ถ้ารัฐบาลอยู่ต่ออีก 1 ปี ประเทศเราจะเป็นอย่างไร การระบาดโควิด จะยังคงอยู่/หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว

มุกดา สุวรรณชาติ

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว

มุกดา สุวรรณชาติ

 

ถ้ารัฐบาลอยู่ต่ออีก 1 ปี

ประเทศเราจะเป็นอย่างไร

การระบาดโควิด จะยังคงอยู่

 

เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสที่ระบาดได้ง่าย กลายพันธุ์ได้ตลอด เข้าใจว่าเป็นผลจากการดัดแปลงพันธุกรรม เวลาที่ใช้ในการกลายพันธุ์จึงใช้เพียงไม่กี่เดือน การป้องกันทั้งปัจจุบันและอนาคตจึงไม่ง่าย

โรคระบาดนี้จะไม่หายไปได้ง่ายๆ คาดว่าต้องสู้กันอย่างน้อย 5 ปี เนื่องจากการสกัดด้วยวัคซีนมิได้ทำตั้งแต่เริ่มต้น การปล่อยให้การระบาดเข้าถึงศูนย์กลางของอาหาร เช่น ตลาดไท ทำให้การกระจายของเชื้อไปเร็วมาก ออกสู่ตลาดต่างๆ เกือบทั่วประเทศ และเป็นเชื้อที่กลายพันธุ์ร้ายแรง

ขณะนี้ยังไม่มียารักษาที่ได้ผลดีโดยตรง ดังนั้น เราจะต้องอยู่กับเชื้อโรคชนิดนี้อีกนาน

ขณะนี้หลายประเทศได้ก้าวข้ามความกลัว เพราะไวรัสไม่ทำให้โลกหยุดหมุน คนยังต้องกิน ต้องทำงาน สภาพความเป็นจริงของการดำรงชีวิต ทำให้เราจะต้องทำทั้ง 2 อย่างคือ ทั้งสกัดโรคติดต่อนี้และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปรับวิถีชีวิตของผู้คนไปพร้อมกัน

เรายังไม่รู้ว่าการต่อสู้กับ covid-19 จะใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่เราไม่สามารถล็อกดาวน์เมืองต่างๆ หรือหยุดการทำมาหากินได้เกิน 3 เดือน

เพราะมีคนจำนวนมากไม่ได้สะสมทรัพยากรที่จะดำรงชีวิตอยู่ต่อได้นานขนาดนั้น

 

คนจนเพิ่ม หนี้เพิ่ม

SME ล้ม อาชีพอิสระไปไม่รอด

การท่องเที่ยวไม่ฟื้น

โรคระบาดชนิดนี้ทำให้เกิดความกลัวและมีผลต่อเศรษฐกิจโดยตรง

จากสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำมาหลายปี และถูกโรคระบาดโควิดกระหน่ำซ้ำ ทำให้จำนวนตัวเลขของหนี้สินสูงขึ้นมาก เมื่อบัตรคนจนสะท้อนภาพว่ามีคนจนเพิ่มมากขึ้น และจำนวนผู้ที่ขอเข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้หรือผ่อนผันหนี้ก็เป็นตัวสะท้อนถึงความยากลำบากของประชาชนว่าไปไม่ไหวแล้ว

วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ข้อมูลเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนล่าสุดในไตรมาส 1/2564 สะท้อนสถานการณ์หนี้สินของประชาชนที่ยังคงมีอัตราการเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจไทยในภาพรวม โดยยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 1/2564 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.13 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 90.5% ต่อจีดีพี สูงสุดในรอบ 18 ปี มาจากหนี้ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ หนี้บ้าน หนี้ประกอบอาชีพ และหนี้เพื่อใช้จ่ายชีวิตประจำวัน

ขณะนี้เงินที่ได้รับมาก็จะเพียงแค่พอใช้ประทังชีวิต ไม่มีใครสามารถนำเอามาจ่ายหนี้ได้ หนี้ระดับหลักหมื่นหลักแสน ซึ่งมีคนติดหนี้แบบนี้จำนวนมากไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะนำมาคืนเจ้าหนี้ใน 1-2 ปีนี้ ถ้าไม่มีมาตรการอะไรพิเศษเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ประเมินได้ว่าลูกหนี้นับ 10 ล้านบัญชีจะต้องถูกฟ้อง และเมื่อไม่มีเงินจ่ายก็จะถูกยึดทรัพย์สิน หรือขอหักเงินเดือนไปใช้หนี้ถ้ามีมากพอ

ถ้ามีการบังคับใช้กฎหมายแบบไม่ผ่อนปรน จะมีคนเป็น 10 ล้านถูกฟ้อง ถูกยึดทรัพย์

ที่พูดมานี้เป็นเพียงหนี้ในระบบเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงพวกที่กู้หนี้ยืมสินมาจากเงินนอกระบบไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง

เมื่อวัคซีนมีน้อย ไม่ได้ผล covid แรงขึ้น การท่องเที่ยวไม่ฟื้นแน่ รายได้จากการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านนั้น มาจากต่างประเทศประมาณ 2 ล้านล้าน และในประเทศประมาณ 1 ล้านล้าน ตอนนี้ไม่มีเหลือแล้ว คนในวงการท่องเที่ยว 1 ล้านคนจากรายได้ 30,000 บาท วันนี้เหลือ 0

 

จะอยู่อย่างไร?

ชะตากรรมของ SME

จะล้มแล้วเกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่

สํารวจจากลูกหนี้ SME ทั้งระบบที่มีอยู่ 319,000 บัญชี 80% ต้องการให้ช่วย แต่มีเพียงไม่กี่รายที่ธนาคารยอมปล่อยกู้ 2% เพราะธนาคารกลัวหนี้สูญ ถ้ารายที่เครดิตดีก็ต้องกู้ 4-5% โดยใช้เงินของธนาคารเองซึ่งมีเหลือมากมาย อีกไม่ถึงปี SME จำนวนมากก็ไปต่อไม่ไหว ลูกจ้างจะตกงานจำนวนมาก

วงจรธุรกิจขณะนี้เกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่ ถ้าปล่อยให้ล้ม จะดึงกันล้มระเนระนาด ท่องเที่ยวล้ม อุตสาหกรรมทรุด เกษตรตกต่ำ

สภาพที่เห็นในปีหน้า คือคนชั้นล่างและชั้นกลางไม่มีเงินไม่มีงาน กำลังซื้อหายไปจากตลาดทำให้วงจรการหมุนเวียนของเงินขาดตอน

จะพบว่าร้านค้าแผงลอยในห้างในตึกหรือการเช่าอาคารพาณิชย์ เกิดที่ว่างมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้เช่าไม่สามารถทนการขาดทุนได้

เมื่อลูกค้าน้อยลงในที่ทำเลดี ค่าเช่าก็สูง เจ้าของธุรกิจรายย่อยจำนวนมากต้องยกเลิกการเช่า ย้ายออกไปหาที่ใหม่ถ้าหาได้ หรือต้องเลิกกิจการไปเลย เจ้าของตลาดหรือเจ้าของตึกจะขาดรายได้จากค่าเช่าและไม่มีเงินมาผ่อนชำระธนาคาร

ในวงจรอสังหาริมทรัพย์ ก็จะเกิดการที่ไม่มีคนเข้ามาซื้ออาคารหรือมาเช่าพื้นที่ ทำให้เจ้าของโครงการไม่มีเงินจ่าย โครงการใหญ่ๆ บางแห่งก็ไปออกพันธบัตรเงินกู้ เมื่อถึงเวลาก็ไม่สามารถใช้คืนได้ รัฐบาลเองต้องนำเงินภาษีเข้าไปอุ้ม เพื่อไม่ให้พันธบัตรเหล่านั้นกลายเป็นขยะและเกิดการล้มระเนระนาดไปตามๆ กัน

เมื่อลูก-หลานที่อยู่ในเมืองไม่มีงานทำ และยังมีบัณฑิตจบใหม่และที่ตกงานค้างเก่าอยู่ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน ถ้า SME ล้มจะมีคนตกงานหลายล้านคน นั่นหมายความว่าเงินที่เคยส่งจากเมือง จากเขตท่องเที่ยว จากเขตอุตสาหกรรม ก็จะไม่ไหลกลับเข้าสู่ชนบท ชีวิตความเป็นอยู่ในชนบทจะยากลำบากมากขึ้น

เบี้ยคนชรา 600 เงินจากบัตรคนจนไม่กี่ร้อย จะไม่พอยังชีพ และปัญหาสังคมจะเกิดตามมาเป็นจำนวนมาก

 

ประเทศไทยจะแก้ปัญหาอย่างไร?

ต้องหาทางเปลี่ยนตัวผู้บริหารเพื่อที่จะสร้างทีมงานที่เก่งพอที่จะมาสู้กับโควิด

ผลงานการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมา 1 ปี สรุปได้แล้วว่าไม่มีความสามารถที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ดังนั้น การขึ้นมาเรียกร้องให้เปลี่ยนรัฐบาลจึงเป็นเรื่องปกติ

ตอนนี้เป็นวิกฤตรวม คือมีปัญหาทางด้านสาธารณสุขและปัญหาเศรษฐกิจ ไปถึงการเมืองด้วย

ผู้ที่บริหารบ้านเมืองในยามวิกฤตไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะแก้ไขวิกฤตนี้ให้ผ่านไปได้ ทั้งยังมีการหาผลประโยชน์ในท่ามกลางความเดือดร้อนและความตายของประชาชน ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องหาทีมงานบริหารที่มีความสามารถมีความซื่อสัตย์และตั้งใจทำงานจริงๆ ขึ้นมาใหม่ จากนั้นจะต้องสร้างระบบตรวจสอบและควบคุมติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด ถ้าได้ผู้บริหารที่ดีก็จะได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากขึ้น เป้าหมายคือ จะต้องแก้ปัญหา covid ให้ลดระดับอันตรายลงถึงจุดที่คนไม่กลัวการใช้ชีวิตและการดำเนินการทางการผลิต การค้า การท่องเที่ยวจึงจะดำเนินได้ต่อไป ผลประโยชน์ที่ได้จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ที่ต้องทำด่วนคือ

เปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณให้ตรงกับปัญหา คนป่วยทั้งประเทศ จะไปซื้ออาวุธได้อย่างไร

หยุดการคอร์รัปชั่น

ปรับระบบภาษี และกฎเกณฑ์ เพื่อให้ความสะดวกในการต่อสู้กับ covid หยุดผูกขาด และส่งเสริมเอกชนในการนำเข้าวัคซีน

ปัญหาเฉพาะหน้าที่จะต้องแก้คือต้องหาวัคซีนที่มีคุณภาพสูงมาให้เพียงพอกับประชากรในเวลารวดเร็ว

จาตุรนต์ ฉายแสง เสนอว่า แผนวัคซีนล่มแล้ว และวิกฤตใหญ่กำลังจะมา

สิ่งที่รัฐบาลต้องรีบทำด่วนที่สุดก็คือการหาวัคซีน 60 ล้านโดสมาแทนวัคซีนที่ขาดไป และถ้ายังไม่พอที่จะควบคุมการแพร่ระบาดและเปิดประเทศได้ ก็อาจต้องหาวัคซีนมาให้มากกว่านั้นด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

1. เจรจากับแอสตร้าเซนเนก้าและสยามไบโอไซเอนซ์ว่าจะช่วยกันแก้ปัญหาได้อย่างไรบ้าง (ข่าวล่าสุดคงได้ไม่เกินเดือนละ 5 ล้านโดส)

2. เข้าร่วมโครงการ COVAX

3. รัฐบาลลงมือประสานติดต่อกับประเทศต่างๆ ที่มีวัคซีนคุณภาพ โดยใช้ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีต่อกัน ทั้งระหว่างรัฐต่อรัฐ รัฐกับเอกชน และเอกชนกับเอกชน

4. สั่งให้ อย.เป็นฝ่ายริเริ่มทำงานเชิงรุกรับรองวัคซีนคุณภาพยี่ห้อต่างๆ ให้มากขึ้นโดยเร็ว และรัฐบาลสนับสนุนให้ภาคเอกชนและหน่วยงานของรัฐนำเข้าวัคซีนคุณภาพเข้ามาได้โดยไม่จำกัดว่าจะซ้ำกับที่รัฐบาลนำเข้าหรือไม่ สั่งให้หน่วยงานของรัฐหยุดทำตัวเป็นอุปสรรคขัดขวางภาคเอกชนและหันมาสนับสนุนให้บริการภาคเอกชนและประชาชน

วันนี้สิ่งที่คาดการณ์ไว้ก็เกิดขึ้นจริงคือมีคนติดเชื้อโควิค มีคนติดเชื้อโควิคเพิ่มขึ้นวันละเกิน 10,000 คน และเสียชีวิตเกิน 100 คน ลำพังคนมองเห็นตัวเลขเหล่านี้ก็จะมีความรู้สึกตกใจกลัว ความตกใจที่มีลักษณะมองอยู่ห่างๆ เหมือนอยู่บนยอดตึกแล้วมองลงมาเห็นวิวมุมสูง แต่คนที่ใกล้ชิดและสัมผัสการเจ็บป่วยและการตายที่เป็นญาติพี่-น้อง มิตรสหายใกล้ชิดจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดและความสูญเสียที่อยู่ตรงหน้า

ทีมงานของเรารู้สึกแบบนั้นเพราะผู้ที่เคยช่วยวิเคราะห์สถานการณ์คนหนึ่ง คือคุณอำนวยชัย ปฏิพัทธ์เผ่าพงศ์ หรือพี่เย ได้ล้มป่วยจากการติดเชื้อโควิด แม้จะฉีดวัคซีนมาแล้ว 1 โดส แต่ไม่ถึงเดือน ต้องรักษาตัวอยู่บ้าน 4 วัน พอหาเตียงได้ก็เข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลอีก 3 วัน แต่เชื้อได้ลงปอด เสียชีวิต รวมเวลาที่รักษาอยู่ในบ้านและในโรงพยาบาลแค่ 8 วัน

วันนี้เขาจากไปเหมือนคนได้รับอุบัติเหตุ แต่ไม่ใช่รถชน เป็น covid วิ่งมาชน ถ้ามีวัคซีนดีๆ ฉีดได้เร็วพอ เขาน่าจะยังมีชีวิตอยู่

การคงอยู่ของรัฐบาลนี้ จึงเป็นตัวชี้ขาดว่าประชาชนจะรอดหรือไม่ ความจนและความตายจะมากแค่ไหน จะลำบากไปอีกนานเท่าไร หลายประเทศรัฐบาลเป็นตัวช่วย แต่เรามีตัวถ่วง

บทความก่อนหน้านี้ลุงป้อม เร่งช่วยเเกษตกร ทุกพื้นที่ ช่วงโควิดระบาด ให้มีที่ดินทำกิน มีรายได้ยังดูแลตัวเอง ชุมชน
บทความถัดไป‘ธนาธร’ มองซีนาริโอการเมืองไทย ‘ประยุทธ์’ คือกุญแจดอกแรกของปัญหา เรายังมีภารกิจต้องทำอีกเยอะ!/เปลี่ยนผ่าน ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี