เหลวไหล เชื่อถือไม่ได้/ลึกแต่ไม่ลับ จรัญ พงษ์จีน

จรัญ พงษ์จีน

ลึกแต่ไม่ลับ

จรัญ พงษ์จีน

 

เหลวไหล เชื่อถือไม่ได้

 

ถ้าวัดกันตามตัวเลข สถานการณ์ “โควิด-19” ในประเทศไทย น่าจะหวานหมูรับมือได้สบายเป็นอย่างมาก ล่าสุดหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตั้งโต๊ะร่วมแถลงข่าวน่ายินดีว่า ประเทศไทยมีการลงนามในสัญญาซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 61 ล้านโดส จัดหาวัคซีน “ซิโนแวค” ได้อีก 19 ล้านโดส รวมทั้งจัดหาวัคซีน “ไฟเซอร์” ที่เพิ่งลงนาม ท่ามกลางเหล่าสักขีพยานน้อยใหญ่อีก 20 ล้านโดส

ดังนั้น ภายในปี 2564 ประเทศไทยมีวัคซีนอย่างท่วมท้นล้นเหลือ มีสัญญาส่งมอบกันไม่น้อยกว่า 100 ล้านโดส ยังไม่รวมวัคซีนตัวเลือกอื่นๆ ที่ไหลมาสมทบในรูปนำเข้า บริจาค ไม่ว่าจะยี่ห้อ “ซิโนฟาร์ม-โมเดอร์นา”

การรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในบ้านเราก็น่าจะโป๊ะเชะ-ละละแหล่ม “เวิร์ก” ที่สุดในโลก

แต่ในทางปฏิบัติ กับข้อเท็จจริง เหมือนวาดรูปควายให้ดูเป็นช้าง ประชาชนคนไทยได้ฉีดวัคซีนน้อยมาก อืดอาดยิ่งกว่าเรือเกลือ จากประชากร 70 ล้านคน ได้รับอนุเคราะห์แค่ 12 ล้านโดสเท่านั้นเอง

ฉีดแล้วเข็มแรกราว 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงครึ่ง อีก 50 ล้านคนยังไม่ได้แอ้ม เมื่อวันวานมีใครบางคนสำคัญตนผิด แถลงข่าวอวดอ้างสรรพคุณ ไม่ดูสารรูปตัวเอง แค่ลูกแกะไปเปรียบเทียบกับราชสีห์

ด้วยการยกยอดสถิติผู้ติดเชื้อสะสมรายวันในประเทศไทยแค่หลักหมื่นต้นๆ ขณะที่เมืองผู้ดีอังกฤษ ย่ำแย่กว่าบ้านเรา ยอดทะลุเพดานวันละ 5 หมื่นกว่าราย โดยไม่ได้เอาข้อเท็จจริงบางส่วน คือยอดผู้เสียชีวิตรายวันมาขยาย

ของสหราชอาณาจักรระดับหลักสิบ มีผู้เสียชีวิตเพียง 49 รายภายใน 4 สัปดาห์ ขณะที่เมืองไทยตายจากโควิด-19 อาทิตย์ละ 1,000 ราย คิดว่าคนไทยอยู่ใต้ร่มเงาคนโง่นานไป สุดท้ายโง่ตามไปด้วยหรือไงมิทราบ

ปากมีไว้กินกับพูด แต่ไม่ควรพูดตอแหล เหลวไหล เชื่อถือไม่ได้ สาเหตุที่การรับมือกับโรคร้ายในประเทศไทยยังสาละวนงมโข่งอยู่หลังเขา แก้ไขไม่ได้ โควิด-19 ยังแพร่ระบาดหนัก ความอดอยากยากจนแผ่กระจาย สิทธิเสรีภาพถูกจำกัด

ห้องเครื่องหนึ่งเกิดจากความบกพร่อง “ผิดพลาด” เกี่ยวกับการส่งมอบวัคซีน “แอสตร้าเซนเนก้า” ไม่ส่งมอบตามนัด ทั้งๆ ที่ตั้งโรงงานผลิตอยู่ในประเทศไทย เดือนละ 15 ล้านโดส

ต้องส่งมอบให้กับประเทศไทยเดือนละ 10 ล้านโดส และที่เหลือ 5 ล้านโดสส่งออกให้กับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ที่จ่ายเงินสั่งจองไว้แล้ว

แต่เกิดรายการกลับหันกลับหาง สลับฟันปลากัน ประเทศไทยถูกตัดยอดได้รับแอสตร้าเซนเนก้าเพียงเดือนละ 5 ล้านโดส ส่งผลให้ตามสัดส่วนประเทศไทยได้รับวัคซีน 2 ครั้ง คือเดือนมกราคม 2564 และเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ตามสัญญาอยู่ที่ 26 กับ 35 ล้านโดส ครบจำนวน 61 ล้านโดส

ลือกันว่า สาเหตุที่บริษัทแม่เล่นแร่แปรธาตุนัดแล้วไม่มาตามนัดในการส่งมอบวัคซีน มาจากปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ ตัวเลขกลมๆ ราว 5,000 ล้านบาท ที่ยังไม่ยอมจ่าย จริงเท็จประการใดไม่มีใครทราบ

 

จากเหตุและปัจจัยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ได้รับการจัดสรรให้กับประเทศไทยได้เพียงเศษเสี้ยวเดียว กระทบชิ่งแผนฉีควัคซีน พลอยเสียรังวัด ส่งผลให้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามจุดคาดหวังของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ถอยหลังลงคลอง ล้มเหลวอย่างไม่เป็นสับปะรดขลุ่ย เตรียมงัด “ไม้ตาย” ออกมาแก้ลำ

โดยจากการประชุมลับของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ก๊อกสุดท้ายหากจะทำหนังสือเชิญบริษัทแม่ผู้ผลิตวัคซีนนัดเจรจาถึงโควต้าวัคซีนจำนวนที่จะต้องส่งมอบให้ไทย กับสัดส่วนการส่งออก โดยให้คำนึงถึงผลกระทบ ผลประโยชน์ของประเทศไทย ประชาชนคนไทยก่อน

ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการกำหนดสัดส่วนให้กับไทยตามความเหมาะสม จำเป็นก่อน ซึ่งต้องเป็นตัวเลขตามความต้องการวัคซีนเดือนละ 10 ล้านโดสตามข้อตกลงเดิม

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับประเทศในอาเซียน ที่รอการจัดสรรวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยเช่นเดียวกันด้วย จึงจำเป็นต้องเสนอเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ ศบค.พิจารณาเพื่อความรอบคอบในทุกมิติ

แผนขั้นที่ 1 ใช้ไม้นวม “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข” ในการกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 โดยมอบหมายให้สถาบันวัคซีนฯ และกรมควบคุมโรคพิจารณาทบทวนเนื้อหาร่างประเทศ โดยพิจารณาถึงผลกระทบ คำนึงถึงผลประโยชนด้านต่างๆ และให้ดำเนินการอย่างเต็มที่กับผู้ผลิตวัคซีนให้ได้จำนวนวัคซีนที่เหมาะสม ยึดสถานการณ์ระบาดของโรคในประเทศไทยเป็นลำดับแรก

ขั้นสุดท้าย หากการเจรจาบนโต๊ะไม่รู้เรื่อง มีการเสนอให้ “บิ๊กตู่” ตีน็อกมืด ด้วยการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง จำกัดโควต้า

ประเด็นมันมีอยู่ว่า หาก “พล.อ.ประยุทธ์” ใช้มาตรการเด็ดขาด ไม่ให้แอสตร้าเซนเนก้าส่งออก จะถูกเพื่อนบ้านที่จ่ายเงินสั่งจองวัคซีนไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม จะย้อนรอยกลับมาเช็กบิล “บิ๊กตู่” ในฐานะผู้เซ็นคำสั่ง ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง รุมประณามในภายหลังได้

เพราะเมื่อไม่ได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ ตามโควต้า ส่งมอบตามสัญญาซื้อ-ขายไม่ได้ ทั้งที่จ่ายเงินสั่งจองไว้แล้ว ประชาชนในประเทศของเขาจะติดเชื้อ ล้มตายกัน

จำนวนมากขึ้น

ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” เสียวก้นกบหนักและมากที่สุด คือ ประเทศคู่กรณีเหล่านั้น จะรุมเล่นงานตามสูตรสากล ยื่นฟ้องต่อศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ หนังม้วนเดียว แต่คนละข้อพิพาท ต่างข้อกล่าวหากับคดีเหมืองทองอัคราฯ

ด้วยมรรคผลดังกล่าว ทาง “บิ๊กตู่” อยากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ดำเนินการให้แล้วเสร็จในขั้นตอนที่ 1 คือ ได้ข้อยุติแค่ “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข” ไม่ต้องยกระดับมาถึงตัวเอง ต้องลงนามประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง

“อนึ่ง สัปดาห์นี้มีข่าวลือหนาหู ร้อนแรงขึ้นทุกวัน ว่าสถานการณ์บ้านเมือง มีกลิ่นผิดปกติ จะเกิด “ปฏิวัติ” อีกแล้วครับพี่น้อง

บทความก่อนหน้านี้สธ.เผย วิกฤตโควิดในกรุงเทพฯ อาจดีขึ้นใน 4-6 สัปดาห์ แต่ยังคงงดออกบ้าน-เดินทางข้ามจว.
บทความถัดไปม็อบ25กรกฎา : กลุ่มทะลุฟ้าแห่เทียนบุกทำเนียบ ทำพิธีสาปแช่ง-เผาหุ่น ‘ประยุทธ์-ประวิตร-หมอยง’