อนุสรณ์ ติปยานนท์ : In Books We Trust (35) หนังสือชื่อเดียว (7)

อนุสรณ์ ติปยานนท์[email protected]

ท่าอากาศยานต่างความคิด

อนุสรณ์ ติปยานนท์ / [email protected]

 

In Books We Trust (35)

หนังสือชื่อเดียว (7)

 

หลังคำทักทายของเธอ เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาควรมีบทสนทนาอันจริงจังกับเธอ

เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะถามเธอในคำถามทุกคำถามที่ค้างคาใจ นี่เป็นการเล่นตลกครั้งใหญ่ขององค์กรใด นี่เป็นเรื่องราวน่าชวนหัวของผู้ใด ใครกันที่เป็นผู้เปลี่ยนชื่อหนังสือทั้งหมดให้เป็นชื่อเดียว เจ้าของร้านคนเดิมที่เป็นชายชราอยู่ที่ไหน ใครกันเป็นผู้ว่าจ้างเขาผ่านทางบรรณาธิการ

และเธอคือใครกันแน่

เธอคือหญิงสาวที่นัดหมายกับเขาในวันนั้น เธอคือหญิงสาวที่มีครอบครัวแล้ว เธอคือคู่รักของบรรณาธิการเขา เธอคือเจ้าของสุนัขบาดเจ็บตัวนั้นหรือเธอคือเจ้าของร้านนี้กันแน่

เธอคือใครกันในเรื่องราวสับสนอลหม่านเช่นนี้

 

“ผมมีเรื่องรบกวนคุณ” เขาเอ่ย “มันอาจดูไร้สาระ เพียงแต่ผมมีคำถามบางข้อกับคุณ”

“ด้วยความยินดี คุณต้องการหนังสือเล่มไหนเป็นพิเศษหรือไม่? หากเราไม่มีมันที่นี่ เราเชื่อว่าจะหามันให้คุณจนได้หากมันไม่ใช่หนังสือหายากจนเกินไปนัก”

“ไม่ใช่เรื่องของหนังสือแต่ก็ถือว่ามีความเกี่ยวข้องกัน” เขารู้สึกลำคอแห้งผากก่อนจะเค้นคำถามนั้นออกมา “ชายเจ้าของร้านนี้ ชายเจ้าของร้านคนเดิมไปที่ใดแล้ว?”

“คุณหมายถึงเจ้าของร้านหนังสือแห่งนี้คนก่อนหน้าฉันหรือเจ้าของร้านหนังสือแห่งนี้นับตั้งแต่วันแรกเปิดของมัน?”

“อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างก็ได้” เขาตอบ

“ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไร ฉันคงต้องบอกว่าฉันเป็นเจ้าของร้านหนังสือคนเดียวที่นี่ ร้านหนังสือแห่งนี้เพิ่งเปิดได้เพียงห้าวันและฉันเป็นเจ้าของร้านคนแรกของมัน”

 

เขาตระหนกกับคำตอบของหญิงสาวผู้นั้น หากมีใครสักคนจะสร้างเรื่องตลกชวนหัวสักเรื่องเพื่อกลั่นแกล้งเขา การสร้างเรื่องตลกเช่นนี้ดูจะซับซ้อนขึ้นแทบทุกขณะ เขายืนกรานกับเธอว่าเขามาเยือนร้านหนังสือแห่งนี้เมื่ออาทิตย์ก่อน ชายเจ้าของร้านมีอายุราวเจ็ดสิบปี เขามีเส้นผมสีขาวและมีดวงตาสีขาวขุ่น ในวันนั้นเขาซื้อหนังสือจำนวนสามเล่มจากร้านแห่งนี้ การค้นพบอำพัน การเอาตัวรอดในโพคารา และนวนิยายเรื่องแม่

เขายืนกรานเช่นนั้น เขายืนกรานอย่างแน่นหนักเช่นนั้น

หญิงสาวผู้นั้นถอนหายใจก่อนจะนำเขาไปยังผนังของร้าน “คุณอาจไม่เชื่อถือคำพูดของฉัน แต่หลายสิ่งที่นี่น่าจะช่วยยืนยันบางอย่างได้ ลองเอามือลูบฝาผนังนี้ดู คุณจะสัมผัสได้ถึงสีที่เพิ่งทาไปใหม่หมาด ดมกลิ่นมันดูก็ได้ กลิ่นทินเนอร์ในนั้นอาจจางไปบ้างเพราะความพยายามที่จะระบายกลิ่นของมัน แต่ฉันเชื่อว่าคุณก็จะยังได้กลิ่นของมันอยู่”

เขาจรดปลายจมูกของเขาเข้ากับฝาผนัง กลิ่นน้ำมันสน ทินเนอร์ บ่งบอกถึงการมีอยู่ของมันในเวลาที่ไม่นานนัก

เขายอมแพ้ ไร้หนทางที่จะยืนยันในคำพูดของเขาอีกต่อไป เขาถอยออกจากฝาผนังพยักหน้าให้กับหญิงสาวผู้นั้นด้วยความจำยอม

เขากลับไปที่ชั้นหนังสือ ไล่ดูหนังสือทั้งหมดก่อนจะเลือกซื้อหนังสือแบบเดียวกับที่เขาซื้อในคราก่อน หนังสือการค้นพบอำพัน หนังสือการเอาตัวรอดในโพคารา และนวนิยายเรื่องแม่ เขานำหนังสือทั้งสามเล่มไปที่โต๊ะด้านหน้าของร้าน หญิงสาวผู้นั้นคิดราคาหนังสือ เขาชำระค่าหนังสือด้วยธนบัตรก่อนจะถือหนังสือสามเล่มนั้นไว้ในมือและเตรียมตัวจากไป ก่อนที่เขาจะเดินออกจากร้านนั่นเอง หญิงสาวคนนั้นเอ่ยขึ้นกับเขาว่า

“คุณแลดูไม่ใช่คนที่จะล้อเลียนฉันเล่น เอาเป็นว่าฉันจะถือว่าเหตุการณ์แปลกประหลาดนี้อาจมีความเป็นไปได้ คุณเห็นใบเสร็จที่ฉันมอบให้คุณพร้อมเงินทอนไหม หากคุณหาใบเสร็จที่คุณได้จากการซื้อหนังสือที่นี่เมื่ออาทิตย์ก่อนพบ หรือถ้าหากคุณมีใบเสร็จใบนั้น นำมันมาให้ฉันและเราจะลองสืบเรื่องนี้ด้วยกัน”

เธอเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะขอตัวหายไปกับชั้นหนังสือภายในร้าน

 

เขาเดินออกจากร้าน เดินไปตามท้องถนนอย่างไร้จุดหมายและก่อนที่เขาจะทันรู้สึกตัวเขาก็พบตนเองยืนอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งนั้น ร้านกาแฟที่เขานัดหญิงสาวคนนั้นเป็นครั้งแรกในวันที่เขาลืมหยิบหนังสือติดตัวมา

เขาตรงเข้าไปในร้านนั่งลงที่โต๊ะตัวเดิม สั่งเครื่องดื่มแบบเดิม เขารู้สึกได้ว่าบริกรในร้านได้เปลี่ยนหน้าไปอีกแล้ว

เขารู้สึกว่ารสชาติเครื่องดื่มที่ถูกนำมาให้เขาเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว

แต่ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวที่เขาไม่สนใจ เขาพลิกหนังสือที่ซื้อมา หนังสือทั้งหมดนั้นมีชื่อเดียวกัน ระหว่างการพลิกหนังสือไปมา เขาขบคิดถึงหญิงสาวผู้นั้นอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะพบว่าเขาได้แต่ใส่ใจกับร้านหนังสือแทนตัวหญิงสาวผู้นั้น

เขาหลงลืมการถามคำถามจำนวนมากกับหญิงสาวผู้นั้น

เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใครและเพราะเหตุใดเธอจึงปรากฏตนในแทบทุกที่ที่เขาไป

หากเธอเป็นนักแสดง เธอย่อมเป็นนักแสดงชั้นยอดที่แสดงได้ทุกบทบาทแบบไร้ที่ติอย่างสิ้นเชิง

เขายกแก้วกาแฟอีกครั้ง ดื่มกาแฟที่เหลือจนหมด ก่อนจะหยิบหนังสือสามเล่มที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นถือ ได้เวลากลับที่พักของเขาแล้ว

เขานึกถึงเจ้าแมวน้อยตัวนั้น มันคงรอคอยเขาอยู่ การมีใครสักคนคอยเราที่บ้านให้เรากลับไปหาเป็นความรู้สึกเช่นนี้เอง

เขายิ้มให้กับตนเอง อย่างน้อยแม้ทุกสิ่งจะเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายก็ยังมีความสงบนิ่งบางประการรอคอยเขาอยู่

เขาดูชื่อหนังสือในมืออีกครั้ง ทั้งหมดล้วนมีชื่อเดียว หนังสือที่มีเพียงชื่อเดียว

ทว่าชื่อของมันในครานี้ไม่ใช่ชื่อหนังสือดังในคราก่อน หนังสือเหล่านั้นได้เปลี่ยนชื่อของมันแล้วแม้ว่ามันจะยังคงมีชื่อเพียงชื่อเดียว

 

เขากลับถึงที่พัก ทิ้งตัวลงบนโซฟา แมวน้อยคลอเคลียอยู่ที่ขาของเขา มันมีอายุเท่าใดกันนะ มีคนบอกว่าให้ดูอายุของแมวที่ฟันของมัน แต่แม้ว่าเขาจะรู้ว่าฟันมันเป็นเช่นไร เขาก็ไม่รู้อายุของมันอยู่ดี

เขาเป็นเพียงคนตรวจพิสูจน์อักษรตัวเล็กๆ คนหนึ่งไม่ใช่สัตวแพทย์

เขาเป็นเพียงคนที่มีอาชีพเล็กๆ คนหนึ่งท่ามกลางอาชีพจำนวนมากในโลกนี้

เขาเป็นใครบางคนที่ไม่มีความสำคัญอะไรเลย

ครั้นแล้วเขาก็รู้สึกโกรธตนเอง ทำไมเขาจึงเลือกอาชีพที่ต่ำต้อยเช่นนี้ ทำไมเขาจึงเลือกอาชีพที่แทบไม่มีใครรู้จักเช่นนี้ เขาไม่ใช่ทหารที่มีคนเคารพ เขาไม่ใช่ครูหรืออาจารย์ที่มีคนนับถือในความรู้

เขาอาจอ่านหนังสือมากกว่าใครจำนวนมากในโลกนี้ แต่การอ่านของเขาก็เพียงเพื่อค้นหาความผิดพลาดของมันไม่ใช่เพื่อการหาความรู้

เขาเป็นเพียงทางผ่านของบางสิ่งเปรียบดังทางน้ำที่มีบางสิ่งไหลผ่านไป ไม่ใช่เขื่อนขนาดใหญ่ที่คอยกักเก็บน้ำไว้เพื่อคนอื่น เขาเป็นดินแดนเปล่าประโยชน์ ไร้ความหมายใดๆ โดยสิ้นเชิง

เขาลุกขึ้นจากโซฟา เทอาหารแมวจากในถุงลงใส่ชามให้เจ้าแมวน้อยตัวนั้น

เขาชำระร่างกายเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะทำงาน เขาพิมพ์ข้อความสามสี่ข้อความลงบนคอมพิวเตอร์ส่วนตัวก่อนจะลบทิ้งด้วยความโกรธเคือง

ใครบางคนคงต้องการเล่นตลกกับเขา ให้งานเขียนแก่เขาสิ หมอนั่นอ่านหนังสือมามากพอที่จะเขียนอะไรบางอย่างได้ คงมีใครพูดเช่นนั้นกับบรรณาธิการของเขา ให้หมอนั่นเขียนออกมาเถอะ มันไม่มีความสลักสำคัญอะไรหรอก หนังสือก็เพียงแค่หนังสือให้จำนวนหน้ามันมากพอเป็นใช้ได้

ฉันเป็นเพียงวัตถุเล่นตลกของใครบางคนเท่านั้น

 

เขาวางมือจากคอมพิวเตอร์ส่วนตัว หมดสิ้นแรงพยายามที่จะทำงานใดๆ ในวันนี้

เขาตรงไปที่ชั้นหนังสือของตนเอง เขาควรจะอ่านอะไรสักเล็กน้อยที่จะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น

นิทานอีสปหรือนิทานกริมม์ อะไรก็ได้ที่ไม่จริงจังนัก

เขาหยิบนิทานเหล่านั้นลงจากชั้นก่อนจะพบว่าพวกมันก็เช่นเดียวกับหนังสือสามเล่มที่เขาซื้อมาจากร้านนั้น จากหญิงสาวผู้นั้น

พวกมันยังคงมีชื่อหนังสือเดียวกัน แต่ชื่อหนังสือที่ว่านั้นได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วจากครั้งก่อน

หนังสือเหล่านั้นมีชื่อใหม่แต่เป็นไปในชื่อเดียว