นงนุช สิงหเดชะ : กลยุทธ์ใหม่ดึงนักท่องเที่ยวจีน เกาหลีใต้ออก “มัลติเพิล วีซ่า” 10 ปี ให้เฉพาะผู้จบ “ปริญญาโท” ขึ้นไป

นงนุช สิงหเดชะ
AFP PHOTO / JUNG YEON-JE

นาทีนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าพลังการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นที่ดึงดูดใจของหลายประเทศทั่วโลก เพื่อชุบชีวิตเศรษฐกิจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองถ้วนหน้าอันเนื่องจากการค้าระหว่างประเทศซบเซา

ดังนั้น จึงได้เห็นแต่ละประเทศงัดมาตรการพิเศษออกมาเพื่อล่อใจนักท่องเที่ยวจากแดนมังกร

อย่างเช่นเกาหลีใต้ ล่าสุดนี้ได้ออกวีซ่าประเภท multiple visa เป็นเวลา 10 ปี ให้กับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งวีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้เข้าประเทศได้หลายครั้งภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่ต้องขอใหม่ทุกครั้งที่เดินทางเข้าประเทศ

แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ที่จะได้วีซ่าชนิดนี้ต้องเป็นคนจีนที่เป็นคนมีการศึกษาสูงจบปริญญาโทขึ้นไป

หรือไม่ก็ต้องเป็นผู้มีวิชาชีพเฉพาะ เช่น หมอ ทนายความ อาจารย์มหาวิทยาลัย และต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี (จากเดิม 60 ปีขึ้นไป)

พร้อมกันนี้ได้ขยายเวลาการพำนักในเกาหลีใต้จาก 30 เป็น 90 วัน ซึ่งทางการเกาหลีใต้ประเมินว่า คนจีนที่เข้าข่ายมีสิทธิรับวีซ่าประเภทนี้จะมีประมาณ 80 ล้านคน

 

เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่เน้นดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าประเทศอย่างเข้มข้นเพื่อสร้างรายได้ชดเชย หลังจากส่งออกซบเซาหนักและการบริโภคของคนในประเทศหดตัว

ในปีที่แล้ว รายได้จากนักท่องเที่ยวจีน 6.11 ล้านคน (คิดเป็น 40% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด) มูลค่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วยเพิ่มจีดีพีให้เกาหลีใต้ประมาณ 1.6%

ข้อมูลขององค์การท่องเที่ยวเกาหลีใต้ระบุว่า 70% ของนักท่องเที่ยวจีน นิยมมาเพื่อช็อปปิ้งเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือมาสัมผัส Korean Wave (กระแสหรือคลื่นความนิยมวัฒนธรรมร่วมสมัยเกาหลี ซึ่งได้แก่ ละครซีรี่ส์ทางทีวี ดารา-นักร้อง-เพลง) ที่เหลือมาเพื่อศัลยกรรมและท่องเที่ยว

โดยเฉลี่ยชาวจีนใช้จ่ายในเกาหลีหัวละ 2,200 ดอลลาร์หรือประมาณ 14,469 หยวนต่อทริป มากกว่านักท่องเที่ยวชาติอื่น 2 เท่า

และเนื่องจากปีนี้เป็นปีท่องเที่ยว ทางเกาหลีจะยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนทั้งปี และยังเตรียมจะออกวีซ่าชนิดใหม่ นั่นคือ Korean Wave visa ซึ่งเป็นวีซ่าคล้ายแพ็กเกจทัวร์ที่รวมเอา Korean wave + ศัลยกรรมพลาสติกและสันทนาการ

โดยผู้จะได้รับวีซ่าประเภทนี้จะพิจารณาจากระดับรายได้ อายุ การศึกษา และงานที่ทำ

 

กระแสเกาหลีในหมู่คนจีน เริ่มต้นไม่ต่างจากที่อื่น นั่นก็คือละครซีรี่ส์และนักร้องเพลงป๊อป ถ้าเป็นยุคแรกก็ต้องเป็นละครอย่างแดจังกึม Winter Love Song และ Autumn in My Heart

แต่ถ้าเป็นยุคปัจจุบันก็ต้องยกให้เรื่อง You Who Came From the Star (หรืออีกชื่อว่า My Love From the Star) ซึ่งเรื่องหลังนี้กระตุ้นการมาเกาหลียกใหญ่ของทัวร์จีน

เช่น เมื่อต้นปีนี้ทัวร์เพื่อเป็นรางวัล (incentive tour) จากบริษัทจีนแห่งหนึ่ง นำพนักงาน 4,500 คนมาเที่ยว ต้องใช้เที่ยวบินถึง 158 เที่ยวบิน นับเป็นกรุ๊ปทัวร์ใหญ่ที่สุดที่เกาหลีเคยมี

สิ่งที่ทัวร์กลุ่มนี้ทำก็คือการดินเนอร์ด้วยไก่ทอดกับเบียร์ ซึ่งเป็นอาหารที่พระเอก-นางเอกในเรื่อง You Who Came From the Star กินกัน ทางร้านต้องจัดโต๊ะรองรับถึง 750 โต๊ะ

ตลอดปีนี้เกาหลีใต้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีน 8 ล้านคน เฉพาะ 2 เดือนแรกของปีนี้เข้ามาแล้ว 1.07 ล้านคน เพิ่มขึ้น 17%

 

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลน่าสนใจจากทางการเกาหลีใต้ว่า กว่า 88% ของนักท่องเที่ยวจีนที่ไปเที่ยวเกาหลีใต้ ไม่กลับมาเที่ยวซ้ำอีกเลย แต่ก็ไม่ได้มีการแจกแจงว่าทำไม

แต่หากพิจารณาจากข้อร้องเรียนที่ได้รับมากที่สุดจากนักท่องเที่ยวจีนก็คือโรงแรมและแท็กซี่ (โกง) ก็น่าเชื่อว่าทั้งสองเรื่องน่าจะเป็นสาเหตุหลัก

เนื่องจากเกาหลีใต้มีค่าครองชีพสูงมากติดอันดับต้นๆ ของโลก ที่อยู่และอสังหาริมทรัพย์แพงลิบแทบจะเกินเอื้อมสำหรับคนชั้นกลางทั่วไป เหตุเพราะพื้นที่ราบจำกัดเนื่องจาก 70% ของประเทศเป็นภูเขา ทำให้คอนโดฯ พื้นที่แค่ 60 ตร.ม. ราคาก็ปาเข้าไปอย่างต่ำ 30-40 ล้านบาท พอๆ กับสิงคโปร์

ดังนั้น โรงแรมโดยทั่วไปของเกาหลีจึงคับแคบ บางแห่งถ้าเป็นโรงแรม 3 ดาว (นับตามแบบเกาหลี) แทบจะไม่มีพื้นที่ที่เรียกว่าล็อบบี้สำหรับนั่งรอ ถ้าเข้าไปเกิน 10 คนพร้อมกันจะไม่มีที่ยืน นอกจากนั้น ห้องอาหารเช้า กินแล้วต้องเก็บจานเอง ไม่ใช่เก็บแค่เอาไปวาง แต่ต้องแยกเศษอาหารออก แยกประเภทภาชนะ (จาน ช้อน ตะเกียบ ถ้วย)

เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะเกาหลีค่าแรงแพง จึงหาความประทับใจจากบริการในโรงแรมหรือร้านอาหารต่างๆ ไม่ได้

(ส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่านิยมที่ฝังลึก ทำให้หนุ่มสาวเกาหลีไม่มาทำงานบริการเพราะมองว่าไม่มีเกียรติทั้งที่ได้ค่าแรงดี ชั่วโมงละ 6,030 วอน หรือราว 211 บาท ส่วนใหญ่ต้องการเรียนจบอย่างน้อยปริญญาตรีและไปเป็นเจ้าคนนายคน ต่างจากชาติตะวันตกซึ่งมองว่างานทุกอย่างมีเกียรติ) ซึ่งแย่กว่าโรงแรมในตะวันตกเสียอีก จึงไม่ค่อยถูกจริตนักท่องเที่ยว

เกาหลีใต้ยังต้องพัฒนาอีกมากเรื่อง hospitality (การบริการ-ต้อนรับขับสู้) จึงจะดึงคนมาเที่ยวซ้ำได้

 

หากเทียบกันแล้วโรงแรมและบริการในเมืองไทยนั้นเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทีเดียว

ซึ่งไม่น่าแปลกอีกเช่นกันที่ตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่านักท่องเที่ยวกว่า 85% กลับมาเที่ยวเมืองไทยซ้ำ

เหตุผลหลักคือความคุ้มค่า ความหลากหลายทางกิจกรรม แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม

ปีนี้ไทยยังครองแชมป์ที่ 1 ในเอเชียที่นักท่องเที่ยวจีนไปเยือนมากที่สุด โดยมีเกาหลีใต้และญี่ปุ่นอยู่อันดับ 2 และ 3

แต่เชื่อว่าด้วยความคุ้มค่ากว่า (เนื่องจากค่าครองชีพต่ำกว่า) และอุตสาหกรรมด้าน hospitality ที่ดีกว่า ไทยน่าจะยังมีแต้มต่อ ยกเว้นแต่จะตกม้าตายเสียเองเพราะละโมบและขี้โกง

ขนาดคนไทยด้วยกันยังถูกโกง โดนฟันหัวแบะ อุตส่าห์ไปเที่ยวไทย ช่วยเศรษฐกิจไทย ตามการรณรงค์ของรัฐบาล แต่ยังมีพวกร้านอาหารเพิงหมาแหงนริมทางขี้โกง เช่น ต้มแซบชามละ 390 บาท ส้มตำจานละ 80 บาท ข้าวเหนียวห่อละ 40 บาท แถวลำตะคอง

บทความก่อนหน้านี้หลังเลนส์ในดงลึก : กับดัก
บทความถัดไปถนัดศรีชวนชิม : กวยจั๊บช้างม่อยตัดใหม่