงการสื่อพอสมควร โดยสื่ออาวุโสฝ่ายประชาธิปไตย มองว่า เดอะ เนชั่น นำเสนอข่าวนี้เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของประชาไท

ขณะที่ พิภพ อุดมอิทธิพงศ์ นักแปลและสื่อมวลชนอิสระ แสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า ต้นตอจากข่าว เดอะ เนชั่น อ้างอิงสำนักข่าวโนเนมอย่าง “New Atlas” ที่มีเจ้าหน้าที่แค่สามคน ใช้ชื่อจริงคนเดียว นามแฝงอีกสองคน Facebook มี 200 likes ส่วน twitter 216 followers

12930049771293012620l

โดยพิภพ มองว่า เดอะ เนชั่น พยายามใส่สีโดยตอกย้ำภาพว่าประชาไทได้รับการสนับสนุนจากโซรอสคนที่ทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ2540 ทั้งที่การพังทลายของระบบเศรษฐกิจมีหลายปัจจัย “คนคนเดียวไม่สามารถทำลายเศรษฐกิจไทยทั้งระบบได้”

นอกจากนี้ พิภพ มองว่า เนื้อข่าว เดอะ เนชั่น พยายามโยงให้เห็นว่า “จีรนุช เปรมชัยพร” ผอ.ประชาไท เคยขึ้นศาลในคดีความผิดตามมาตรา 112

13623899421362390095l

ขณะที่ ลักขณา ปันวิชัย หรือ คำ ผกา พูดถึงเรื่องนี้ว่า ข้อมูลที่ประชาไทรับเงินจากมูลนิธิโอเพ่น โซไซตี้ของโซรอส ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยมูลนิธิโอเพ่น โซไซตี้ให้เงินสนับสนุนเอ็นจีโอทั่วโลกในการทำกิจกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม

แต่ เดอะ เนชั่น กลับรายงานข่าวนี้เหมือนเป็นเรื่องลึกลับชวนชี้นำไปว่าประชาไทรับเงินจากต่างชาติมาสร้างความขัดแย้งแตกแยกในสังคมไทย

ทั้งที่เอ็นจีโอทั่วโลกรวมถึงประชาไท เปิดเผยตัวเองมาโดยตลอดว่ารับเงินสนับสนุนจากไหนบ้าง ซึ่งข้อมูลนี้ “คำ ผกา” ไม่อยากเชื่อว่านักหนังสือพิมพ์อาวุโสระดับ “เทพชัย หย่อง” จะไม่รู้มาก่อน

ทั้งนี้ หลังถูกสื่อมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยวิจารณ์ เดอะ เนชั่น อย่างหนัก “เทพชัย หย่อง” ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงการนำเสนอข่าวดังกล่าว ยืนยันว่า เดอะ เนชั่น ไม่มีการบิดเบือนเนื้อหาข่าว และได้นำเสนออย่างให้ความเป็นธรรมที่สุดกับประชาไท รวมถึงมีการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ของ “เครือข่ายพลเมืองเน็ต” และ “สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศในประเทศไทย” ที่ถูกพาดพิงว่ารับเงินจากมูลนิธิของโซรอสเช่นกัน

ยืนยันว่าไม่มีการสอดแทรกความเห็นส่วนตัว และไม่มีส่วนไหนของข่าวที่กล่าวหาหรือปรักปรำประชาไท

พร้อมกับแสดงความเห็นว่าสื่อมวลชนที่ดีต้องพร้อมถูกตรวจสอบ

และข่าวนี้ของ เดอะ เนชั่น เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบคนในวงการสื่อสารมวลชนด้วยกัน

เหมือนกับที่สื่อในเครือเนชั่นโดนตรวจสอบและถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด

ควันหลง ก่อนดราม่าเรื่องนี้จะจางหายไปอย่างเงียบๆ หลังการชี้แจงของคุณเทพชัย ก็คือ คุณเทพชัย เคยสงสัยและตรวจสอบเว็บไซต์ข่าวหน้าใหม่ New Atlas ซึ่งคุณเทพชัยยกมาอ้างเหมือนกับที่สงสัยประชาไทบ้างหรือไม่ ว่า เบื้องหลัง New Atlas คือใคร?

อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังมานี้ ประเด็นที่สื่อมักตกเป็นข่าวเสียเองไม่ใช่เรื่องจริยธรรมหรือจรรยาบรรณสื่อ แต่เป็นเรื่องผลประกอบการที่ติดลบกันถ้วนหน้า ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ รวมถือสื่อโทรทัศน์ โดยเฉพาะทีวีดิจิตอลที่เจ็บหนักกว่าใครเพื่อน มีเพียงช่อง 3 ช่อง 7 และเวิร์คพอยท์เท่านั้นที่มีกำไร

ส่วนที่เหลือติดลบกันกราวรูด ทิศทางของสื่อยุคใหม่อยู่ที่สื่อออนไลน์ แต่ในปัจจุบันผลตอบแทนที่ได้จากโลกออนไลน์ก็ยังไม่มากพอที่จะเลี้ยงองค์กรใหญ่ที่มีระบบบรรณาธิการและโต๊ะข่าวขนาดใหญ่ได้

แนวโน้มของสื่อในปัจจุบันจึงต้องประคับประคองตัวเองให้รอดพ้นจากช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ ส่งผลให้อาชีพ “นักข่าว” มีความมั่นคงลดลง

หลายครั้งที่เราได้เห็นข่าวบริษัทสื่อปลดพนักงานและลดค่าใช้จ่าย “วารสารราชดำเนิน” ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ประจำเดือนกรกฎาคม 2559 นำเสนอประเด็นการขาดทุนและการปรับตัวของสื่อสิ่งพิมพ์ในยุคที่คนบริโภคข้อมูลข่าวสารผ่านกระดาษน้อยลง

590822-Course-01-700

ล่าสุด มีเรื่องตลกปนเศร้าในแวดวงสื่อเมื่อสมาคมนักข่าวฯ ประกาศรับสมัครจัดอบรมอาชีพเสริม “เลี้ยงไส้เดือน-จิ้งหรีด”

ในอดีตเราอาจจะคุ้นเคยกับการจัดอบรมเพิ่มความรู้หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการทำข่าว

แต่ในยุคสมัยที่อาชีพนักข่าวเริ่มไม่มั่นคง การจัดอบรมอาชีพเสริม ก็ดูเป็นหนทางที่ดีที่สุดเท่าที่สมาคมสื่อพอจะทำได้ในยามนี้

บทความก่อนหน้านี้วัชระ แวววุฒินันท์ : ควันหลงริโอเกมส์
บทความถัดไปทวีปที่สาบสูญ : แสงวิบวับที่กล่นเกลื่อน