อนุสรณ์ ติปยานนท์ : In Books We Trust (43) หนังสือชื่อเดียว (จบ)

อนุสรณ์ ติปยานนท์[email protected]

ท่าอากาศยานต่างความคิด

อนุสรณ์ ติปยานนท์ / [email protected]

 

In Books We Trust (43)

หนังสือชื่อเดียว (จบ)

 

เจ้าแมวตัวนั้นกระโดดลงจากที่ของมันก่อนจะเดินตรงมาหาเขา มันเข้ามาเคลียคลอขาของเขาโดยเริ่มจากการใช้หางและลำตัวแสดงทีท่าทักทายอันคุ้นเคย

ชายหนุ่มก้มตัวลงอุ้มมันขึ้นจากพื้น แมวใช้ลิ้นเลียฝ่ามือของชายหนุ่มเบาๆ อันทำให้ชายหนุ่มแน่ใจว่ามันคือเจ้าแมวตัวเดียว ตัวเดิมที่พำนักอยู่ที่บ้านของเขา

“ดูท่ามันจะชอบคุณไม่ใช่น้อย” หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของร้านหนังสือ หญิงสาวผู้เป็นผู้ว่าจ้างให้เขาเขียนถ้อยคำสำหรับหนังสือชื่อเดียว หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของบ้านคนใหม่ของบรรณาธิการของเขา และหญิงสาวผู้อยู่เบื้องหลังทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเขาเอ่ยคำสนทนา

“ผมก็คิดเช่นนั้น” ชายหนุ่มตอบ “มันเป็นเช่นนี้ มันทำเช่นนี้แม้ตอนอยู่ในบ้านของผม แต่ผมคิดว่าเราข้ามเรื่องแมวไปก่อนน่าจะได้เพราะดูจะมีเรื่องที่สำคัญกว่า ผมอยากบอกคุณว่าผมได้พบกับบรรณาธิการของผมแล้ว ผมได้ฟังคำอธิบายจากปากของเขาแล้วและตอนนี้ผมคิดว่าผมอยากได้คำอธิบายถึงเรื่องราวทั้งหมดจากคุณตามที่คุณได้สัญญากับผมไว้”

หญิงสาวเดินตรงไปที่โต๊ะกลางห้อง เธอรินน้ำชาจากกาใส่ถ้วยชาขนาดเล็กก่อนจะวางมันลงบนถาดรอง เธอวางถ้วยชาถ้วยหนึ่งไว้บนโต๊ะ หยิบถ้วยชาอีกถ้วยมาไว้ในมือ ขยับเก้าอี้ออกจากที่มั่นและนั่งลง

ชายหนุ่มเดินมาที่โต๊ะ วางกระเป๋าสะพายของเขาลงและทำตามเธอเช่นนั้นด้วยเช่นกัน เขารู้สึกราวกับว่าร้านหนังสือแห่งนี้ได้เปลี่ยนสภาพเป็นห้องสอบสวนคดีแห่งหนึ่ง

และผู้เป็นจำเลยอันได้แก่หญิงสาวผู้นั้นกำลังจะให้ปากคำอันสำคัญ

 

“ฉันคิดว่าคุณคงต้องการทราบเหตุผลใช่ไหมว่าทำไมฉันจึงมีแนวคิดเกี่ยวกับหนังสือที่มีเพียง ‘ชื่อเดียว’ ‘แบบปกเดียว’ หรือมี ‘น้ำหนักเดียว’ ทำไมฉันจึงยอมทุ่มเทเงินทองจำนวนมากเพื่อสิ่งนั้น มันอาจเป็นเรื่องที่ยาวสักหน่อยแต่ฉันเชื่อว่าคุณคงยินดีฟังมันจนจบเพราะมันมีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับคุณ”

“เกี่ยวข้องกับผม?”

หญิงสาวยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ “ใช่ และหากจะพูดให้ถูกต้องแล้ว มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณมากกว่าที่คุณจะคิดถึงด้วยซ้ำ คุณคงจำได้ว่าเราทั้งคู่พบกันครั้งแรกในวันที่ฉันมีกำหนดนัดหมายดูตัวกับคุณ”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ นั่นคือวันแรกที่เขาได้พบกับเธอจริงๆ

“แม้ว่าวันนั้นจะเป็นวันแรกที่ฉันได้พบกับคุณ แต่ฉันได้รับรู้เรื่องราวของคุณมากพอควรจากครอบครัวของคุณ คุณเป็นชายหนุ่มที่ดี มีอัธยาศัยและความประพฤติที่ไม่มีอะไรด่างพร้อย อีกทั้งยังมีบุคลิกหน้าตาที่ไม่เลว ข้อเสียหายข้อเดียวที่ฉันได้ยินมาจากครอบครัวของคุณคือคุณเป็นคนที่ทะเยอทะยานอยากน้อยเกินไป คุณรักการอ่านหนังสือและคุณพอใจกับการทำงานในหน้าที่นักพิสูจน์อักษร แต่ฉันคิดว่าคุณควรลองทำอะไรในสิ่งอื่นที่มากกว่านั้น ฉันคิดว่าคุณอาจเป็นบรรณาธิการที่ดี นักเขียนที่ดี ซึ่งในตอนนี้ฉันรู้สึกแล้วว่าฉันคิดผิด ทุกหน้าที่มีความสำคัญเท่ากันหมด ทุกหน้าที่ในงานหนังสือมีความสำคัญเท่ากันทั้งสิ้น”

“ถูกต้อง” ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆ

 

“โปรดอภัยให้กับการละเล่นที่เกินเลยของฉันด้วย นั้นคือคำขอโทษจากฉัน ฉันมีความรู้เกี่ยวกับโลกของการทำหนังสือน้อยเต็มที ในวันที่ฉันเจอบรรณาธิการของคุณนั้น ไม่น่าเชื่อว่าบทสนทนาที่หาสาระมิได้จะก่อให้เกิดเหตุการณ์ยุ่งเหยิงถึงเพียงนี้ ฉันคิดว่าถ้าโลกของหนังสือไม่มีความหลากหลายแล้ว ผู้คนก็คงสนใจหนังสือน้อยลง ฉันคิดง่ายๆ เพียงเท่านั้น ถ้าโลกมีหนังสือเพียงชื่อเดียว มีปกแบบเดียว มีน้ำหนักหนังสือที่เท่ากัน เราจะหยิบหนังสือเล่มใดขึ้นอ่านก็คงไม่สำคัญ แต่ปรากฏว่าผู้คนยังคงหยิบหนังสือขึ้นอ่าน พวกเขากระหายเรื่องราวด้านในหนังสือมากขึ้น พวกเขาอยากสัมผัสสิ่งที่อยู่ในหนังสือมากขึ้น ร้านหนังสือที่เรานั่งอยู่นี้เป็นมรดกที่ฉันได้รับการโอนผ่านมา ในตอนแรกฉันไม่เห็นคุณค่าของมัน อาจดีกว่าหากมันเป็นร้านขายเสื้อผ้า เครื่องใช้ต่างๆ ที่ผู้คนสนใจ ฉันมีความคิดจะขายมัน แต่การละเล่นดังกล่าวทำให้ฉันพบว่าหนังสือใหม่นั้นมีมากมาย ความพยายามเล็กๆ ของฉันในโลกที่สร้างขึ้นมาไม่อาจเทียบเคียงกับความต้องการของผู้คนที่ต้องการหนังสือใหม่ไว้ในครอบครองได้เลย”

“หลังจากการท้าทายกับบรรณาธิการของคุณในคืนนั้น ฉันทดลองเปลี่ยนร้านหนังสือของฉันด้วยการเปลี่ยนปกหนังสือในร้านให้เป็นหนังสือที่มีชื่อเดียวกัน ให้เป็นหนังสือที่มีปกแบบเดียวกัน ฉันจัดวางหนังสือเหล่านั้นไว้ในร้านนี้ และตั้งใจจะติดตามพฤติกรรมของผู้คนที่เข้ามาในร้านหนังสือของฉันว่าเมื่อเขาพบกับเหตุการณ์เช่นนี้ พวกเขาจะรู้สึกเช่นไร ฉันวางแผนจัดวางตำแหน่งของหนังสือให้ผู้คนที่เข้ามาในร้านเดินมาในชั้นหนังสือที่ฉันตระเตรียมไว้ ฉันวางแผนให้พวกเขาพิศวงงงงวย แต่การวางแผนของฉันกลับมีข้อผิดพลาด คนคนแรกที่เข้ามาในร้านหนังสือแห่งนี้และพบกับความผิดปกตินี้กลับเป็นคุณ”

“คุณนั่นเอง”

 

“หลังจากเราแยกจากกันที่ร้านกาแฟแห่งนั้น ฉันก็รู้สึกได้ว่าคุณไม่ได้สนใจฉันในฐานะของคนรัก คุณเดินออกจากร้านอย่างดูเหมือนไร้จุดหมายแต่นั่นยิ่งทำให้ฉันเกิดความสงสัย ฉันอาจเป็นเหมือนแมวที่ใคร่รู้ไปทุกสิ่ง บางทีคุณอาจกำลังเดินทางไปพบคนรักของคุณ บางทีคุณอาจมีคนรักอยู่แล้ว ฉันเดินตามหลังคุณอย่างเงียบๆ สะกดรอยคุณไปว่าคุณจะไปยังที่ใด แต่ฉันไม่คิดเลยว่าที่ที่คุณมาถึงกลับเป็นร้านหนังสือแห่งนี้ ร้านหนังสือของฉันเอง”

“คุณเดินผ่านคนเฝ้าร้านที่ฉันจ้างไว้ไปยังชั้นหนังสือ เลือกซื้อหนังสือชื่อเดียวที่ฉันจัดทำขึ้น และแทบไม่มีความลังเลหรือสงสัยทั้งที่คุณอยู่ในโลกของหนังสือ คุณหอบหนังสือเหล่านั้นกลับไป สิ่งที่เกิดขึ้นเช่นนั้นทำให้ฉันงงงันไปหมด มันเป็นอะไรที่นอกเหนือจากแผน ฉันนั่งลงคิดและตัดสินใจทำสิ่งที่เหมือนกับการเดินทางไปข้างหน้าในแผนเดิม”

“ฉันติดต่อกับบรรณาธิการของคุณ ตั้งวงเงินเดิมพันในสิ่งที่เราคุยกัน ฉันพร้อมจะพิมพ์หนังสือเล่มใหม่ให้เขาหากฉันเป็นผู้แพ้ และหากฉันเป็นผู้ชนะ ฉันจะซื้อบ้านของเขาแทน ฉันตั้งข้อแม้เพียงว่าเขาต้องจัดหาคนมาเขียนหนังสือในเรื่องราวใดๆ ก็ได้ที่เป็นเพียงหนังสือชื่อเดียวกันกับหนังสือเล่มอื่นๆ โดยที่บุคคลนั้นต้องไม่เคยเขียนหนังสือมาก่อน เขาเอ่ยว่าเขามีคนที่รู้จักอยู่หนึ่งคน ซึ่งฉันคาดเดาว่าเป็นคุณ ฉันหลอกล่อเขาว่าคุณไม่น่าตกปากรับคำซึ่งนั่นยิ่งทำให้เขาคิดว่าเราไม่รู้จักกัน การพนันขันต่อสมจริง แต่อย่างที่คุณเองก็รู้ เขาเป็นฝ่ายแพ้ คุณยินดีเขียนหนังสือเล่มนั้นให้ฉัน”

ชายหนุ่มเอนหลังเข้าพิงพนักเก้าอี้ เขาจิบน้ำชาในถ้วยที่บัดนี้เย็นชืดลงแล้ว

 

“นั่นคือคำตอบของที่มาแห่งเรื่องราว ในครานี้คุณคงมีคำถามอีกว่าเพราะเหตุใดฉันจึงไปปรากฏตัวในทุกที่ที่คุณคาดไม่ถึง คำตอบนั้นง่ายกว่าคำตอบแรกมาก ฉันอยากรู้ว่าบุคคลที่พลัดตกไปในโลกของหนังสือชื่อเดียวจะมีสภาพเช่นไร ฉันพบว่าคุณเก็บลูกแมวจรจัดมาเลี้ยง ฉันจึงรู้ดีว่าคุณต้องไปพบสัตวแพทย์ในวันใดวันหนึ่ง ฉันสืบหาโรงพยาบาลสัตว์ที่ใกล้เคียงกับที่พักของคุณ จ้างใครสักคนในนั้นให้ส่งข่าวว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณไปที่นั่นให้แจ้งฉันด้วย ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเย็นที่ฉันจะได้พบคุณที่นั่น”

“สิ่งที่ทำความยากลำบากให้แก่ฉันในเรื่องนี้คือการที่คุณพบฉันบ่อยครั้งเกินไปนั้นทำให้คุณสงสัยใคร่รู้ในตัวฉันขึ้นมา ฉันไม่คิดว่าคุณจะเร่งรีบมาเจอฉัน ดังนั้น การวางตัวเป็นนายจ้างในลักษณะที่สมบูรณ์แบบจึงบังเกิดขึ้น ฉันอ่านงานของคุณสองสามรอบ ให้คำวิจารณ์และสร้างแรงกระตุ้นให้ทำงานต่อ ซึ่งน่ายินดีว่าคุณตั้งใจทำมันอย่างมาก บทสนทนาทางโทรศัพท์ที่คุณมอบให้ฉันในคืนนั้นทำให้ฉันมองคุณเปลี่ยนไปจากเดิม แต่แน่นอนว่าคุณคงยังไม่สนใจในตัวฉันอยู่นั่นเอง”

“ผมถามคุณได้ไหมว่าทำไมแมวตัวนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

“เป็นคำถามที่ตอบได้ง่ายดายมาก ฉันแวะไปที่บ้านของคุณในวันหนึ่ง ตั้งใจเพียงไปเยี่ยมดูว่าคุณยังคงทำงานอย่างหนักหรือไม่ หากแต่ฉันกลับพบเจ้าแมวตัวนี้เตร็ดเตร่อยู่ด้านนอก ด้วยความเป็นห่วงฉันนำมันกลับมาดูแลที่นี่และนำมันกลับไปคืนให้คุณในวันต่อมา แต่น่าแปลกมันแวะมาที่นี่แทบทุกวันและเมื่อใดก็ตามที่มันแวะมาที่นี่นั่นคือการบอกว่าคุณไม่ได้อยู่ที่บ้านของคุณ”

 

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากโต๊ะ เขาหยิบต้นฉบับที่มีทั้งหมดออกจากกระเป๋าสะพายส่วนตัว วางมันลงบนโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าแมวตัวนั้นไว้ในอ้อมอก “ผมขอส่งงานทั้งหมดที่มีให้กับคุณ หวังว่าคุณคงชอบมันไม่มากก็น้อย” เขาขยับตัวเดินไปที่หน้าร้านหนังสือ เปิดประตูร้าน แต่แล้วก็คล้ายดังนึกบางอย่างขึ้นได้ เขาหันกลับมาเผชิญหน้าหญิงสาว “คุณพอบอกได้อีกเหตุผลหนึ่งไหมว่าเพราะเหตุใดคุณจึงอยากได้บ้านของบรรณาธิการของผมหลังนั้น?”

หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่ม “ไม่มีอะไรต้องปิดบัง ฉันโตมาในบ้านหลังนั้นก่อนที่ครอบครัวของฉันจะขายมันไป บรรณาธิการของคุณคงนึกไม่ถึงว่าฉันเคยเป็นเจ้าของและพำนักอยู่ที่นั่นมาก่อนในอดีต และคงคล้ายกับแมว ฉันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผูกพันกับสถานที่บางที่แม้ว่าฉันจะแลดูไม่แยแสอะไรเลย”

บทสนทนาของทั้งคู่จบลงตรงนั้น ชายหนุ่มเดินออกจากร้านหนังสือไปและหากเขาจะหันกลับมามองเขาคงเห็นภาพหญิงสาวผู้นั้นเก็บต้นฉบับทั้งหมดใส่ซอง ก่อนจะนำมันไปแทรกลงบนชั้นหนังสือ ท่ามกลางหนังสือทั้งหมดที่มีชื่อเดียวกัน ท่ามกลางหนังสือที่มีชื่อเดียวกันแม้ว่าเนื้อหาภายในของมันนั้นจะต่างกันอย่างสิ้นเชิง