ทางรอดอยู่ในครัว : ฉลองครัว / ครัวอยู่ที่ใจ : อุรุดา โควินท์

ครัวอยู่ที่ใจ

อุรุดา โควินท์

 

ทางรอดอยู่ในครัว

: ฉลองครัว

 

ในที่สุดฉันก็ได้รู้สึก-ครัวของฉันเสร็จสมบูรณ์เสียที

ใช่ค่ะ ทั้งที่ฉันทำอาหารในครัวใหม่นี้มาเกือบครึ่งปีแล้ว แต่เรายังขาดเกาะกลางตัวยาวที่จะใช้วางของ ใช้หั่นสับ และสารพัดใช้

สำหรับครัวที่กว้างพอ เกาะกลางจะทำให้แม่ครัวเคลื่อนไหวน้อยลง แต่กับครัวของฉัน ซึ่งเป็นครัวที่เหลือผนังไว้เก็บของไม่มากนั้น เกาะกลางนับว่าจำเป็น เพราะฉันทำชั้นวางของด้านล่างได้อีก

ฉันค่อยๆ เก็บเงินที่ได้จากการทำแยม ทำน้ำพริก ได้ค่าของค่าแรงครบ ก็เขียนแบบโดยละเอียด และโทร.หาช่างยก ค่าของไม่ได้มากมาย แต่ฉันตั้งใจจะให้ค่าแรงพี่ยกมากเป็นพิเศษ ชดเชยที่คราวก่อนฉันให้ค่าทำโต๊ะและชั้นหนังสือแกน้อยไปหน่อย

พี่ยกเป็นช่างที่คิดค่าแรงตัวเองเป็นวัน พอเราให้แกทำโต๊ะ ทำชั้นหนังสือ แกคิดค่าแรงตัวเองไม่เป็น แล้วแต่เราให้ บังเอิญว่าครั้งก่อน เป็นช่วงที่ฉันกรอบจัด (ประสาคนสร้างบ้านใกล้เสร็จ) ฉันให้ค่าแรงพี่ยกน้อยกว่าที่ตั้งใจไปมาก และฉันขอชดเชยกับชิ้นนี้ ซึ่งพี่ยกลืมไปแล้ว แกจึงพูดอยู่นั่น-มันเยอะไปนะ มันเยอะไปนะ

ฉันหัวเราะ “รับไปนะคะ เป็นสิ่งที่พี่สมควรได้” ฉันบอกแก แล้วฉันก็เดินเข้าครัว

 

จัดระบบนิเวศน์ของครัวใหม่ ย้ายจานดินที่อยู่บนชั้นลอยลงมาเก็บใต้เกาะกลาง

ไหนๆ ก็ไหนๆ จัดจานใหม่ทั้งหมดเถอะ

กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็จวนค่ำ ตอนแรกฉันไม่รู้สึกเมื่อยสักนิด แต่พอนั่งพักเท่านั้นล่ะ ความเมื่อยก็ครอบครองร่าง ทั้งแขนและขา

จานดินแต่ละใบหนักมาก และมีจำนวนมาก ฉันต้องวางซ้อนกัน ซึ่งทำให้เพิ่มน้ำหนักขึ้นอีก จึงไม่แปลก ที่เมื่อเก็บจานดินไว้บนชั้นแขวน ฉันหยิบมาใช้น้อยลง มันยากที่จะเลือก ยากที่จะค้น แต่ตอนนี้ จานดินทุกใบลงมาอยู่บนชั้นที่ฉันนั่งเลือกได้สบาย ฉันปูเสื่อด้านหนึ่งของเกาะกลาง สำหรับนั่งเลือกจาน (จริงจังขนาดนั้น) ก็…ของทุกชิ้น ซื้อมาแล้วต้องใช้ เรารักมันมากเท่าไร ก็ควรใช้ให้บ่อยเท่าใจรัก

อยากทำมื้อเย็น เพื่อจะได้เลือกจาน เพื่อฉลองครัว หลังจากรอคอยมาเกือบหกเดือน

ใช่ ฉันเมื่อย แต่ตอนนี้ครัวสะอาดมาก เป็นระเบียบมาก หาของง่ายขึ้น และสวยขึ้น ทำไมไม่ทำมื้อเย็นสักหน่อยล่ะ

“โห เผลอแป๊บเดียว เปลี่ยนไปเยอะเลย” เขาแวะมาดูครัว ตอนที่ฉันกำลังล้างจานพอดี

คิด-ไม่แป๊บนะ ทำตั้งแต่สาย เสร็จเอาป่านนี้ แถมยังต้องการอีกวัน สำหรับทำความสะอาดอย่างละเอียด

ฉันถาม “ชอบมั้ย”

“ดูกว้างขึ้นเฉยเลย พอมีเกาะกลาง” ยิ้ม “ดูดีมาก เสื่อกกที่ปูบนเกาะกลางก็สวย”

“กำลังจะเริ่มทำมื้อเย็น แต่ขาดโยเกิร์ต” ฉันบอกเขา

“เดี๋ยวไปซื้อให้ ซื้อไวน์ด้วย” หัวเราะ “นะ นะ ฉลองครัวไง ทั้งโต๊ะใหม่ และตู้แช่แข็งใหม่”

 

ฉันเห่อเกาะกลางจนลืมตู้แช่แข็งไปเลย เราถอยตู้แช่แข็งแบบ no frost มาเมื่อวาน เหตุก็เพราะตู้เย็นเก่ารุ่นปู่หมดอายุการใช้งาน เราเห็นพ้องต้องกันว่า ตู้แช่แข็งจำเป็นกว่าตู้เย็นอีกเครื่อง เพราะเราตุนวัตถุดิบมากขึ้น ตุนอาหารบาร์ฟของท้าวฮุ่งมากขึ้น เรายังแช่แข็งแกงมากขึ้นด้วย

วันแบบนี้ เหมาะที่จะอบไก่ มันประหยัดแรง และดูพิเศษขึ้นมาหน่อย

ไก่อบมีหลายสูตร คิดว่าสูตรที่มีกลิ่นอายของอินเดียน่าจะถูกปากเราที่สุด

ฉันเห็นเชฟเจมี่ทำ มันดูน่ากิน ดูง่าย หาวัตถุดิบได้ตามท้องตลาด ขาดก็แต่ใบกะหรี่ กับเม็ดมัสตาด ซึ่งฉันกดจากร้านออนไลน์มารอไว้เรียบร้อย

หั่นมันฝรั่งเป็นชิ้นใหญ่ๆ แล้วต้มให้เกือบสุก

ระหว่างนั้นก็ตั้งถาดอบบนเตาแก๊ส ใส่น้ำมันลงไปนิดหน่อย ผัดใบกะหรี่ กับเม็ดมัสตาดให้หอม ตามด้วยผงขมิ้น ขิง และกระเทียมจีนฝาน เอาไก่ลงไปจี่ให้หนังเป็นสีน้ำตาล ฉันเลือกใช้สะโพก เพราะขนาดกำลังดี เสิร์ฟสวย

ทีนี้ก็เอาผักลง ใช้ผักหลายอย่าง มีทั้งมะเขือม่วง พริกระฆัง หอมหัวใหญ่ และมะเขือเทศ หั่นทุกอย่างเป็นชิ้นใหญ่ แล้วเอาลงกระทะไปด้วยกัน

มันฝรั่งต้มใส่เป็นอย่างสุดท้าย โดยพักไว้หลังต้มราว 5 นาที แบบรินน้ำออก

ท้ายสุดก่อนปรุงรส คือพริกจินดาแดงและเขียวอย่างละเม็ดโดยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ

ปรุงรสด้วยพริกไทยกับเกลือ คนให้เข้ากันทั้งกระทะ ปิดเตาแก๊ส จัดระเบียบถาดอบใหม่ เอาไก่ขึ้นมาอยู่ข้างบน

ใส่เตาอบโดยใช้ไฟ 190 องศา เวลาประมาณ 45 นาที

 

ล้างอุปกรณ์ ล้างถาดให้เรียบร้อย แล้วฉันก็ทำซอสไว้กินกับไก่ ซอสทำง่ายมาก แต่อร่อยเด็ด และสดชื่น

ใช้สะระแหน่ปั่นกับโยเกิร์ต และพริกจินดาเขียวสองเม็ด ปรุงรสด้วยเกลือ และน้ำเลมอน

แค่นี้เราก็มีซอสไว้กินกับไก่ เป็นส่วนที่ทำให้เมนูนี้น่ากินที่สุด

ฉันเลือกจานที่เราไม่ได้ใช้มานาน

เขาได้ไวน์ขาวมา (วางใจเขาเถอะ เกี่ยวกับเครื่องดื่ม)

ฉันถามเขาว่า จะกินในครัวเลยมั้ย จะได้ฉลองโต๊ะเล็กๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของเกาะกลางนี่ด้วย

“แล้วหมาล่ะ”

หมาไม่ได้กินกับเราหรอก แต่หมาอาจคิดถึงเรา หรือเราคิดถึงหมาก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ถ้าไม่มีหมา ก็เหมือนสมาชิกครอบครัวยังไม่ครบ

“งั้นกินที่บ้าน เก้าอี้นั่งสบายกว่าเยอะ” ฉันสรุป “เดี๋ยวไก่สุกจะยกไปนะ ฝากเอาจานกับถ้วยซอสกลับบ้านด้วย”

เขาหยิบจานที่ฉันเตรียมไว้บนเกาะกลาง “เราควรมีนานแล้วจริงๆ ได้ใช้ทันที สะดวกขึ้นมาก”