ยานยนต์ สุดสัปดาห์ : ‘นิสสัน เทียน่า’ MY2009-2013 มือสองน่าสน-ราคาลงเป็นล้าน

สันติ จิรพรพนิต

 

‘นิสสัน เทียน่า’ MY2009-2013

มือสองน่าสน-ราคาลงเป็นล้าน

 

“ยานยนต์ สุดสัปดาห์” ฉบับนี้ ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาสู่โหมด “รถมือสอง” เพราะผมเองคิดว่าด้วยบรรยากาศจับจ่าย และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงอย่างหนัก

ตัวเลขล่าสุดจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พบว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคแย่สุดในรอบ 22 ปี 11 เดือน หรือตั้งแต่เริ่มสำรวจครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2541 ใครก็รู้ว่าปี 2541 นั้นเศรษฐกิจไทยกำลังยับเยินจากวิกฤตพิษ “ต้มยำกุ้ง” ที่ต้องลดค่าเงินบาทช่วงกลางปี 2540 แต่เศรษฐกิจมาพังสุดๆ คือช่วงปีต่อมานั่นเอง

บวกกับตัวเลขยอดขายรถใหม่ที่หดตัวต่อเนื่อง จึงมาคิดดูว่าแล้วทำไมไม่ลองแวะไปตลาดมือสองดูบ้าง

ลองเข้าไปสำรวจดูก็ปะกันแฮ๋มกับรถมือสองที่น่าสนใจ นั่นคือ “นิสสัน เทียน่า” รุ่นปี 2009-2013 อายุรถเกือบ 10 ปี จนถึง 10 ปีนิดๆ

แต่เห็นราคาขายมือสองผมยอมรับว่าตกใจมากๆ เพราะราคาหายไปกว่า 1 ล้านบาท

แม้อายุรถจะปาเข้าไปราวๆ 10 ปี แต่ด้วยเป็นรถขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ ทำให้ความทนทานนั้นหายห่วง

 

 

เทียน่ารุ่นปี 2009-2013 มีเครื่องยนต์ 2 บล็อกหลักๆ คือ 4 สูบ 2000 ซีซี และ 6 สูบ V6 2500 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT

เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร คือ 250 XV V6 ราคารถใหม่อยู่ที่ 1,683,000 บาท

และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร คือ 200 XL ราคารถใหม่อยู่ที่ 1,363,000 บาท

ราคารถใหม่ต่างกันกว่า 3 แสนบาท

แต่เมื่อกลายเป็นรถมือสองราคาขายไม่ได้ต่างกันมาก ถ้าเป็นรถในปีเดียวกัน 250 XV V6 ราคาอาจจะแพงกว่านิดหน่อยระดับ 1-2 หมื่นบาท

โดยราคาขายต่ออยู่ราว 2 แสนปลายๆ ถึง 3 แสนปลายๆ (แล้วแต่ปีที่ผลิต)

ส่วนเทียน่า เจเนอเรชั่นล่าสุดที่ทำตลาดในบ้านเรา เริ่มปลายปี 2013 ราคามือสองอยู่ที่ 4 แสนปลายๆ ถึง 6 แสนกลางๆ ส่วนที่เลือกนิสสัน เทียน่า มารีวิว ส่วนหนึ่งนอกจากราคาที่น่าจูงใจเมื่อเทียบกับอายุรถ

อีกส่วนเป็นความชอบส่วนตัว เนื่องจากเทียน่า เป็นรถรุ่นหนึ่งที่ผมเคยทดสอบตั้งแต่รุ่นแรก (ปี 2004-2008) ที่เข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา ประทับใจในความเงียบ ความนุ่ม

ฉบับนี้ผมขอเน้นไปที่รุ่น 200 XL เนื่องจากได้ความประหยัดน้ำมันนั่นเอง บวกกับภาษีประจำปีก็ถูกกว่า เรื่องความประหยัดจากการสอบถามและหาข้อมูลดิบจากผู้ใช้จริง รุ่น 250 XV V6 ซดหนักพอสมควร ทำให้เจ้าของหลายคนต้องตัดใจนำไปติดแก๊ส

 

 

หากเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อนหน้า เทียน่า ปี 2009-2013 ถือว่าสวยงามและได้ความสปอร์ตเพิ่มขึ้นอย่างมาก กระจังหน้าขนาดใหญ่ เพิ่มขอบโครเมียมด้านข้าง

ไฟหน้าทรงสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเพชร เปิด-ปิดอัตโนมัติ ปรับระดับสูง-ต่ำได้

ช่องดักลมลายรังผึ้งช่วยให้ดูสปอร์ตขึ้น สปอตไลต์ทรงกลมฝังอยู่ในช่องสีดำ โดยคาดโครเมียมเพิ่มความหรูหรา

ไฟท้ายล้อกับไฟหน้าไฟเลี้ยวอยู่ในกรอบใสตรงกลาง เพิ่มคิ้วโครเมียมบริเวณที่เปิดประตูกระโปรงท้าย ต่ำลงมาเป็นท่อไอเสียคู่ซ้าย-ขวา แต่จะซ่อนอยู่ใต้กันชน

ใครที่อยากได้อารมณ์สปอร์ตอาจต้องเสียเงินต่อท่อออกมาให้ดูดุดันขึ้น

กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวสีเดียวกับตัวรถ ตั้งบนฐานสีดำ

ล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว ลาย 5 ก้านขนาดใหญ่ แต่จะมีก้านเล็กๆ แทรกอยู่ด้วย (รุ่น 250 XV V6 ได้แม็กขนาด 17 นิ้ว)

 

 

ภายในมี 2 สีหลักๆ คือ สีเบจ และสีดำ ในรุ่นสปอร์ต

ส่วนตัวแล้วผมว่าสีเบจดูหรูหรากว่า แต่แน่นอนว่ารักษายากกว่าด้วย

ซึ่งมีทริกเล็กๆ สำหรับคนที่มองหารถรุ่นนี้หรือรุ่นอื่นๆ ยิ่งหากเป็นเบาะหนังให้สังเกตที่เบาะและพนักพิงว่าสมบูรณ์ขนาดไหน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของเจ้าของเก่า และการใช้งานว่าสมบุกสมบันหรือไม่

พวงมาลัย 3 ก้านขนาดใหญ่หุ้มหนังแซมด้วยไม้ มาพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น

ตกแต่งลายไม้ไว้ตามจุดต่างๆ อย่างลงตัว ไม่ว่าจะคอนโซลหน้า แป้นเกียร์ ด้านข้าง

มาตรวัดเรืองแสง Fine Vision ส่องสว่างสดใส แต่ถ้าจ้าเกินไปสามารถปรับความสว่างได้ มีจอแสดงผลข้อมูลขับขี่ MID

ตรงกลางเป็นหน้าจอเครื่องเสียง ด้านล่างของจอเป็นแผงควบคุมต่างๆ รวมถึงระบบแอร์

แอร์เป็นออโต้แสดงผล Digital แบบ Dual zone เจาะช่องแอร์หลังมาให้ด้วย

เครื่องเสียงเพราะเป็นรุ่นปีเก่าแล้วจึงมีช่องใส่ซีดีมาให้ สามารถเล่น mp3 รองรับการเชื่อมต่อ USB AUX

บริเวณคอนโซลกลางใหญ่โตโอ่อ่ามาก เพราะย้ายเบรถมือไปไว้ที่เท้าซ้าย

เบาะนั่งหน้าปรับไฟฟ้า ฝั่งคนขับปรับ 8 ทิศทาง พร้อม 2 หน่วยความจำ

มีปุ่มกด Start-Stop ม่านหลัง ฯลฯ

 

ขุมพลังเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 134 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิด 194 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ชั่วโมง 11.8 วินาที

ระบบช่วงล่างอิสระทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์

ตัวช่วยต่างๆ อาทิ แอร์แบ็ก ระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อก ระบบช่วยเบรก B-LSB ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VDC ฯลฯ

เทียน่ามีระบบ Keyless Entry หรือ Intelligent Key เพียงพกรีโมตติดตัวสามารถล็อก-ปลดล็อกที่ตัวรับสัญญาณบริเวณมือจับด้านนอกของประตูคู่หน้า รวมถึงฝากระโปรงหลังซึ่งมีโช้กอัพช่วยผ่อนแรงด้วย

เท่าที่พอจำได้เลาๆ ถ้าพกรีโมติดตัวเมื่อเดินเข้าไปในรัศมีรถก็จะคลายล็อกให้เองอัตโนมัติแล้ว

ส่วนการขับขี่นั้นจำได้ว่าความเงียบ และความนุ่มนวลยังสร้างความประทับใจให้ผมจนถึงทุกวันนี้ ยิ่งความเร็วต่ำกว่า 140 ก.ม./ชั่วโมงลงมา…เงียบกริบ

แต่ไม่แน่ใจว่าอายุที่ผ่านมาประมาณ 10 ปี จะมีผลให้ฉนวนกันเสียงเสื่อมลงไปมากน้อยขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคงไม่ดังเกินไป

เช่นเดียวกับความกว้างขวางและนั่งสบายของเบาะไม่ว่าจะด้านหน้าหรือหลัง

โดยเฉพาะเบาะหลังนั่งนิ่มและสบายสุดๆ โดยตรงกลางสามารถดึงพนักลงมาเป็นที่เท้าแขนได้ด้วย เมื่อดึงพนักลงมาแล้วจะมีฝาปิดด้านในของพนัก เมื่อเปิดออกจะสามารถเอื้อมมือเข้าไปหยิบของบริเวณกระโปรงท้ายได้

ส่วนอัตราเร่งตีนต้นนั้นแน่นอนว่าไม่หวือหวา แต่ไม่ได้อืดจนน่าเกลียด เรียกว่าถ้าไม่เป็นวัยรุ่นใจร้อนไม่นับเป็นข้อเสีย

ขณะที่ความเร็วกลางและปลาย หายห่วงมาเร็วพอสมควร

ใครที่กำลังมองหารถมือสองขนาดกลางหรือใหญ่ ที่ราคาไม่แพงแถมยังถือว่าถูกเมื่อเทียบกับสมัยเป็นป้ายแดง

“นิสสัน เทียน่า” รุ่นปี 2009-2013 น่าสนใจไม่น้อย

 

บทความก่อนหน้านี้เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ : รู้ไปโดยปริยาย
บทความถัดไปสมุนไพรเพื่อสุขภาพ : เรียนรู้และเข้าใจ “กระท่อม”