ม็อบ18ก.ค.ไล่ ‘ประยุทธ์’ ขอวัคซีนได้กระสุนยาง ปรากฏการณ์หนุ่มไรเดอร์ ‘อาวุธ’ กลุ่มคนรุ่นใหม่/บทความในประเทศ

บทความในประเทศ

 

ม็อบ18ก.ค.ไล่ ‘ประยุทธ์’

ขอวัคซีนได้กระสุนยาง

ปรากฏการณ์หนุ่มไรเดอร์

‘อาวุธ’ กลุ่มคนรุ่นใหม่

 

ม็อบขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และองคาพยพ ยกระดับร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

โดยมีประเด็นความล้มเหลวต่อแผนบริหารจัดการกับอภิมหาวิกฤตโควิด-19 การจัดหาวัคซีนคุณภาพ สะท้อนผ่านจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่วันละ 1-1.3 หมื่นราย เสียชีวิตวันละมากกว่าร้อยราย

เป็นเชื้อชนวนความเดือดดาล

กลุ่มราษฎร กลุ่มคาร์ม็อบ กลุ่มไทยไม่ทน กลุ่มประชาชนคนไทย และอีกหลายกลุ่ม ต่างออกมาเคลื่อนไหวแบบแยกกันเดิน ร่วมกันขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ

ล่าสุด “กลุ่มเยาวชนปลดแอก” ถือเอาวาระครบรอบ 1 ปี การชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ วันที่ 18 กรกฎาคม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นสัญลักษณ์รวมตัวแสดงพลังครั้งใหญ่

ร่วมเครือข่ายแนวร่วม 14 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย DRG, ขบวนการริมสระ, คณะประชาธิปไตยเพื่อความหวัง DemHope, เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย, กลุ่มทะลุฟ้า, เฟมินิสต์ปลดแอก

ภาคีบุคลากรสาธารณสุข, ราษฎรมูเตลู, ศาลายาเพื่อประชาธิปไตย, สหภาพคนทำงาน, สหภาพไรเดอร์, SUPPORTER THAILAND, We Volunteer หรือ WeVo และราษฎรออฟโรด

ภายใต้ 3 ข้อเรียกร้อง

1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีเงื่อนไข

2. ปรับลดงบฯ กองทัพและงบประมาณที่ไม่จำเป็น ให้เหมาะสม เพื่อให้มีความสมดุลกับการนำมาสู้กับวิกฤตโควิด

และ 3. รัฐบาลต้องจัดหาวัคซีนคุณภาพดีมาฉีดให้ประชาชนทุกคนในประเทศ

ทั้ง 3 ข้อเกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิดเป็นด้านหลัก

ตอกย้ำถึงความล้มเหลวไม่เป็นท่าของ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล

 

การเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและ 14 กลุ่มแนวร่วม

นอกจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังเป็นการชุมนุมภายใต้มาตรการล็อกดาวน์จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม

ที่สำคัญยังเป็นการชุมนุมท่ามกลางความระส่ำระสายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ซึ่งเชื่อว่าเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้การชุมนุมกลุ่มเยาวชนปลดแอก และเครือข่ายแนวร่วมรอบนี้ต้องเจออุปสรรคตั้งแต่เริ่ม

เมื่อตำรวจเข้าตรวจค้นห้องเช่าแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี ในคืนก่อนวันนัดชุมนุม ยึดหุ่นจำลองล้อเลียน นำตัวเจ้าของห้องไปสอบสวน

แต่เหตุการณ์นี้ไม่สามารถหยุดยับยั้งการชุมนุมได้

บ่ายวันที่ 18 กรกฎาคม กลุ่มผู้ชุมนุมและประชาชนมาปักหลักรวมตัวยังจุดนัดหมาย อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ก่อนเคลื่อนขบวนเดินเท้า ผสมคาร์ม็อบ ไปตามถนนราชดำเนิน มุ่งหน้าเป้าหมายทำเนียบรัฐบาล ศูนย์กลางบริหารประเทศเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นจากผู้นำบริหารประเทศ เนื่องจากล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาโควิด

โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมโล่ กระบอง รถฉีดน้ำแรงดันสูง ตู้คอนเทนเนอร์ถูกนำมาตั้งเรียงรายเป็นป้อมปราการล้อมรอบทำเนียบรัฐบาล

กลุ่มผู้ชุมนุมเผชิญหน้ากับแนวตำรวจที่วางกำลังและแนวรั้วกั้นขวางการเคลื่อนขบวน ตั้งแต่แยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไปจนตลอดแนวเส้นทางถนนราชดำเนิน

โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง เจ้าหน้าที่ประกาศขอให้ยุติชุมนุม ก่อนใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง หรือรถจีโน่ ฉีดน้ำเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมจนแตกฮือ อ้างเพื่อสกัดไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าตัดรื้อขดลวดหนาม รื้อแผงเหล็กกั้น

ตามด้วยกระสุนยางยิงสาดใส่ทำให้ผู้ชุมนุมบาดเจ็บหลายราย ในจำนวนนี้มีผู้สื่อข่าว ช่างภาพสื่อมวลชนโดนลูกหลงบาดเจ็บ 4 ราย

การโดนโจมตีแบบจัดหนักโดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งรถฉีดน้ำ กระสุนยาง และแก๊สน้ำตา ทำให้ผู้ชุมนุมตัดสินใจปรับแผนและเปลี่ยนเส้นทาง โดยให้เคลื่อนการชุมนุมไปทางถนนนครสวรรค์แทน

บางส่วนใช้ยุทธวิธีผึ้งแตกรังกระจายกันไป โดยนัดเจอกันถนนพิษณุโลก บริเวณหน้าโรงเรียนราชวินิตมัธยม จุดประชิดใกล้ทำเนียบรัฐบาล

ขณะที่ฝั่งตำรวจยังคงสกัดกั้นม็อบอย่างถึงที่สุด ใช้รถจีโน่ฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตา สลับกับยิงกระสุนยาง เข้าใส่ฝูงชน

ทำให้บรรยากาศรอบทำเนียบรัฐบาลปกคลุมไปด้วยควันแก๊สน้ำตา และเสียงกระหน่ำยิงกระสุนยางดังกึกก้อง

ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมต้องล่าถอยมาปักหลักตั้งขบวนกันใหม่บริเวณแยกนางเลิ้ง ตัดสินใจจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ขึ้นในบริเวณนี้แทน

เป็นกิจกรรมเผาหุ่นฟางจำนวนมาก ที่เปรียบเสมือนศพผู้เสียชีวิตจากโควิด ร่วมไปกับหุ่น พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงหุ่นติดป้ายชื่อกลุ่มนายทุนที่ให้การสนับสนุนรัฐบาล โดยมีการตั้งกิโยตินจำลองไว้ใกล้กันด้วย ก่อนประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 18.30 น.

ทิ้งไว้เพียงความเจ็บปวดและความโกรธแค้นมากยิ่งกว่าเดิม

อันเนื่องมาจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เลือกใช้ไม้แข็งไล่ทุบผู้ชุมนุมตั้งแต่เริ่มเคลื่อนขบวน ไร้ซึ่งการเจรจา หรือประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้า

ทั้งที่จุดประสงค์ข้อเรียกร้องการชุมนุมครั้งนี้คือ ต้องการทวงวัคซีนโควิดที่มีคุณภาพจากฝ่ายบริหารประเทศ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นกระสุนยางและแก๊สน้ำตา

อันสะท้อนถึงความหวั่นไหวของรัฐบาล และต่อกระแสความเกลียดชังในตัวผู้นำ ที่ขยายวงกว้าง

ทั้งรวดเร็วและรุนแรงไม่แพ้การระบาดของโควิด

 

หลังสิ้นเสียงรัวยิงกระสุนยางและม่านควันแก๊สน้ำตา

เจ้าหน้าที่ตำรวจไล่จับกุมผู้ชุมนุม 16 ราย แยกเป็นผู้ใหญ่ 12 ราย เยาวชน 4 ราย

ในจำนวนนี้รวมถึงนายธนเดช ศรีสงคราม หรือม่อน อาชีวะ แกนนำกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชน

สำหรับม่อน อาชีวะ มีหมายจับติดตัวจากการร่วมทำกิจกรรมหน้ากระทรวงสาธารณสุขเพื่อทวงถามหาวัคซีน ก่อนหน้านั้น 2 วันคือวันที่ 16 กรกฎาคม ถูกศาลออกหมายจับและดำเนินคดีข้อหาหนัก

ส่วนปฏิกิริยาจากคนในรัฐบาล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สั่งตรวจสอบ พบการชุมนุม 18 กรกฎาคม มีผู้โพสต์และแชร์ข้อความเข้าข่ายความผิดทั้งหมด 147 ราย จากเฟซบุ๊ก 15 ราย ทวิตเตอร์ 132 ราย

ทั้งหมดอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รมว.ดีอีเอสกล่าวเตือนถึงผู้ใช้สื่อออนไลน์ทุกคนให้เพิ่มความระมัดระวังในการโพสต์ โดยเฉพาะกลุ่มดารา นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์

ขอความกรุณาอย่าใช้สิ่งเหล่านี้เคลื่อนไหวทางการเมืองโจมตีรัฐบาล

เพราะสิ่งที่ทำ บิดเบือนข้อมูลและสร้างเฟกนิวส์ในระบบโซเชียลมีเดีย

 

ในเหตุการณ์การชุมนุม 18 กรกฎาคม เกิดเหตุการณ์ซ้อนเหตุการณ์

เมื่อโลกออนไลน์แชร์คลิปผู้ชุมนุมรายหนึ่งเข้าไปกระทำบางอย่างหน้าป้ายที่กำลังถูกเผา ก่อนเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่มีกล่องฟู้ดแพนด้าวางอยู่ด้านท้าย

ต่อมาแอ็กเคาต์ @foodpanda_th ชี้แจงในทวิตเตอร์ว่า

“ทางเราจะเร่งดำเนินการตามกฎระเบียบขั้นเด็ดขาดของบริษัท โดยให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานทันที ขอเรียนให้ทราบว่าฟู้ดแพนด้ามีนโยบายต่อต้านความรุนแรง และการก่อการร้ายทุกรูปแบบ และยินดีช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดีต่อคนร้ายอย่างเต็มที่”

ข้อความดังกล่าว ก่อให้เกิดกระแสตีกลับรุนแรงและคาดไม่ถึง

ชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความไม่พอใจ โดยเฉพาะการใช้คำว่า “ก่อการร้าย” และ “คนร้าย” โดยมองว่าข้อความที่ทวีตเป็นการด่วนตัดสินหนุ่มพนักงานรายนี้อย่างไม่เป็นธรรม เนื่องจากยังไม่มีการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

นำมาสู่ปรากฏการณ์ “ทัวร์ลง” ตามด้วยแฮชแท็ก #แบนfoodpanda ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ทวิตเตอร์ ชักชวนให้ลบบัญชีและแอพพลิเคชั่นฟู้ดแพนด้า

ร้านอาหารดังหลายแห่งทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ระบุไม่ให้บริการผ่านฟู้ดแพนด้าอีกต่อไป

สุดท้ายฟู้ดแพนด้าที่กลายเป็นลานจอดทัวร์ ต้องแถลงขอโทษเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างระมัดระวังที่สุด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมหนุ่มไรเดอร์ในคลิป ข้อหาความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 นำตัวฝากขังต่อศาล ก่อนศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกัน 100,000 บาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ

ปรากฏการณ์แบนฟู้ดแพนด้า เป็นเหมือนเงาสะท้อนอารมณ์และความรู้สึกของคนไทย ไม่สบอารมณ์ต่อการบริหารจัดการวิกฤตการณ์โควิด ที่ผิดพลาดล้มเหลวซ้ำซากของรัฐบาล และจะไม่ทนอีกต่อไป

ปรากฏการณ์แบนฟู้ดแพนด้า แสดงถึง “อาวุธ” ทรงประสิทธิภาพในมือคนรุ่นใหม่ ใช้ต่อสู้กดดันกลุ่มธุรกิจหรือใครก็ตามที่สนับสนุน หรือแสดงออกว่าอยู่ฝ่ายเดียวกับผู้ถืออำนาจ

ทั้งบ่งชี้ถึงกระแสต่อต้านผู้นำ ที่ขยายอาณาเขตเข้าไปในทุกแวดวงสังคม โดยไม่แบ่งแยก เสมอภาคเท่าเทียม ถือคติสั้นๆ ง่ายๆ ใครเห็นด้วยกับการขับไล่ผู้นำ เราคือเพื่อนกัน

การเคลื่อนไหวทุกรูปแบบทั้งในสภา นอกสภา บนท้องถนน และในโลกโซเชียล กำลังถาโถมรุกไล่ พล.อ.ประยุทธ์

ให้ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายอย่างไม่เคยเจอมาก่อน

บทความก่อนหน้านี้สิงหาสับ/ชกคาดเชือก วงค์ ตาวัน
บทความถัดไปมองเส้นทางโผทหาร ‘บ้านป่ารอยต่อฯ-พระราม 5-นรสิงห์’ ‘ทรงวิทย์’ แรง! ‘คอแดง’ จ่อ จับตา ‘บิ๊กอุ้ย’ เลิฟ ‘เสธ.โต้ง’ ‘แอร์บูล’ ดัน ‘บิ๊กตั้ว’ วัดสัญญาณ-พลัง ‘บิ๊กตู่’/รายงานพิเศษ