เครื่องเคียงข้างจอ : รำลึกถึง เสนาโค้ก / วัชระ แวววุฒินันท์

วัชระ แวววุฒินันท์

 

รำลึกถึง เสนาโค้ก

 

เป็นอีกหนึ่งคนในวงการบันเทิงที่เสียชีวิตลงในช่วงเวลานี้

เสนาโค้ก หรือ สมชาย เปรมประภาพงษ์ แห่งรายการดังในอดีต “ยุทธการขยับเหงือก” ของเจ เอส แอล ที่เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

“โค้ก” กับผมนั้นเป็นเพื่อนร่วมรุ่นคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ที่หัวหกก้นขวิดมาด้วยกันตั้งแต่สมัยที่เข้าไปเรียนตอนปี 2521 ตอนเข้ามาเป็นน้องใหม่ปีหนึ่ง โค้กมาด้วยบุคลิกมาดมั่นผสมหลุกหลิก คือมีความมั่นใจปนกับนิสัยรักสนุก

เขาจะเข้าได้กับเพื่อนๆ ทุกคน ไม่ค่อยมีใครเกลียดหรือไม่ชอบหน้าเขา เพราะเขาเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มง่าย และมักมีคำพูดที่สนุกสนาน เรียกเสียงหัวเราะให้กับเพื่อนๆ อยู่บ่อยๆ

โดยเฉพาะกับสุภาพสตรีแล้ว โค้กจะสนุกกับการพูดจาหยอกเอิน แซวเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้จู่โจมจนน่ากลัว ออกแนวขำๆ งงๆ ล่ะมากกว่า

อย่างบางครั้งเขาก็เอ่ยแซวกับรุ่นน้องผู้หญิงว่า

“ตอนนี้ รู้สึกว่าแอนรักพี่น้อยลง”

ฟากน้องแอนก็จะงงกับพี่คนนี้ว่า เราเคยรักกันด้วยเหรอ แต่ก็ไม่ถือสาเอาความ เพราะเข้าใจในบุคลิกของพี่เขา

โค้กเป็นคนล่ำสันแข็งแรง จึงเป็นนักกีฬารักบี้ของชั้นปีด้วย เขาวิ่งเร็วจึงได้รับตำแหน่งวิงฟอร์เวิร์ด นิยามของคนเล่นตำแหน่งนี้คือ วิ่งตื๋อลุยไปข้างหน้าลูกเดียว ซึ่งเหมาะสมกับเขามาก เพราะโค้กมีความมุทะลุอยู่ในที

ครั้งหนึ่งที่ชั้นปีของเราลงแข่งกับคณะคุรุศาสตร์ โค้กซึ่งได้รับลูกรักบี้มาก็ออกวิ่งไปข้างหน้าเพื่อวางไทร์ แน่นอนที่นักรักบี้ฝั่งตรงข้ามต้องพากันกรูเข้ามาเพื่อสกัดเขา

ภาพที่ปรากฏคือ โค้กที่มีลูกรักบี้อยู่ในมือ กลับหยุดวิ่งเสียดื้อๆ ยืนนิ่งจังก้าอยู่อย่างนั้น พร้อมตะโกนเสียงดังคับสนามว่า “บาราก้า” เล่นเอาคู่ต่อสู้หยุดชะงัก งงงัน ทำอะไรไม่ถูก ไม่นึกว่าจะมีคนบ้าๆ ทำอะไรอย่างนี้ได้ด้วยเหรอ

โค้กเป็นคนมีสไตล์เป็นของตัวเอง เขาแต่งตัวในแบบที่ไม่เหมือนใคร แม้จะไม่แฟชั่นจ๋าแต่ก็ไม่ซกมกชุ่ยๆ เหมือนเด็กถาปัดทั่วไป ถ้าเขาใส่เสื้อเชิ้ต เสื้อของเขาจะต้องติดกระดุมเม็ดบนติดคอหอยทุกครั้ง ถ้าเป็นเสื้อยืดก็จะต้องเป็นเสื้อยืดที่มีแบบเก๋ๆ ดูมีรสนิยม

คณะถาปัดมีละครถาปัดที่ให้คนในคณะได้ทำกิจกรรมกัน โค้กเองก็สนุกที่จะอยู่ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้า และในยามที่เป็นนักแสดง เขาก็ใช้แคแร็กเตอร์ของเขาเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้เสมอ

นั่นแสดงถึงความเป็นคนมีอารมณ์ขันของเขา

 

เมื่อจบมา เขาก็ได้มาเพ่นพ่านกับการแสดงเล็กๆ น้อยๆ กับงานของเจ เอส แอล อยู่บ้าง จนเมื่อเจ เอส แอล คิดรายการอารมณ์ดีชื่อ “ยุทธการขยับเหงือก” ขึ้นมา เขาก็ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งของพิธีกรรายการ ที่เรียกกันว่า “เสนาธิการ” แต่เรียกสั้นๆว่า เสนาฯ เป็นจุดเริ่มต้นที่คนรู้จักเขาในนาม “เสนาโค้ก” ตั้งแต่นั้นมา

ในยุทธการขยับเหงือก เขารับหน้าที่เป็นพี่ใหญ่ของน้องๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น เสนาติ๊ก เสนาเปิ้ล เสนาหอย เสนาโน้ส เสนาเพชร เสนาอรุณ เสนาลิง และเลขาแหม่ม

ลองนึกถึงภาพหมู่ลิงอยู่ด้วยกัน โค้กจึงทำหน้าที่เป็นครูฝึกละครลิง คือ คอยถือไม้เรียวกำราบพวกลิงๆ ทั้งหลายให้อยู่ในร่องในรอย และเขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างดี มีความเป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผล และใจดี เป็นที่พึ่งพาให้กับน้องๆ ได้

โค้กมีรอยยิ้มเป็นอาวุธ เขาจะยิ้มรับทุกปัญหาแล้วค่อยๆ แก้ไขจัดการมันไป ทำให้น้องๆ ยอมรับ ยกให้เขาเป็นพี่ใหญ่ที่รักของกลุ่ม ทั้งในการทำงานและในชีวิตส่วนตัว

บางทีก็เป็นตัวแทนของน้องๆ ในการเจรจาต่อรองต่างๆ

ยามที่ใครมีเรื่องขุ่นเคืองกันเอง โค้กก็ช่วยประสานเชื่อมความสัมพันธ์ให้ดีเหมือนเดิม

บางครั้งโค้กก็เล่นบทพี่ใหญ่ที่ออกรับแทนน้องๆ ในยามที่เกิดความผิดพลาดใดๆ เหล่านี้โค้กจึงได้ใจน้องๆ และผู้ร่วมงานด้วยไปเต็มๆ

 

โค้กเป็น “เสนาโค้ก” ถึง 9 ปี ก่อนที่รายการจะอำลาจอไป ถัดจากนั้นเขาก็กลับมาทำงานอาชีพที่ร่ำเรียนมา คือ สถาปนิก บ้านของคนรู้จักในวงการหลายหลังก็มาจากการออกแบบของเขา รวมทั้งบ้านของผมด้วย

ด้วยความเป็นเขา บ้านที่ออกแบบให้ผมจึงมีความไม่เหมือนใครอยู่ คือ ปกติตัวบ้านมักจะวางขนานกับแนวของที่ดิน เวลาคนมาบ้านก็จะเห็นหน้าบ้านแบบตรงๆ รับกับสายตา แต่กับหลังนี้กลับไม่ โค้กออกแบบให้ตั้งเอียง และเล่นล้อกับความเอียงเฉียงของบ้านที่ลึกไปในผืนที่ดิน

“ตรงๆ มันธรรมดา ต้องเฉียงๆ คนจะได้สงสัยไง”

นี่คือเหตุผลของเขาในการออกแบบบ้านหลังนี้

หรืออาคารหลักของบริษัทเจ เอส แอล เอง โค้กก็ช่วยออกแบบให้ นั่นทำให้เขายังวนเวียนอยู่ในวงการสถาปนิกและการก่อสร้าง

คนมีน้ำใจและชอบทำกิจกรรมอย่างเขา จึงได้ก้าวเข้าไปทำงานให้กับองค์กรวิชาชีพของแวดวงสถาปนิก และของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั่นยิ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักและเป็นที่รักในหลายวงการมากขึ้น

คนที่เคยร่วมงานกับเขาจะบอกว่า เขาสุภาพ ใจดี กระตือรือร้น เวลาทำงานจะจริงจังตั้งใจ แต่เวลาเล่นก็จะตลก สนุกสนานเป็นกันเอง

เขาผันตัวมาเป็นผู้จัดกิจกรรมสัมพันธ์ เช่น งานแข่งขันกอล์ฟ งานวิ่งต่างๆ ซึ่งด้วยอัธยาศัยไมตรีและความเป็นเขา จึงมีคนสนใจให้เขาช่วยจัดงานให้อย่างต่อเนื่อง เรียกว่าเป็นรายได้หลักเลยล่ะ

 

โค้กพบว่าตัวเองเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งตับแบบกะทันหัน และนั่นคือเกินเวลาที่จะเยียวยารักษา ตลอดเวลา 6 เดือนที่เขาพยายามอยู่กับมันให้ดีที่สุด เขาสู้กับความเจ็บปวดทรมานด้วยกำลังใจและรอยยิ้ม ไม่มีให้คนที่เป็นห่วงได้ใจเสียเลย

แต่ในที่สุดเขาก็จากไปอย่างสงบ จบความเจ็บปวดทั้งหลายลงในวันที่ 14 กันยายน ก่อนจะมีพิธีสวดพระอภิธรรม และฌาปนกิจไปเมื่อวันที่ 21 ที่ผ่านมา

เหล่าน้องๆ จากทีมยุทธการขยับเหงือกไปส่งพี่ชายที่รักของเขาในวันนั้นกันหลายคนด้วยชุดเครื่องแบบของยุทธการฯ

หากจะมีใครคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอย่างที่มีคนรักมากกว่าคนเกลียด อุทิศตัวเพื่อทำงานอย่างมีความสุขให้สำเร็จทั้งงานราษฎร์งานหลวง เป็นที่พึ่งพิงให้กับผู้ต้องการความช่วยเหลือได้เสมอ ก็ต้องมีชื่อของโค้กร่วมอยู่ด้วย

เขาไม่ได้ร่ำรวยเงินทองอะไรมากมาย แต่ที่แน่ๆ เขาร่ำรวยน้ำใจและจิตใจอันดีที่มีแต่ให้ตลอดมา อย่างน้อยก็ให้เสียงหัวเราะกับคนอื่นมาโดยตลอด

เชื่อว่า “เสนาโค้ก” จะยังอยู่ในความทรงจำของคนที่รู้จักใกล้ชิดไปอีกนาน เหมือนกับจะได้เห็นเขายิ้มลงมาจากบนฟ้าด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นใจดีเหมือนเคย

ลาก่อน เสนาโค้ก เพื่อนโค้ก ที่รักเสมอ

บทความก่อนหน้านี้คนมองหนัง : ‘The Chair’ ความ (ไม่) ‘ล้มเหลว’ ของมนุษย์คนหนึ่ง
บทความถัดไปเรื่องสั้น : เปลวเพลิงที่ไม่อาจดับได้ด้วยฝนนิรันดร์ / กิตติศักดิ์ คงคา