อนุสรณ์ ติปยานนท์ : In Books We Trust (33) หนังสือชื่อเดียว (5)

อนุสรณ์ ติปยานนท์[email protected]

ท่าอากาศยานต่างความคิด

อนุสรณ์ ติปยานนท์ / [email protected]

 

In Books We Trust (33)

หนังสือชื่อเดียว (5)

 

งานเขียนของเขาเป็นไปอย่างราบรื่น เขาตื่นขึ้นแต่เช้าในทุกวัน หลังจากทำความสะอาดร่างกายแล้ว เขาจะปรุงกาแฟร้อนหนึ่งแก้วพร้อมด้วยขนมปังกรอบจากกล่องสองแผ่น เขาต้องการเพียงเท่านี้สำหรับพลังงานในการเขียนหนังสือเล่มนี้

อาจฟังดูน่าขบขันหรือเสียดสีว่าทำไมเขาจึงพึ่งพาพลังงานน้อยเต็มทีสำหรับงานเขียนชิ้นนี้

แต่ดังที่บรรณาธิการได้แจ้งต่อเขา เขียนอะไรบางอย่างให้ได้ความหนาที่ต้องการ เขียนอะไรบางอย่างที่ได้จำนวนคำและข้อความตามที่ถูกกำหนดมา ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่ว่าเขาจะเขียนอะไร ใช้โครงเรื่องแบบไหน สรรค์สร้างตัวละครเช่นไร ในที่สุดแล้ว มันก็มีชื่อหนังสือไม่ต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆ นั่นเอง

ดังนั้น เมื่อเขานั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ เขาจะเขียนประโยคแรกของวันออกมา และเมื่อได้ประโยคแรกแล้ว ประโยคที่สองและสามก็ติดตามมาเป็นธรรมชาติ

ในเวลาสามชั่วโมงเขาเคาะแป้นพิมพ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง อาจมีบางช่วงที่เขาหยุดพักเพื่อดื่มน้ำหรือสูบบุหรี่ แต่ก็เป็นไปราวสิบนาทีเท่านั้นเอง เขาไม่ต้องการการหยุดพักที่นานเกินไปจนสมาธิและการจดจ่อของเขาที่มีต่องานขาดตอนลง

ความรู้สึกของการเขียนโดยไม่มีความกดดันเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ไม่มีอะไรต้องกังวล ไม่มีอะไรต้องห่วง

ถ้าหนังสือทุกเล่มในโลกมีชื่อเดียวกัน มันย่อมยากเย็นที่ใครจะเผลอมาอ่านหนังสือเล่มนี้เข้า ไม่ว่าเขาจะเขียนมันออกมาได้ดีเลิศ ปานกลาง หรือย่ำแย่ มันก็เป็นเพียงแค่หนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อไม่ต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆ เท่านั้นเอง

 

เมื่อถึงเวลาเที่ยงตรง เขาจะพักการเขียน บันทึกถ้อยคำทั้งหมด ก่อนจะปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นเขาจะไปยังร้านอาหารเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลนักจากบ้านของเขาด้วยการเดินเท้าเพียงห้านาที

เขาสั่งอาหารที่เป็นรายการแนะนำประจำวันซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีเพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน

เมื่อจบมื้ออาหารเขาจะเดินกลับมาที่บ้าน เปิดเครื่องปรับอากาศภายในบ้านในอุณหภูมิที่เย็นจัด ทิ้งตัวนอนบนโซฟาพร้อมผ้าห่มขนสัตว์ เขาหลับพักผ่อนราวสี่สิบนาทีก่อนจะลุกขึ้นปรุงกาแฟร้อนอีกแก้ว นั่งลงที่โต๊ะและเริ่มต้นทำงานเขียนอีกครั้งหนึ่ง

เขายุติการเขียนเมื่อแสงแดดบอกว่าเวลาเย็นได้เดินทางมาถึงแล้ว เสียงนักเรียนที่เลิกจากโรงเรียนและพากันจับกลุ่มคุยกันไปตามท้องถนนหน้าบ้านของเขาเป็นสัญญาณที่ดี

เขาปิดคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะประจำหมู่บ้านจนพระอาทิตย์ตกดิน หลังจากนั้นเขาจะกลับเข้ามาที่บ้าน ปรุงอาหารที่มีเพียงแต่สลัดจากผักนานาชนิด ราดน้ำสลัดที่เขาทำขึ้นเอง

เมื่อจัดการอาหารเย็นเรียบร้อย เขาจะทำความสะอาดถ้วยชามทั้งหมด อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้าห้องนอนพร้อมกับหนังสือหนึ่งเล่มในมือ

ในช่วงวันเวลาก่อนหน้านั้น เขามักใช้เวลาเลือกหนังสือติดมือไปอ่านก่อนนอนนานนับหลายนาที บางคืนเขาอยากอ่านงานสารคดี บางคืนเขาอยากอ่านเรื่องสั้น และบางคืนเขาอยากอ่านนวนิยาย ในฐานะนักเขียนและคนที่สะสมหนังสือ เขามีทางเลือกมากมาย เขาจะพลิกดูชื่อหนังสือ ดูชื่อผู้เขียน

แต่ในปัจจุบัน การหยิบหนังสือลงจากชั้นหนังสือไม่มีความยากเย็นสำหรับเขาอีกต่อไป หนังสือทั้งหมดล้วนมีชื่อเดียวกัน หนังสือทั้งหมดล้วนมีปกหนังสือที่ปราศจากชื่อผู้เขียน เขาจะเปิดโอกาสให้ตนเองสำรวจเรื่องราวภายในหนังสือเหล่านั้นโดยไม่มีการคาดการณ์ล่วงหน้า ดื่มด่ำกับมันหรือขมขื่นกับมัน ย่ำแย่กับมันหรือเป็นสุขกับมัน ปวดร้าวกับมันหรือล่องลอยกับมัน

หนังสือแต่ละเล่มในมือของเขายามนี้เป็นดังแผนที่ที่นำพาเขาไปสู่ดินแดนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย

 

วันแต่ละวันของเขาผ่านไปเช่นนั้น สัปดาห์แต่ละสัปดาห์ของเขาผ่านไปเช่นนั้น จนเป็นเดือน ความรู้สึกเป็นอิสระที่ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ใดๆ ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นคนใหม่

รายได้จากการทำสัญญาหนังสือชื่อเดียวเล่มนี้ทำให้เขาแทบไม่มีความกังวลใดๆ ต่อการเลี้ยงชีวิต

ในขณะที่รายจ่ายของเขากลับลดน้อยถอยลง การซื้อหนังสือแทบทุกสัปดาห์ของเขาถูกยกเลิก ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องซื้อหาหนังสือเล่มใหม่ แค่เพียงหยิบหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งจากชั้นหนังสือ เขาก็ได้หนังสือเล่มใหม่แล้ว แค่เพียงเปิดหนังสือเล่มใดในมือขึ้นโลกใหม่ก็ปรากฏต่อเบื้องหน้าเขาแล้ว

ความกังวลใจประการเดียวหากจะมีคือเพราะเหตุใดบรรณาธิการจึงไม่แจ้งแก่เขาหรือเล่าให้เขาฟังถึงหญิงสาวคนนั้น

น่าแปลกที่แม้ว่าเขาจะไม่เคยขบคิดถึงชีวิตคู่ น่าแปลกที่แม้ว่าการจับคู่ครั้งนี้แทบจะไม่แตกต่างจากการจับคู่ครั้งก่อนๆ ของเขา ทว่าเขากลับคิดถึงหญิงสาวคนนั้นอยู่เสมอ

มีครั้งหนึ่งที่เขาอดคิดไม่ได้ว่ามันอาจเป็นไปได้ไหมที่เรื่องราวเหล่านี้ถูกจัดฉากขึ้นโดยบรรณาธิการของเขาเพียงเพื่อให้เขาหมกมุ่นอยู่กับงานและละทิ้งการติดต่อหรือตามหาหญิงสาวคนนั้น

แต่ความคิดดังกล่าวก็จบลงในเวลาอันสั้น การลงทุนในเรื่องราวเหล่านี้มีมูลค่าสูงเกินไป

โดยเฉพาะหากบรรณาธิการของเขาต้องการเช่นนั้น เขาย่อมรู้ดีว่าเพียงแค่การเอ่ยปากบอกเขาตรงๆ ในทุกเรื่องราวก็เพียงพอแล้ว

 

ในปลายสัปดาห์นั้นเองมีบางอย่างเกิดขึ้น ในระหว่างทางเดินกลับบ้าน เขาพบลูกแมวตัวหนึ่งติดอยู่ในท่อน้ำริมทาง

ในตอนแรก เขาเดินผ่านไปด้วยความรู้สึกธรรมดา มีลูกแมวจรมากมายในโลกนี้ มีสัตว์ที่ถูกปล่อยปละละเลยมากมายในโลกนี้ แต่แล้วเสียงร้องของลูกแมวที่ดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ทำให้เขาเปลี่ยนใจ

บางทีมันอาจมีความเจ็บปวด บางทีมันอาจมีบาดแผล และเขาอยู่ตรงที่นั้น ในเวลานั้นพอดี

เขาก้มลงไปมองในท่อน้ำข้างทาง ลูกแมวตัวนั้นมีสีดำสนิททั้งตัว มันส่งเสียงร้องด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัย ขาข้างหนึ่งของมันติดอยู่กับตะแกรงปิดท่อน้ำ เขาใช้ความพยายามอยู่ชั่วครู่ก่อนจะนำมันออกมาจากที่ตรงนั้นได้พร้อมกับบาดแผลที่มือจากการขีดข่วนของมัน

เขาตัดสินใจนำมันไปยังคลินิกสัตวแพทย์ที่ใกล้ที่สุด เขาจำได้ว่ามีคลินิกดังกล่าวอยู่ไม่ไกลจากบ้านเขานัก เป็นบ้านพักของใครสักคนที่เปิดมันเป็นคลินิกอยู่ในบริเวณเดียวกัน

ที่คลินิกแห่งนั้นมีลูกค้าอยู่สองสามราย รายแรกเป็นหญิงชราที่มาพร้อมกับกระต่ายขนสีเทา

รายที่สองเป็นเด็กสาวที่มาพร้อมกับนกแก้วตัวใหญ่ ลูกค้ารายก่อนหน้าเขาเป็นหญิงสาวที่มาพร้อมกับสุนัขพันทาง เขานั่งลงบนเก้าอี้ที่ไม่ห่างจากเธอนัก หญิงสาวคนดังกล่าวคือหญิงสาวคนที่เคยนัดเจอเขานั่นเอง

เขาไม่แน่ใจว่าควรเริ่มบทสนทนาเยี่ยงไรดี หากเขาจู่โจมถามเธอถึงบรรณาธิการของเขา เธออาจไม่พอใจ หากเขาเอ่ยถามถึงความเป็นไปของเธอ เธออาจไม่พอใจ ในระหว่างที่เขากำลังคิดหาถ้อยคำสำหรับการสนทนานั่นเอง หญิงสาวผู้นั้นก็เอ่ยขึ้นว่า

“ลูกแมวจรหรือคะ?”

เขาพยักหน้าและก่อนที่จะเกิดความสงสัยว่าเธอล่วงรู้ได้อย่างไร หญิงสาวผู้นั้นก็เอ่ยต่อว่า “มิน่ามือคุณถึงเป็นแผลขนาดนั้น อย่าลืมให้คุณหมอฉีดวัคซีนให้ตัวคุณและแมวด้วยนะคะ”

บทสนทนานับจากนั้นทำให้เขารู้ว่าเธอเป็นหญิงสาวที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ และที่น่าประหลาดใจคือเมื่อเธอเอ่ยถึงตำแหน่งแห่งหนของบ้านกลับเป็นว่าบ้านของเธอนั้นคือบ้านหลังที่ติดกับบ้านของเขานั่นเอง เขารู้ดีว่าเพื่อนบ้านคนก่อนของเขาได้ขายบ้านและโยกย้ายออกไป แต่ในเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมา เขาแทบไม่มีความสนใจต่อเรื่องราวในโลกภายนอกเลย และก่อนที่เขาจะได้แนะนำตัวกับเธอว่าเขาคือเพื่อนบ้านข้างเคียงของเธอ เสียงเรียกชื่อสุนัขของเธอก็ดังขึ้น เขาสวนกับเธออีกครั้งหน้าห้องตรวจ แต่ครานี้ไม่มีบทสนทนา

และเมื่อเขาออกจากห้องตรวจหลังการฉีดยา หญิงสาวผู้นั้นก็หายไปเสียแล้ว

 

เขาเดินกลับบ้านในวันนั้นพร้อมด้วยตะกร้าในมือที่ใส่ลูกแมวจร ส่วนมืออีกข้างหนึ่งของเขานั้นเต็มไปด้วยอาหารแมวและของใช้ที่จำเป็นสำหรับแมว

เมื่อมาถึงบ้าน เขามองไปยังบ้านของเพื่อนบ้าน มีเสียงเพลงดังออกมาจากบ้านหลังนั้น เขาเข้าไปในบ้านของตนเอง จัดแจงที่ทางกับอาหารให้ลูกแมวตัวนั้น

เป็นช่วงบ่ายแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่เขาไม่ได้ทำงานเขียน เขานั่งลงที่โซฟา ไม่มีความง่วง บาดแผลที่มือทำให้เขาคิดว่าควรพักงานสักสองสามวัน เขากินยาแก้ปวด อาบน้ำและเข้าห้องพักแต่ในครานี้เขานอนอยู่บนเตียงนอนจนแสงสว่างของวันจบลง

เขาพบแล้วว่าการติดอยู่กับหนังสือชื่อเดียวหาใช่การให้อิสรภาพอย่างที่เขาเข้าใจ มันคือการติดอยู่ในกับดักที่ถูกจัดขึ้นโดยใครสักคน มันเป็นดังหลุมดำขนาดใหญ่ที่ขังเขาไม่ให้สัมพันธ์กับโลกภายนอก

เขาคิดถึงการหยุดเขียนมันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์และใช้เวลานั้นตามหาที่มาของปริศนานี้

ปริศนาที่ว่าใครเป็นคนเปลี่ยนชื่อหนังสือทั้งหมดเป็นชื่อเดียว

ใครเป็นคนเปลี่ยนหนังสือทั้งหมดให้ไม่มีความแตกต่างกัน