ดีเดย์ 1 ตุลาคม เปิดประเทศ เฟส 2 ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมเสี่ยง!!/บทความพิเศษ ศัลยา ประชาชาติ

บทความพิเศษ

ศัลยา ประชาชาติ

 

ดีเดย์ 1 ตุลาคม เปิดประเทศ เฟส 2

ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร

พร้อมเสี่ยง!!

 

1 ตุลาคมที่จะถึงนี้ จะเป็นการก้าวเข้าสู่เฟส 2 ของการขับเคลื่อนแผนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังจากที่ได้มีการตัดริบบิ้นโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่เป็นเฟสแรกไปเมื่อ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยคราวนี้เป็นคิวของ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเชียงใหม่

ล่าสุด บรรดาผู้ประกอบการต่างๆ โดยเฉพาะศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ต่างก็ขานรับกันนโยบายนี้ รวมทั้งมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในเรื่องของความสะอาด-สุขอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามไกด์ไลน์ข้อปฏิบัติของกรมอนามัย และข้อกำหนดของกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งเร่งยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 บนหลักการ COVID-Free Setting เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ที่จะเข้าใช้บริการ

ด้วยความคาดหวังลึกๆ ในใจว่า การเปิดประเทศในเฟส 2 นี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามามากขึ้นซึ่งเป็นการต่อยอดจากเฟสแรก และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยปลุกกำลังซื้อในประเทศในช่วงโค้งท้ายให้คึกคักขึ้น

และหากมีชาวต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมากก็จะเป็นการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายได้อีกทางหนึ่ง

อย่างน้อยที่สุด ไตรมาส 4 ถือเป็นไฮซีซั่นที่มีสัดส่วนยอดขายกว่า 30-40% ของทั้งปี

 

ขณะที่สมาคมภัตตาคารไทย นำโดยนางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคม ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของแผนการฉีดวัคซีนให้แรงงงานของกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งไทยและต่างชาติ รวมประมาณ 1 หมื่นร้านค้า หรือประมาณ 1 แสนคน ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อรองรับการเปิดประเทศเฟส 2 ในต้นเดือนตุลาคม

รวมทั้งยังได้ยื่นขอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อลดค่าใช้จ่ายแก่ผู้ประกอบการ คือ ให้ร้านอาหารสามารถนำบิลค่าใช้จ่ายจากการซื้อชุดตรวจ ATK สำหรับพนักงาน มาใช้ลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า

อย่างไรก็ตาม การเปิดประเทศในเฟส 2 นี้ ผู้บริหารร้านอาหารรายใหญ่หลายรายออกมากล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า การเตรียมพร้อมเพื่อเปิดให้บริการภายใต้เงื่อนไขทางด้านสาธารณสุข สำหรับการคลายล็อกที่เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา และการเปิดประเทศในเฟส 2 เพื่อรองรับชาวต่างชาติครั้งนี้ มาพร้อมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างของการกำหนดให้พนักงานต้องได้รับการตรวจโควิดด้วยชุดตรวต ATK ทุกๆ 1 สัปดาห์ ก็จะเป็นต้นทุนส่วนหนึ่ง และกรณีที่มีพนักงานมากก็จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

ประกอบกับการเปิดให้บริการในช่วงแรกๆ นี้ จำนวนทราฟฟิกหรือจำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการอาจจะยังมียังไม่มาก รวมทั้งข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนที่นั่งและเรื่องของเวลาการเปิดให้บริการ ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรในแง่ของธุรกิจ ที่สำคัญ กำลังซื้อที่ไม่เหมือนเดิม และผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่าย

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านอาหารส่วนใหญ่ประเมินว่า การเปิดประเทศในเฟส 2 นี้ ในช่วงแรกนี้ฟีดแบ็กหรือการเข้าใช้บริการอาจจะยังมีไม่มากนัก แต่เชื่อว่าในระยะยาวน่าจะดีขึ้น

แม้ต้นทุนจะเพิ่ม แต่ก็ต้องเปิด รายได้อาจไม่คุ้มค่าใช้จ่าย แต่สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปก็คือ การลดต้นทุน การบริหารการจัดการ ที่ต้องรัดกุมรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกคงทยอยเปิดร้าน ไม่เปิดทีเดียวพร้อมกันทุกสาขา

นี่ยังไม่นับรวมถึงต้นทุนที่จะมาจากเรื่องของสุขอนามัย ทั้งการทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ ทันทีหลังมีผู้ใช้บริการ การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลและโต๊ะรับประทานอาหาร 1-2 เมตร การทำฉากกั้น การจำกัดระยะเวลากินอาหารไม่เกิน 1 ชั่วโมง จัดบริการเจลแอลกอฮอล์ประจำทุกโต๊ะ จัดอุปกรณ์กินอาหารเฉพาะบุคคล กรณีต้องกินอาหารจากหม้อหรือภาชนะเดียวกัน ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งก็ยังมีอีกหลายๆ ธุรกิจที่ยังไม่สามารถเปิดกิจการได้อย่างเต็มรูปแบบในขณะนี้ หรือเปิดได้แบบมีเงื่อนไข ต่างก็ยังวาดหวังลึกๆ ด้วยว่า ในโอกาสการเปิดประเทศในเฟส 2 นี้ ศบค.อาจจะไฟเขียวให้กลับมาเปิดให้บริการได้เหมือนเดิม และได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ในระดับหนึ่ง

โดยเฉพาะโรงภาพยนตร์ คลินิกเสริมความงาม สถาบันกวดวิชา สปา สวนสนุก สวนน้ำ ฟิตเนส ห้องจัดประชุม/จัดเลื้ยง

 

เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) โดย ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคม ที่เข้าประชุมร่วมกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเตรียมแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมทั้งกระตุ้นให้บุคลากรในภาคการท่องเที่ยวได้รับการฉีดวัคซีน รวมถึงระดมสมาชิกเตรียมพร้อมสำหรับการทำมาตรฐาน SHA+ (บุคลากรในสถานประกอบการ อย่างน้อย 70% ต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม) เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัย จากสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ เบื้องต้น เลขาฯ สมาคมแอตต้า คาดว่าตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีความพร้อมสำหรับการออกเดินทางท่องเที่ยวภายในสิ้นปีนี้ คือ อินเดีย รัสเซีย และอาเซียน ส่วนตลาดจีน ปัจจุบันทางการจีนยังมีมาตรการห้ามคนจีนเดินทางออกนอกประเทศ แต่ก็คาดว่า ตลาดจีนหากเร็วที่สุดน่าจะเป็นช่วงประมาณกลางปี 2565

“ขณะนี้ สมาคมยังไม่กล้าประเมินตัวเลขหลังประกาศเปิดประเทศระยะ 2 และ 3 ในเดือนตุลาคมนี้แล้วจะทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเท่าไหร่ แต่มองว่าคงยังมีไม่มากนัก” ดร.อดิษฐ์กล่าว

ขณะที่จังหวัดเป้าหมายของการเปิดประเทศในเฟส 2 หลายจังหวัดก็มีการเตรียมความพร้อมในการรองรับการเปิดประเทศเช่นกัน

เริ่มจากนายพันธุ์ธัช หิรัญจิรวงศ์ ประธานหอการค้าเพชรบุรี กล่าวว่า เพชรบุรีถือว่ามีความพร้อมในการเปิดเมืองในระดับหนึ่ง ตอนนี้โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของฝาก ก็ได้มีการอบรมและรับมอบเครื่องหมาย SHA+ จำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะโรงแรมที่ได้รับเครื่องหมาย SHA+ แล้วประมาณ 60-70% โดยนักท่องเที่ยวของเพชรบุรีส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศ

ขณะที่นายศุรอัฐ ณรงค์ฤทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ย้ำว่า ประจวบฯ มีความพร้อมมากพอสมควร โดยได้มีการระดมฉีดวัคซีนเข็มแรกไปได้กว่า 70% และเข็มที่ 2-3 กำลังเร่งดำเนินการ ขณะที่ผู้ประกอบการก็ได้รับเครื่องหมาย SHA+ กว่า 50% แล้ว ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวไทยนั้นเริ่มกลับเข้ามาในพื้นที่หัวหินแล้ว

และหวังว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะสามารถกลับเข้ามาในช่วงที่เป็นไฮซีซั่นในปลายปีนี้

 

แต่อีกด้านหนึ่งก็มีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งทั้งกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว รถนำเที่ยว บริษัททัวร์ ฯลฯ ที่มีเสียงสะท้อนถึงการเปิดประเทศครั้งนี้ว่า ยังตัดสินใจปิดให้บริการต่อไปและไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อไหร่

ด้วยเหตุผลที่ว่า การเปิดประเทศในเฟสแรกยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไม่มากนัก หรือเฉลี่ยประมาณเดือนละ 12,000-13,000 คน จากภาวะปกติที่มีจำนวนราว 1 ล้านคน จึงขอรอดูดีมานด์ให้มีความชัดเจนก่อนที่จะลงทุนกลับมาเปิดอีกครั้ง

ประกอบกับยังไม่มั่นใจว่าโควิด-19 ที่วันนี้แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จะเริ่มลดลงมาบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหวนกลับมาโจมตีอีกเมื่อไหร่ เพราะการฉีดวัคซีนในขณะนี้ยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่มากพอจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้ รวมทั้งภาพของไวรัสกลายพันธุ์ที่ยังเป็นปัญหาต่อเนื่อง

หลังจากการเปิดประเทศเฟส 2 ผ่านไป อีกไม่นานเกินรอ การเปิดประเทศเฟส 3 ก็จะเริ่มต้นขึ้น

ถึงแม้นาทีนี้อาจจะยังไม่สามารถหาคำตอบหรือบทสรุปได้ แต่ เดอะ โชว์ มัส โก ออน!…เปิดไปก่อนแล้วมาลุ้นกันอีกที

บทความก่อนหน้านี้สถานการณ์แยกดินแดง กลุ่มทะลุแก๊ส คัมแบ๊ก ประสานคาร์ม็อบรีเทิร์น รำลึก 15 ปี 19 กันยาฯ 49/บทความในประเทศ
บทความถัดไปส่องแผนแต่ละชาติ ฉีดวัคซีนโควิดให้เด็ก/บทความต่างประเทศ