California Dreaming : การฟื้นคืนของมนุษย์ดอกไม้ : *คำให้การของ Old Hippie

ปรารถนา รัตนะ

1Flashback : The Mamas and The Papas on TV

กําลังนึกถึงครั้งแรกที่เห็นเพลงนี้ในทีวี นานมากแล้ว นานจริงๆ นานจนจำไม่ได้ (ฮา) เคยคิดรำพึงกับตัวเองในวัยละอ่อนว่า “โถ ตัวตูนี้หนา ทำไมโชคร้ายจัง ทำไมเกิดช้าไป ไม่มีโอกาสได้ร่วมยุคกับวงดนตรีเหล่านั้น”

แต่ไม่คิดว่า วันนี้ (2016) เพลงนี้จะหลายเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญหาเสียงของคุณลุงผู้น่าจะถูกหลงลืมไปอย่างง่ายดาย

และไม่เคยคิดหนักเข้าอีกว่า “ขบวนการดอกไม้” จะมีโอกาสพื้นตื่นกลับมาได้อีก

ซึ่งคนมิลลีเนียลซึ่งเกิดไม่ทันสงครามเวียดนาม แต่เกิดมาก็เห็นแต่สงครามจรของการก่อการร้าย ทำให้มึนตึ้บ และร่วมกันสนับสนุนแคมเปญของเบอร์นี่ เพราะหนึ่งในนโยบายของเขาคือ No more war

และ June 7 นี้กับการเลือกตั้งในรัฐใหญ่อย่างแคลิฟอร์เนีย ตอนนี้ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญเพื่อทวงคืนประเทศ

12976312_1601019800218475_489071389_n

 

เปิดม่าน 31 May การระดมทุนครั้งสุดท้าย

รุ่งเช้าวันนี้ (31 May 2016) มีจดหมายสองฉบับ จาก Berniesanders.com และ Bernie Sander ระบุว่าวันนี้จะเป็นวันที่ FEC ประกาศให้เป็นวันระดมทุนครั้งสุดท้าย น่าสนใจมาก เพราะตั้งแต่วันแรก เขาสู้มาโดยเงินบริจาคล้วนๆ

โดย FEC หรือ Federal Election Commission ก่อตั้งจากมติของสภาคองเกรสตั้งแต่ปี 1975 เพื่อบริหารจัดการการเลือกตั้ง หน้าที่ของ FEC Federal Election Commission (FEC) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ เพื่อจะเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของแคมเปญกันสดๆ จะจะบนหน้าเว็บเลย

สรุปความหมายจากจดหมายสองฉบับ มันคือการกระตุ้นครั้งสุดท้ายจาก เจฟฟ์ วีฟเวอร์ แคมเปญ เมเนเจอร์ ให้ทุกคนช่วยกันการบริจาคครั้งสุดท้าย จำนวน 2.70 USD เป็นอย่างต่ำ เพื่อไปตีรัฐแคลิฟอร์เนียให้สำเร็จให้จงได้

 

วอชิงตัน โพสต์ not Blackout

ทีมสนับสนุนได้ทำภาพ Overcoming All Obstacles หนึ่งในนั้นคือ Media Blackout ซึ่งในระยะหลังมาเรื่มมีสื่อใหญ่ นำเสนอข่าวเบอร์นี่มากขั้น และตั้งแต่อ่านบทความมา ต้องขอยกนิ้วให้วอชิงตันโพสต์

วอชิงตันโพสต์ เขียนได้สนุกแบบอารมณ์นวนิยายมากๆ โดยมีชี่อยาวๆ ว่า A graying generation founded on peace and love finds its champion : Bernie Sanders

บทความนี้ว่าด้วยเรื่องราวของผู้สนับสนุนซึ่งมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหว เขียนโดย สเตฟานี่ แม็กครูเมน นักข่าวที่มีประสบการณ์จากหลายๆ ประเทศ อาทิ อิรัก ฯลฯ เรื่องราวที่เป็นแง่มุมบวกมากๆ และเต็มไปด้วยบทสนทนา

ลองดูตัวอย่างสั้นๆ ประโยคแห่งความมั่นใจ ขณะ Lewis Elbinger วัย 68 ไปรับเพื่อนๆ เพื่อมุ่งหน้าลงใต้ ช่วยเบอร์นี่หาเสียง

“Wow, you look spiffy!” says Christine Herbster, 59, as Elbinger arrives to pick up her and her friend Marcia Rey, 65, for the drive south.

“I saw a poll that said California is 61.5 percent for Bernie,” says Rey.

“Let”s work for 70 percent!” says Elbinger.

“I”m going for 90!” says Herbster. “We have an endless pool of hope.”

ถ้าแคมเปญ Change ของโอบามา ขยับเขยื้อนด้วยคนรุ่นใหม่ เบอร์นี่ก็ได้รับสิ่งนั้นในจำนวนสูงกว่า อีกทั้งเขายังได้แรงใจจากอาสาสมัครออร์แกนไนเซอร์ โอลด์ฮิปปี้ เหล่านี้อีกด้วย

13321927_10208501324147077_3695577428723143336_n

 

สียงสนับสนุนจากโอลด์ฮิปปี้

Lewis Elbinger ผู้ประกาศตนเป็นโอลด์ฮิปปี้ ชายผู้สนับสนุนเบอร์นี่ ผู้ซึ่งมองเห็นในบางสิ่งที่ข้าพเจ้ามองเห็น เรียกว่า ข้าพเจ้ามีสายตาและความคิดเติบโตในวัย 68 แล้วละ (ฮา)

เอบิงเกอร์ ต่อต้านสงครามเวียดนามในยุค 60’s ด้วยการเขียนเครื่องหมายเสรีภาพไว้บนหน้าผาก และยังเชื่อมั่นหนักมากว่า ไม่เพียงจะชนะได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคเท่านั้น แต่จะยังฟื้นคืนสำนึกให้ชนชั้นปกครอง ในไวต์เฮ้าส์

เป็นช่วงเวลาของ Love n Peace อย่างที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้เห็น จึงขนาดพูดว่า

“We’ve been waiting for this our entire lives.”

โดยตัวเขาเองเป็นพนักงานของรัฐมา 28 ปี แต่ก่อนหน้านั้น เขาต่อต้านสงคราม ด้วยการเดินทางไปอินเดีย ได้บวชเป็นพระ ได้มาซึมซับปรัชญาศาสนาของตะวันออก

จนถึงจุดอิ่มตัวจึงกลับอเมริกา แต่งงาน ลงหลักปักฐานในแผ่นดินเกิดที่แคลิฟอร์เนีย และเป็นออร์ไนเซอร์รุ่นใหญ่เพื่อพูดให้ผู้คนเข้าใจว่า การโหวตให้เบอร์นี่ ครั้งนี้สำคัญอย่างไร

13139166_935028773281560_66218720007151448_n

 

บทลา ในฝันมีฝัน

ในสงครามมียูโทเปีย

เสียงเพลงโด่งดัง อันเป็น By Product ของอีเวนต์สงครามเวียดนาม ซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าวัยรุ่นอ่อนเยาว์ ให้ตั้งคำถาม ว่าจะอยู่ในโลกที่ก่อสงครามรายวันไปทำไม และทำให้เกิดยุคแสวงหาหวนคืนมาอีกครั้งหนึ่ง (Wow)

บทเพลงโด่งดัง Imagine กับวรรคทองที่ว่า You may say I’m a dreamer. But I’m not the only one. ถูกแปะไว้เป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ

ปรากฏการณ์ Old Hippie ผลิตผลจากสงครามเวียดนามรวมตัวกับคนมิลลีเนียล ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ดียิ่ง และคนรุ่นใหม่กำลังเริ่มเรียนรู้ว่าโลกกว้างกว่าการนั่งเลื่อนๆ ถูๆ สมาร์ตโฟนไปวันๆ

และไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ต้องต่อสู้ แต่ในทางกลับกัน คือสู้ยิบตา จนกว่าจะชนะ!

13321638_1806118929608313_2955728031740492730_n

บทความก่อนหน้านี้เปลี่ยนผ่าน : สนทนากับ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” ความแปรเปลี่ยนของ “สองนครา”
บทความถัดไปอนุสรณ์ ติปยานนท์ : เก้าคนหลังฉาก ในประวัติศาสตร์ซานไห่ผลิใบ (11)