Phillip May : ผู้ชายของเมย์ ; *ผู้หญิงของเฟมินิสต์

ปรารถนา รัตนะ
AFP PHOTO / OLI SCARFF

Flashback : 1903 Great Britain

จากอ่านขุดค้นประวัติศาสตร์ น่าตกใจมาก ที่สมัยนั้น ปี 1900 มีเพียงนิวซีแลนด์ บางส่วนของออสเตรเลีย และบางรัฐที่ผู้หญิงเริ่มมีสิทธิ์เลือกตั้งได้ ในปี 1903 มีกลุ่มผู้หญิงในอังกฤษลุกขึ้นมารวมเป็นกลุ่มเรียกว่า สหภาพการเมืองและสังคมของผู้หญิง (Women’s Social and Political Union – WSPU)

เป็นการเปิดหลุมขุด เพราะเมย์โดยเฉพาะ ผลจากขุดค้นครั้งนี้ ทำให้ค้นพบหนังเรื่องหนึ่งที่สร้างมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งน่าสงสัยมาก แต่ขอกลบไว้ก่อน แบบแมว (ฮา)

เดี๋ยวมีเวลาไปขุดต่อ แล้วค่อยมาว่ากันอีกที

เพราะเวลาผ่านมานานร้อยกว่าปี จนเราไม่รู้สึกอะไรกับสิทธิ์ที่มี และบางสิทธิ์กว่าจะได้มาต้องแลกมาด้วยการต่อสู้ และผู้นำนั้นสำคัญกับความต่อเนื่องในการทำงาน

จึงทำให้ปรากฏการณ์ เธเรซ่า เมย์ เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ มันคือการเดินย่ำซ้ำรอยประวัติศาสตร์ เมย์ประกาศตัวว่าเป็นเฟมินิสต์ และทำงานมากว่ายี่สิบปีเพื่อผู้หญิง การก้าวขึ้นตำแหน่งสูงสุดดังฝัน

เธอถูกจับตาจากผู้หญิงโดยเฉพาะในประเทศอังกฤษเอง ไม่ใช่แค่ตัวเธอ แต่ผู้ชายของเธอด้วยเช่นกัน

และผลงานการขุดค้นชิ้นนี้ ยังเปิดเผยมารยาทการเมืองและยางอายว่าเป็นเช่นไร เหมาะสำหรับนักการเมืองต้องอ่านเป็นอันมาก (ฮาๆ)

fawcett-large_trans++0KR0mFzPADe05KFNpQO5hEzASqQtldMMI18Dt0Owy5Y

ขวัญใจเฟมินิสต์

แม้กระทั่งคอลัมนิสต์ยังกล่าวชื่นชมเธอ โดยเปรียบเทียบกับ มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ว่า แทตเชอร์เป็นผู้หญิงที่เมื่อก้าวถึงจุดสูงสุดแล้ว เธอก็ดึงบันไดลิงขึ้น ในยุคสมัยของแธตเชอร์มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีผู้หญิงคนเดียวเข้าไปนั่งในคณะรัฐมนตรีของเธอเท่านั้น

จากบทความของ Telegraph.co.uk โดย Radhika Sanghani ชื่อบทความชวนอ่านมั่กว่า Is Theresa May Britain’s most feminist Prime Minister ever? เธอตั้งคำถามพร้อมตรวจสอบการทำงานของนายกฯ เมย์ย้อนหลังกลับไปถึง 20 ปี

เวรและกรรมมีจริง ที่สิ่งที่คุณเคยทำไว้ แม้คุณไม่จำ แต่คนอื่นเขาจำ

Radhika ไล่เรียงย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ปี 1997 ที่เมย์ก้าวเข้ามาเป็นผู้แทนในสภา ก่อนจะพูดถึงบทบาทของเมย์อย่างกระจ่างตั้งแต่ปี 2005 ที่เธอสนับสนุนกลุ่ม Women2win เพื่อให้ เดวิด คาเมรอน สนับสนุนให้มีผู้หญิงเข้ามาในสภามากขึ้น บางเหตุการณ์ Radhika ถึงกับกล่าว Trust me I was there เรียกว่าละเอียดแบบอยู่ร่วมเหตุการณ์จริง จนถึงปี 2014 ที่อังกฤษทุ่มทุนจัด Girl Summit

นับจากนี้ไปเมย์จึงถูกจับตาว่าเธอจะเคลื่อนไหวไปทางใด

AFP PHOTO / JUSTIN TALLIS

ผู้ชายของเมย์ 35 ปี ที่สตรอง

ฟิลิปป์ เมย์ บุรุษหมายเลขหนึ่ง ผู้ถูกผลักไสให้มาอยู่ในแสงสปอตไลต์ด้วยความเต็มใจ พร้อมกับภรรยา

หลังที่เมย์รับตำแหน่งนายกฯ เพียงวันเดียว สื่ออังกฤษก็ทำการขุดคุ้ยกันอุตลุดช่วงชิงความเร็ว เพื่อตอบคำถามที่ทุกคนสงสัย อย่างทันใจ ว่าทั้งคู่พบกันในงานสังสรรค์ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด โดยการแนะนำของอดีตนายกฯ หญิงปากีสถานผู้ล่วงลับ เบนาซีร์ บุตโต ไม่เพียงคุยกันถูกคอ ด้วยทั้งคู่ชอบคริกเก็ตเหมือนกัน ความสัมพันธ์จึงสานต่อมาด้วยคริกเก็ต

Theresa-May (1)หลังจบอ๊อกซ์ฟอร์ด สามีเข้าทำงานที่ Bank of England เช่นเดียวกับนายกฯ เมย์ ก่อนที่เธอจะออกมาตามฝันการเมือง

ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงยืนยาว เพราะเขารู้รับหน้าที่บทบาทเป็นอย่างดีว่าเขาคือสามีของเฟมินิสต์ แล้วเขายังไม่เพียงอยู่ในสายการเงินการธนาคารเท่านั้น แต่ตำแหน่งปัจจุบันของเขาชวนสยิวกิ้วเป็นที่สุด (ฮา)

ตำแหน่งเขาคือ Relation Manager ที่ Capital Group

ถึงแม้ว่าสมัยเรียนเขาจะเป็นประธานของอ๊อกซ์ฟอร์ดยูเนี่ยน โซไซตี้ แต่เขาก็ไม่เคยสนใจการเมือง แต่กลับดูแลภรรยาทั้งความฝันและวันที่เธอสูญเสียพ่อในอุบัติเหตุรถยนต์ และแม่ในเวลาต่อมา ไหนจะความเจ็บปวดที่ไม่สามารถมีลูกได้อีก

AFP PHOTO / POOL / MARCO BERTORELLO
AFP PHOTO / POOL / MARCO BERTORELLO

บทลา No preview : ก้าวที่กร้าวกล้า

คําพูดของคนสองคนที่บอกว่า วันนี้มีแต่เดินต่อเท่านั้น เป็นคนใกล้ชิดที่ร่วมทำงานด้วยกัน เป็นการโชว์สปริตินักการเมือง เมื่อ เดวิด คาเมรอน อดีตนายกฯ หน้าบาง ซึ่งลาออกทันทีอย่างช็อกโลก

เขากล่าวถึงเมย์ว่า “น่ายินดีที่นายกฯ เมย์จะเป็นนายกฯ คนต่อไป เธอเป็นคนเข้มแข็ง เป็นคนเก่ง เธอมีมากกว่าความเป็นผู้นำที่ประเทศของเรากำลังต้องการเป็นอย่างยิ่ง”

การเมืองอังกฤษในภาวะวิกฤตสุดๆ และนักการเมืองมิมัวเสียเวลาพิรี้พิไร

คู่แข่งที่เข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ยังรีบสละสิทธิ์ให้ รู้ข่าวนี้แล้ว ทำให้คิดย้อนไปว่า การเคลื่อนไหวจากปี 1903 นั้นไม่สูญเปล่า ร่วมมือเพื่อไปต่อ ดีกว่าขัดขา ขัดขวาง ขัดคอกันเองให้เสียบรรยากาศ เสียเวลา เสียโอกาส

จากปากคำของคู่แข่ง แอนเดรีย ลีดซัม รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม อาหารและกิจการชนบท “เธเรซ่า เมย์ ได้รับเสียงสนับสนุนจากสภามากถึง 60% เธอเป็นคนที่จะดำเนินการพาอังกฤษออกจากอียูได้ดีที่สุด”

ผู้หญิง ผู้นำกล้าเสียสละจริง โชคดีนะ เมย์!

บทความก่อนหน้านี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้าข่ายระบอบอำนาจนิยมหรือไม่? (12) : ร่างนิรโทษกรรมเหมาเข่ง การฆ่าตัวตายทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย
บทความถัดไปเปลี่ยนผ่าน : “ไทย” เมืองยานยนต์ไฟฟ้า “ความจริง” หรือ “ความฝัน”?