ภาษีที่ดิน-ฟางทำหลังหัก / ก่อสร้างและที่ดิน : นาย ต.

ก่อสร้างและที่ดิน

นาย ต.

 

ภาษีที่ดิน-ฟางทำหลังหัก

 

ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันหัวข้อสนทนานอกจากเรื่องแนวโน้มการแพร่ระบาดโควิด-19 แล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพูดกันคือเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะจัดเก็บเต็มอัตราในปี 2565 นี้ เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกันทุกระดับ ทั้งอสังหาฯ ที่อยู่อาศัยแนวราบ แนวสูง ที่หนักหนาสาหัสมากคือโรงแรม

พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 นั้น เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นมาใหม่แทน

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน 2475 ดังนั้น เมื่อเริ่มบังคับใช้จึงให้มีอัตราภาษีในบทเฉพาะกาลใช้ในปี 2563-2564 แล้วจะมาประกาศใช้อัตราเต็มในปี 2565

อย่างไรก็ดี ปี 2563-2564 ที่ให้บทเฉพาะกาลนั้น เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 เศรษฐกิจตกต่ำผู้คนเดือดร้อนรัฐบาลจึงลดการจัดเก็บจากอัตราในบทเฉพาะกาลลง 90% หรือเก็บเพียง 10%

ปีนี้ 2565 รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ประกาศจะไม่ลดหย่อน 90% อีกแล้ว จะเก็บเต็ม 100% เพราะทำให้รัฐบาลและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเสียรายได้นับหมื่นล้านบาท แต่ก็จะยังคงใช้อัตราภาษีในบทเฉพาะกาลต่อไป

 

ในมุมมองของรัฐบาล การไม่ประกาศใช้อัตราภาษีใหม่แบบเต็มๆ แต่ใช้อัตราเดิมตามบทเฉพาะกาลต่อไป ถือว่าได้แสดงความเข้าใจความเดือดร้อนแล้ว

ขณะที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ ธุรกิจย่ำแย่เดือดร้อนแบบนี้ ควรจะเก็บในอัตรา 10% ตามบทเฉพาะกาลไปก่อน

ส่วนเรื่องการลดหย่อนภาษี ค่าธรรมเนียมโอน ค่าจดจำนอง ไม่เกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การลดหย่อนภาษี ค่าโอน ค่าจำนองเป็นภาษีค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นเมื่อมีการซื้อขายโอนกรรมสิทธิกันเท่านั้น เป็นโปรโมชั่นจากรัฐบาลที่มีทุกรัฐบาล ประกาศใช้เป็นช่วงๆ

การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็ม 100% อัตราตามบทเฉพาะกาล ทำให้เกิดภาระภาษีกับผู้ประกอบธุรกิจอสังหาฯ

อาทิ ที่ดินแลนด์แบงก์ที่ซื้อสำหรับการพัฒนาโครงการในปีถัดๆ ไป ก็ต้องเสียภาษี ห้องชุดสร้างเสร็จเหลือขาย หรือค้างเป็นสต๊อกจำนวนมากในปัจจุบัน ซึ่งบริษัทผู้พัฒนายังมีชื่อเป็นผู้ถือครองอยู่ ก็ต้องเสียภาษี

ที่หนักที่สุดคือบรรดาโรงแรมต่างๆ ที่ไม่มีรายได้ หรือรายได้ต่ำ เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา นักท่องเที่ยวชาวไทยก็ยังมีน้อยนิด รายได้ในจุดที่ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายหมุนเวียนก็ยังยาก แต่ตัวที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นตัวโรงแรมนั้น ประเมินมูลค่าราคาได้สูง เมื่อคำนวณมาเป็นภาษีที่ต้องเสีย จึงเป็นภาระที่หนักมาก

จึงกลายเป็นว่า เราจะฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฟื้นธุรกิจโครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม โรงแรม ด้วยการมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น ไม่รู้ประเทศอื่นๆ ในโลกนี้เขาทำแบบนี้กันไหม

 

ว่ากันตามแนวคิดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ประเทศที่ก้าวหน้าทั้งหลายประกาศใช้กันมานั้น จุดมุ่งหมายเพื่อเก็บภาษีในอัตราสูงกับแลนด์ลอร์ดเจ้าของที่ดินจำนวนมาก เพราะเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการพัฒนาและลงทุนสาธารณูปโภคต่างๆ ของรัฐ และเพื่อการกระจายรายได้ ลดเหลื่อมล้ำ และเพื่อกดดันให้เกิดการพัฒนาที่ดินให้เจริญขึ้น

แต่เมื่อนำมาใช้ในประเทศไทย ผ่านกระบวนการแปรญัติเสียจนอัตราภาษีไม่ระคายแลนด์ลอร์ด มิหนำซ้ำ ที่ดินใจกลางย่านธุรกิจตารางวาละ 1-2 ล้านบาท เมื่อปลูกกล้วยปลูกมะนาวลงไป ก็สามารถตีความเป็นเกษตรกรรม เสียภาษีในอัตราต่ำเท่ากับชาวไร่ชาวนาได้

สุดท้ายภาษีนี้ภาระมาตกอยู่กับผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มิใช่แลนด์ลอร์ด

คนบริหารเศรษฐกิจภาพรวมประเทศ คิดแค่ต้องการรายได้ก็เก็บภาษี มีงบฯ แค่ไหนก็ทำได้แค่นั้น ไม่พอก็กู้ กู้เต็มเพดานก็แก้กฎหมายเพิ่มเพดานเงินกู้

ไม่มีแนวคิดเชิงนโยบายอะไร •