เมื่อถนนทุกสายไล่ประยุทธ์! บก.ลายจุด รุกเสนอทางรอดประเทศไทย นายกฯ ต้องรู้จัก ‘สละ’/รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ

พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

 

เมื่อถนนทุกสายไล่ประยุทธ์!

บก.ลายจุด รุกเสนอทางรอดประเทศไทย

นายกฯ ต้องรู้จัก ‘สละ’

 

“การเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายในเวลานี้ ผมมองว่าต้องแยกกันเดินไปก่อนเพราะสไตล์ไม่เหมือนกัน หากเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่มันจะจัดการได้ลำบาก มันจะเกิดความไม่คล่องตัว แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว จะเกิดการหลอมรวมเชื่อมโยงกันเองในอนาคต” นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด นักกิจกรรมทางการเมือง มองม็อบต่างๆ หลายหลุ่มที่จัดขึ้นเพื่อไล่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเป้าหมายเดียวกันขณะนี้

บก.ลายจุดมองว่า สถานการณ์ก่อนโควิด คนจำนวนหนึ่งก็ทนรัฐบาลไม่ไหว เพราะว่าบริหารอย่างไร้ประสิทธิภาพและใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม

แต่พอเข้าสู่วิกฤตระลอกนี้มันก็จะ Double ขึ้นไปอีก แต่ที่ถามว่าทำไม “คนไทยยังทน” ต่อไปได้อยู่ อันดับแรกผมมองว่าประยุทธ์มีปืน มีกองทัพ มีอำนาจ ดังนั้น ด้วยวิธีที่เขาเข้ามาด้วยวิธีการยึดอำนาจมันแปลว่าเขาก็พร้อมที่จะใช้อำนาจอย่างนั้นอีกครั้งหนึ่ง

ตอนนี้เมื่อมีวิกฤตโควิดก็ติดปัญหาเชิงเทคนิค จริงๆ แล้วประชาชนพร้อมลงถนนมาก กระแสมันมาแล้ว ผมมองว่าตอนนี้กระแสไม่เอาประยุทธ์มันเกิดขึ้นทั่วสารพัดทิศ มันแรงมากๆ

แต่ด้วยโรคระบาดมันทำให้เป็นข้อจำกัดคน ทำกิจกรรมไม่ได้ หรือบางคนก็ยังต้องไปแก้ไขปัญหาชีวิตตัวเองที่เขาก็ยุ่งยากมากพอแล้ว

การเกิดขึ้นของม็อบในปีนี้ผมมองว่าสถานการณ์มันหนักสาหัสกว่าปีที่แล้วเยอะ

อย่างคนที่ไม่สนใจการเมือง ignorance ก็เงียบต่อไปไม่ไหวแล้ว มันไม่สามารถบอกได้ว่าการเมืองมันไม่เกี่ยวกับชีวิตของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้มันชัดจนไม่รู้จะชัดอย่างไรแล้ว

ผู้ที่เคยให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ หรืออดีต กปปส.ที่เคยเป่านกหวีดมา ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เขาก็ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน คนกลุ่มนี้ก็เลยเดือดเนื้อร้อนใจ ส่วนหนึ่งก็เริ่มออกมาตําหนิติเตียนรัฐ แต่อีกส่วนหนึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ตำหนิติเตียนแต่เขาก็ไม่สามารถที่จะพูด โปร อวย พล.อ.ประยุทธ์ได้เหมือนแต่ก่อน

ดังนั้น เราจะเห็นว่ามีคนอย่างโจ นูโว จะเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ต้องอนุรักษ์คนประเภทอย่างโจ นูโว ไว้ เพราะอย่างคุณเช็ค คนค้นฅน ออกมา 2 รอบก็จมแม่น้ำไปแล้วเรียบร้อย ไปต่อไม่ได้ นี่ขนาดคุณเช็คคนที่เป็นคนคอยชี้ว่าใครคือ “คนดี” คือภาพของเขาดูเป็นคนแบบนั้น มีคุณธรรม ดังนั้น คนที่ยังโปร พล.อ.ประยุทธ์อยู่ก็เลยยากมากที่จะออกมาพูดได้ว่าการบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์นั้นถูกต้องแล้ว

ขณะเดียวกัน คนที่ยังเอา พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีชุดความคิด-วาทกรรมว่า “อย่าเปลี่ยนม้ากลางศึก” คนฝั่งนั้นเขาพยายามพูดเช่นกัน ในด้านหนึ่งคือเขายอมรับอยู่เหมือนกันว่าสถานการณ์มันแย่มากๆ แต่ว่าการที่เปลี่ยนม้ากลางศึกมันอาจจะแย่ยิ่งกว่า

นี่คือชุดความคิดของกลุ่มนี้ที่พยายามจะอธิบายว่าทำไมยังต้องมีผู้นำชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ต่อไป จนเขาลืมคิดไปว่า พล.อ.ประยุทธ์คือส่วนหนึ่งของปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ล้มเหลวเช่นในปัจจุบัน เพราะเป็นผู้ใช้อำนาจแต่ไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการที่แท้จริง

เราดูตัวอย่างโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ เขาสามารถพลิกสถานการณ์ได้ทันทีหลังมาเป็นต่อทรัมป์ ดังนั้น การเปลี่ยนม้ากลางศึกกับแม่ทัพคนนี้ที่ไม่มีความสามารถ ซึ่งจะพาคนไทยไปตายกันหมด จึงต้องเปลี่ยน!

มองไปที่กลุ่มผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ คงจะเหลือน้อยลงไปทุกที แล้วเขาคงอยู่ในสถานการณ์ที่พูดได้ลำบากมากขึ้นไปทุกที มันมีหลายกรณีที่ชี้ให้เห็นว่ามันมีคนที่โปรซิโนแวคและเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ แต่สุดท้ายแล้วมีคนในครอบครัวเขาก็ต้องมาเสียชีวิต มันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก

พอถึงจุดหนึ่งที่มันใกล้ตัวกระทบต่อธุรกิจ ส่งผลต่อชีวิตคนรอบข้าง หรือตัวเองต้องล้มป่วยขึ้นมา คิดดูว่าสถานการณ์มันเปลี่ยนไปขนาดนั้นแล้ว สิ่งเหล่านี้มันเป็นปรากฏการณ์ที่อธิบายได้ชัดเจน ว่ามันเกี่ยวพันกับการบริหารของรัฐบาลได้อย่างแน่นอน ตลอดจนคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ต้องคิดแล้วว่าทำไมเขายังไม่ได้ฉีด หรือคนที่ฉีดแล้วก็ต้องมาคิดว่าทำไมยังได้ฉีดซิโนแวคอยู่

คือฝั่งที่เชียร์รัฐบาลเขาสูญเสียความมั่นใจจนไม่รู้จะเสียอย่างไรแล้ว คนที่เชียร์ซิโนแวคกันสุดฤทธิ์สุดเดชในช่วง 1-2 เดือนที่แล้ว ชั่วโมงนี้เขาเสียหน้า จนไม่รู้จะเสียยังไงแล้ว

 

สมบัติมองด้วยว่า การเปลี่ยนนายกฯ ให้รวดเร็วที่สุด จะเป็นการลดวาล์วอุณหภูมิทางการเมืองลง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์กลายเป็นสัญลักษณ์ของบุคคลหรือผู้นำที่มีสติปัญญาที่มีภาพลักษณ์ดูไม่ฉลาด การเปลี่ยนตัวผู้นำนี้ ต้องคิดว่าคนที่จะแย่กว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงหาได้ไม่มากแล้ว

ดังนั้น คนที่จะมาแทนที่ควรจะเป็นคนที่มีความสามารถเหนือ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเลือกคนที่ Put the right man on the right job แต่ถ้าคุณเอาคนที่มีความสามารถต่ำกว่าประยุทธ์หรือเท่าคุณประยุทธ์มาไม่ได้แล้ว

ตอนนี้สังคมไทยเชื่อว่า ถ้านั่งเรือแป๊ะนี้ต่อไป ก็จะฉิบหายกันทั้งประเทศ เราก็ไม่รู้หรอกว่ากัปตันเรือคนต่อไปจะเป็นใคร มีความสามารถแค่ไหน แต่ถ้านั่งเรือที่ประยุทธ์ถือพวงมาลัย-พายอยู่ไปไม่รอดตายแน่นอน คือตอนนี้ประยุทธ์ถือว่าทำจนเละแล้วตัวเลขการติดเชื้อมันขนาดนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลือกให้ถูกตัว แล้วก็หวังว่าคงไม่มีใครไปเลือกเสี่ยหนู อนุทิน มาเป็น

อย่างไรก็ตาม บก.ลายจุดพูดถึงพรรคร่วมรัฐบาลว่า เรายังหวังได้อยู่ว่าเขาจะถอนตัว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์จะล้มเองไม่ได้ คนเราเมื่อหลงในอำนาจแล้วไม่สามารถที่จะลงเองได้ ต้องมีคนช่วยเอาลงโดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่าต้องถีบลง

ซึ่งการจะลงแบบนี้ได้ ต้องทำให้นั่งร้านที่แบกคุณประยุทธ์อยู่ ถอนนั่งร้านออก ก็คือพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งผมคิดว่า เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองมันไปถึงจุดหนึ่ง พรรคร่วมรัฐบาลโดยธรรมชาติแล้ว เขาจะชิงตัวเองออก เพราะรู้ว่าอยู่ไปมันไม่มีอนาคตแล้ว แถมจะกลายเป็นตราบาป รับผิดไปพร้อมกับ พล.อ.ประยุทธ์

ดังนั้น พรรคร่วมรัฐบาลเหล่านี้ก็จะทำการปลีกตัวเองออกจากปัญหา

การบริหารที่ล้มเหลว การติดเชื้อพุ่ง วัคซีนมีไม่พอ มันชัดเจนว่ามันเป็นความประมาทของคุณเอง

พวกคุณมีเวลา 1 ปีกว่าๆ ที่จะติดตามสถานการณ์นี้ คุณก็เห็นอยู่ว่าทั่วโลกถูกถล่มด้วยไวรัสนี้ แต่ว่าคุณคิดว่าตัวเองคอนโทรลได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วคุณก็คิดว่าระบบการควบคุมของคุณดี

สุดท้ายกลายเป็นว่าพวกคุณการ์ดตกเสียเอง ทุกสายพันธุ์มารวมอยู่ในประเทศนี้ คุณต้องคิดแล้วว่ามันไม่ใช่เป็นการผิดพลาดเพียงแค่ 1-2 ครั้ง การที่มันเข้ามาจำนวนมากมันก็แสดงว่ามีความผิดพลาดอยู่หลายครั้ง มันไม่ใช่เรื่องของการผิดพลาดซ้ำสอง แต่มันเป็นเรื่องของความผิดพลาดนับครั้งไม่ถ้วน และการรักษาพรมแดน ปิดกั้นพรมแดน มันเกี่ยวข้องอะไรกับประชาชน?

นี่มันเป็นหน้าที่และการจัดการของรัฐล้วนๆ ตอนนี้พวกเราอยู่ในสภาวะเอาไม่อยู่แล้ว ตอนนี้เขาทำได้แค่เพียงลดปริมาณลง เพื่อทำให้ระบบสาธารณสุขยังทำต่อไป เพื่อไม่ให้ปริมาณผู้ป่วยใน ICU รับมือได้ แต่จะกดตัวเลขให้มิดไปเลยทำไม่ได้ เพราะว่าเครื่องมือเดียวที่จะทำอย่างนั้นได้คือ “วัคซีนที่มีประสิทธิภาพ” ซึ่งบ้านเราไม่มี เพราะว่าความไร้ประสิทธิภาพและประเมินต่ำ

มันเป็นเรื่องของความคิด-ระบบราชการ แถมพวกคุณยังทำตัวเป็นอุปสรรคขัดขวางคนอื่นในการที่จะนำเข้าวัคซีนซึ่งมันเป็นคำตอบของการแก้ปัญหา ยังมีเรื่องขั้นตอนเอกสาร นี่มันคืออะไรกัน ที่พวกคุณเป็นตัวปัญหาเอง

 

“เวลาที่ทำสงครามถ้าคุณสู้มันไม่ได้ คุณจะต้องเปลี่ยนแผนการรบ เปลี่ยนแม่ทัพ แต่นี่มันเป็นเรื่องของอัตตาของตัวแม่ทัพนะ” บก.ลายจุดบอก และว่า ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์แกหมดแล้ว ชีวิตหลังจากนี้จะหมดไปเลยด้วย ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตแกทั้งการฟ้องร้องคดีความต่างๆ การไม่ยอมแพ้มันเป็นเรื่องของตัวคุณประยุทธ์เอง เพราะหากพิจารณาถึงสถานการณ์ของประเทศแล้วคุณประยุทธ์ควรจะเสียสละถอยออกไป

แต่การเสียสละและถอยออกไปนี้ก็ต้องแบกรับกับวิบากกรรมที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้นี่แหละเขาถึงไม่ยอมลงจากอำนาจ

ดังนั้น รัฐบาลต้องอยู่ในสถานะที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ผมไม่รู้ว่ามันยังไง ไม่รู้ว่าจะเรียกว่า Spirit หรือคำว่าหน้าด้าน ถ้าไม่มีความสามารถ

นี่ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกส่วนตัวของผมนะ แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำประเทศ ที่มีโอกาสพิสูจน์มามากพอแล้วว่าคุณไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ สิ่งที่คุณควรจะทำในฐานะผู้นำถ้ายังมีภาวะผู้นำอยู่ก็คือ “สละ” หาคนที่มีความสามารถมาทำหน้าที่แทน ต้องมองข้ามตัวเองไป และเชื่อว่ามีคนอื่นมีความสามารถมาทำแทนได้ดีกว่า

เพราะที่ผ่านมาแกหลงผิดเรื่องหนึ่ง คือสำคัญตัวเองผิด

ชอบพูดเสมอว่าถ้าไม่มีผมอยู่ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร…

ชมคลิป

บทความก่อนหน้านี้จาก WFH เป็น DFH ไทยจะยืนอยู่ข้างหลัง/เหยี่ยวถลาลม
บทความถัดไปด่วน! หมาวัดเดือดร้อนหนัก หลังโควิดระบาด คนเข้าวัดน้อยลง วอนผู้ใจบุญบริจาคอาหาร เพื่อช่วยประทังชีวิตสรรพสัตว์ให้อยู่รอด