Paul McCarthy ศิลปินผู้ท้าทายขนบสังคม ด้วยศิลปะสุดวิปริต / อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ : ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ

ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

 

Paul McCarthy

ศิลปินผู้ท้าทายขนบสังคม

ด้วยศิลปะสุดวิปริต

 

ตอนนี้ขอพักจากการนำเสนอนิทรรศการ มาเล่าเรื่องราวของศิลปินร่วมสมัยที่น่าสนใจกันอีกที

ศิลปินคนที่ว่านี้เป็นศิลปินร่วมสมัยที่อื้อฉาวที่สุดคนหนึ่งในโลกศิลปะ

ศิลปินผู้นี้มีชื่อว่า

พอล แม็กคาร์ธี (Paul McCarthy)

 

เกิดในปี 1945 ที่เมืองซอลต์เลกซิตี รัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

แม็กคาร์ธีเป็นศิลปินอเมริกันผู้สร้างผลงานศิลปะที่เต็มไปความตลกโปกฮา บ้าบอ ไปจนถึงวิปริต ผิดเพี้ยน ลามกจกเปรต ไร้ยางอาย และน่าหวาดผวาราวกับฝันร้าย เพื่อโจมตีค่านิยมและคุณค่าทางจริยธรรมในสังคมอเมริกัน

เขามักหยิบเอาภาพของผู้นำประเทศผู้ทรงเกียรติ หรือตัวละครขวัญใจเด็กๆ ทั่วโลกมาปู้ยี่ปู้ยำจนเละเทะ

แม็กคาร์ธีทำงานในหลากสื่อหลายแขนง ทั้งศิลปะแสดงสด, ประติมากรรม, ศิลปะจัดวาง, ภาพถ่าย, ภาพยนตร์ และจิตรกรรมแสดงสด โดยได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมสมัยนิยมอเมริกันอย่าง ดิสนีย์แลนด์, หนังเกรดบี, ละครน้ำเน่า และการ์ตูน

ผลงานของเขาวิเคราะห์และวิพากษ์วัฒนธรรมสื่อสารมวลชนที่ขับเคลื่อนโดยลัทธิบริโภคนิยมในสังคมอเมริกัน และความปลิ้นปล้อนตอแหล สองมาตรฐานของมัน

เขายังได้รับอิทธิพลจากศิลปินหัวก้าวหน้าตัวพ่ออย่าง โจเซฟ บอยส์ และ Viennese Actionism กลุ่มศิลปินหัวก้าวหน้าในยุโรปที่มีส่วนอย่างมากในการพัฒนาศิลปะแสดงสดในยุคทศวรรษที่ 60-70

Painter (1995) ภาพจาก https://bit.ly/3wXKqvp
Painter (1995) ภาพจาก https://bit.ly/3wXKqvp

ในช่วงแรกของการทำงาน แม็กคาร์ธีพยายามทำลายข้อจำกัดของงานจิตรกรรม ด้วยการใช้ร่างกายตัวเองต่างพู่กันหรือแม้แต่ผืนผ้าใบในการวาดภาพ เขายังใช้ของเหลวในร่างกาย หรือแม้แต่อาหาร แทนสีในการวาดภาพ

ในผลงานวิดีโอแสดงสด Sauce (1974) แม็กคาร์ธีวาดภาพด้วยศีรษะและใบหน้าของเขา และใช้ร่างกายละเลงสี, ซอสมะเขือเทศ, มายองเนส และเนื้อสดลงบนผืนผ้าใบ

บางครั้งเขาถึงกับใช้อุจจาระด้วยซ้ำไป!

ผลงานจิตรกรรมแสดงสดในลักษณะนี้ของเขา นอกจากจะขยายขอบเขตของงานจิตรกรรมเข้าไปสู่พรมแดนของศิลปะแสดงสดแล้ว ยังท้าท้ายข้อจำกัดทางอารมณ์ของทั้งตัวศิลปินและผู้ชมอีกด้วย (ว่าจะทนดูงานของเขาได้ถึงขนาดไหน?)

ดังเช่นในผลงานแสดงสด Class Fool (1976) ที่เขาเกลือกกลิ้งไปทั่วห้องเรียนที่ถูกสาดด้วยซอสมะเขือเทศไปทั่วจนตัวเขาเองมึนงงและบาดเจ็บ ในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ระหว่างแสดงสดเขาอาเจียนหลายครั้ง และยังพยายามยัดตุ๊กตาบาร์บี้เข้าไปในช่องทวารหนัก

การแสดงครั้งนั้นจบลงด้วยการที่ไม่มีผู้ชมคนไหนทนดูการแสดงสดของเขาจนจบได้

แถมผู้ดูแลมหาวิทยาลัยยังต้องทำความสะอาดความเละเทะที่เขาก่อเป็นเวลาหลายชั่วโมง

White Snow (2013) ถ่ายภาพโดย Joshua White, ภาพจาก https://bit.ly/3meB5tj, https://bit.ly/3GLyFfb

ผลงานของแม็กคาร์ธีมีเป้าหมายในการสร้างความรู้สึกอึดอัดขัดข้องแก่ผู้ชม และสร้างความอื้อฉาวในสังคม เขาหมกมุ่นในการเปิดเผยสิ่งที่อยู่ภายใต้พื้นผิวของร่างกายมนุษย์ ทั้งเลือดเนื้ออวัยวะภายในที่เป็นสิ่งน่ารังเกียจและต้องห้าม เพื่อแสดงถึงด้านมืด ความบิดเบี้ยว และไร้แก่นสารของมนุษย์

“ผมมักสำรวจปฏิกิริยาของคนเราที่มีต่อข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความไร้สาระในการดำรงอยู่ของมนุษย์ เมื่อเรากระตุ้นให้ผู้คนเหล่านั้นตระหนักถึงข้อเท็จจริงว่าชีวิตของเราช่างไร้สาระและไร้แก่นสารเพียงไร พวกเขาก็มักจะรู้สึกหวาดกลัวและตื่นตระหนกตกใจอย่างมาก”

White Snow (2013) ถ่ายภาพโดย Joshua White, ภาพจาก https://bit.ly/3meB5tj, https://bit.ly/3GLyFfb

แม็กคาร์ธียังหยิบตัวละครยอดฮิตจากเทพนิยายดิสนีย์อย่าง สโนว์ไวต์กับคนแคระทั้งเจ็ด มาทำในเวอร์ชั่นกามวิตถาร ในผลงานศิลปะจัดวาง White Snow (2009) ที่นำเสนอเจ้าหญิงสโนว์ไวต์สามคนในเครื่องทรงสีสันแสบตา เจ้าชายรูปงามสามคนที่ดูเหมือนนักล่วงละเมิดทางเพศ คนแคระร่างยักษ์เก้าคน บางคนดูเหมือนจะสูงกว่า 6 ฟุต ทั้งหมดมีจมูกใหญ่โตจนดูเหมือนอวัยวะเพศชาย และตัวละคร วอลต์ พอล ที่เหมือนถอดแบบมาจากวอลต์ ดิสนีย์ แต่มีหนวดเหมือนฮิตเลอร์

White Snow (2013) ถ่ายภาพโดย Joshua White, ภาพจาก https://bit.ly/3meB5tj, https://bit.ly/3GLyFfb

ทั้งหมดดูเหมือนตัวละครในหนังโป๊สักเรื่องหนึ่งที่มาร่วมกิจกรรมวิปริตในฉากที่วุ่นวายเละเทะไม่แพ้ผลงานแสดงสดอื่นๆ ของเขาเลยแม้แต่น้อย

สำหรับแม็กคาร์ธี การ์ตูนดิสนีย์นั้นเป็นตัวอย่างอันชัดแจ้งของอุดมการณ์แบบอนุรักษนิยม ความเคร่งศาสนา และวัฒนธรรมบริโภคนิยมอันล้นเกิน เพื่อต่อต้านแนวคิดเหล่านี้ ผลงานของเขามักจะหยิบเอาสุนทรียะของสื่อลามกอย่างหนังโป๊และหนังสือโป๊ที่ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมอนุรักษนิยมอเมริกันมาใช้กับเรื่องราวอันเป็นที่นิยมในสังคมอเมริกันได้อย่างขัดแย้งสุดขั้ว

Tomato Head (1994) ภาพจาก https://bit.ly/3GwFDo2

แม็กคาร์ธียังหยิบของเล่นยอดฮิตของเด็กอเมริกันอย่าง Mr. Potato Head (ที่หลายคนอาจคุ้นตาหนังแอนิเมชั่นยอดฮิตอย่าง Toy Story) มาดัดแปลงเป็นตัวละคร Tomato Head (1994) ที่ห่างไกลจากความน่ารักของต้นฉบับไปไกลโข ในรูปของประติมากรรมขนาดเท่าคนจริงของตัวละครชายผู้มีหัวเป็นมะเขือเทศแดงสดสุกเต่ง แปะหูและตาของเล่นกลมกลิ้ง แถมยังใส่เสื้อยืดตัวเดียว เปลือยท่อนล่าง กลางหว่างขามีแท่งของเล่นไม้อันเขื่องห้อยอยู่โทงเทง ผลงานชิ้นนี้ของเขาสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมสมัยใหม่, ลัทธิบริโภคนิยม และความไร้เดียงสา ด้วยการเปลี่ยนตัวละครอันเป็นที่รักและจดจำเด็กๆ ทั่วอเมริกาให้กลายเป็นตัวละครผู้ใหญ่ที่ไม่น่าไว้ใจและน่าสะพรึงกลัว

Santa Claus (2001) ถ่ายภาพโดย F. Eveleens, ภาพจาก https://bit.ly/3GEbqUc

เขายังหยิบตำนานยอดฮิตในวัฒนธรรมอเมริกันอย่างซานตาคลอส มาปู้ยี่ปู้ยำอย่างครื้นเครง ในผลงาน Santa Claus (2001) ประติมากรรมรูปซานตาครอสถือต้นคริสต์มาสในมือที่ดูๆ ไปไม่ค่อยเหมือนต้นคริสต์มาสสักเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนเซ็กซ์ทอยอย่าง “Butt plug” หรือ “จุกเสียบรูทวาร” เสียมากกว่า

ในภายหลังเขายังผลิตซ้ำประติมากรรมชิ้นนี้ขึ้นมาใหม่ในรูปของช็อกโกแลตจำนวนมาก เพื่อล้อเลียนเสียดสีวัฒนธรรมการบริโภคจำนวนมหาศาสในระบบทุนนิยม

Tree (2014) ภาพจาก https://bit.ly/3MZLWmA

ในปี 2014 แม็กคาร์ธียังหยิบเอาแรงบันดาลใจจากเซ็กซ์ทอยชนิดนี้มาใช้อีกครั้งกับผลงานประติมากรรมกลางแจ้ง “Tree” บนจัตุรัสปลาส ว็องโดม (Place Vendôme) ในปารีส

ประติมากรรมเป่าลมความสูง 24 เมตร ที่หน้าตาเหมือนจุกเสียบรูทวารสีเขียวอี๋ขนาดมหึมาชิ้นนี้สร้างความอื้อฉาวในหมู่ชาวเมืองปารีสอย่างมาก ด้วยความที่พวกเขาคิดว่ามันสร้างความด่างพร้อยให้กับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติแห่งนี้

จนในที่สุดก็ถูกมือดีแอบเจาะจนแฟบในเวลาสองวันให้หลัง ซึ่งแม็กคาร์ธีเองก็ยืนกรานว่าให้ปล่อยให้แฟบอยู่แบบนั้นโดยไม่ต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ จนในที่สุดก็ถูกเก็บออกไปจากพื้นที่แสดงาน

เขากล่าวว่าเขาตั้งใจทำผลงานชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความตลกขบขัน (แต่ชาวปารีสดันไม่ตลกไปกับเขาด้วยอะนะ!)

 

ในโลกศิลปะ แม็กคาร์ธีเหมือนเด็กแสบเหลือขอที่ไม่มีใครคุมอยู่ ด้วยผลงานภาพถ่าย, วิดีโอ, ศิลปะแสดงสด, ประติมากรรม และศิลปะจัดวางที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของเซ็กซ์ ตัณหาราคะ, ความวิปริตบิดเบี้ยว และการล่วงละเมิด

เขาทำการเจาะทะลวง ชอนไช และตีแผ่ความปลิ้นปล้อนตอแหลของค่านิยมในการบูชาสมบูรณ์แบบของครอบครัวอเมริกัน และภาพลักษณ์อันขาวสะอาด

หรือแม้แต่ความเคร่งศีลธรรมจอมปลอมหน้าไหว้หลังหลอกของคริสตจักรและการเมืองอเมริกัน ได้อย่างแสบสันต์ไปถึงรูทวารเลยก็ว่าได้

ปัจจุบันแม็กคาร์ธีมีอายุ 76 ปี เขาอาศัยและทำงานอยู่ในเมืองลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย •

 

ข้อมูล : หนังสือ Art & Agenda : Political Art and Activism โดย Silke Krohn, เว็บไซต์ https://bit.ly/3x3nEkW, https://bit.ly/3GLyFfb, https://bit.ly/3azu9V3