เปิดตำรับยาแผนไทย พลิกวิกฤตโควิด-19ให้เป็นโอกาส

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

 

โอกาสยาแผนไทย

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

 

ศึกไวรัสสายพันธุ์ใหม่และสายพันธุ์กลายพันธุ์ใหม่ๆ ของไวรัสโคโรนา ชื่อโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชาวโลกและชาวไทยมาถึง 1 ปีครึ่งแล้ว และน่าจะอยู่กันไปอีกนานนับปี

ถ้าเราเอาวิกฤตนี้เป็นโอกาสในการพัฒนางานด้านการแพทย์แผนไทยและยาสมุนไพรก็จะช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพคนไทยให้ดีขึ้นอย่างเป็นระบบได้

ตัวอย่างของฟ้าทะลายโจร การประกาศทางการในรายการบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ที่ให้ใช้ฟ้าทะลายโจรชนิดผงยาธรรมชาติและสารสกัด ซึ่งระบุการใช้ว่าให้กินยาฟ้าทะลายโจรที่มีปริมาณสารสำคัญ เรียกว่า สารแอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide) ปริมาณ 180 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับผู้ที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 มีอาการป่วยไม่รุนแรงนั้น

แต่จากข้อมูลที่ทางมูลนิธิสุขภาพไทยเก็บจากเครือข่ายที่ได้กินยาฟ้าทะลายโจรชนิดผงยาจากธรรมชาติ ที่มีการผลิตได้มาตรฐานและจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดแล้ว พบว่าการกินฟ้าทะลายโจรขนาดยาที่มีปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ ขนาด 60-140 มิลลิกรัมต่อวัน จำนวน 5 วัน ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการน้อย ก็พบว่ามีอาการดีขึ้น

สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่จะช่วยกันพัฒนาต่อยอดการใช้ฟ้าทะลายโจรให้แม่นยำยิ่งขึ้นว่า อาจไม่จำเป็นต้องกินยาปริมาณสูงที่อาจมีความเสี่ยงในการได้รับยาขนาดสูงต่อคนไข้

การได้กินยาในปริมาณเท่าที่ใช้กับการแก้อาการหวัดทั่วไป (common cold) ที่ฟ้าทะลายโจรบรรเทาอาการได้นั้นก็น่าใช้กับอาการโควิด-19 ที่ไม่รุนแรงได้ด้วย

คาดว่าในอีกไม่เกิน 1 ปีข้างหน้ากระบวนการติดตามผลขนาดการใช้ฟ้าทะลายโจรจะแจ่มชัดยิ่งขึ้น

 

แต่ถ้าดูภูมิปัญญาดั้งเดิมในการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน ทั้งที่บันทึกในตำราหลวงและตำราในท้องถิ่นทั่วไทย ก็จะพบตำรับยามากมายที่ควรนำมาศึกษาวิจัยและใช้กับโรคอุบัติใหม่เช่นโควิด-19

หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สภาการแพทย์แผนไทย ซึ่งทำงานกับวิชาชีพแพทย์แผนไทยนับหมื่นคน สถาบันวิชาการที่สอนการแพทย์แผนไทยหลายสิบแห่ง รวมถึงน้องๆ แพทย์แผนไทยที่อยู่ตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ ริเริ่มจับมือกันเพื่อจัดการความรู้ตำรับตำรายาดั้งเดิม แล้วจัดทำเป็นโครงการศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้มาตรฐานที่สากลยอมรับ โดยจัดทำเป็นโครงการวิจัยที่เสนอต่อคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ เมื่อผลออกมาก็เป็นหลักฐานวิชาการที่ใครๆ ก็ยอมรับ

ฝ่ายนโยบายจะช่วยได้มากหากสนับสนุนทุนวิจัยเร่งด่วน และเอื้ออำนวยให้เกิดความร่วมมือในระบบบริการสาธารณสุขของรัฐ ให้โรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามจำนวนมากเป็นพื้นที่การวิจัยอย่างถูกต้อง ก็จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปฏิบัติการทันท่วงทีเช่นนี้จะช่วยในการคุ้มครองผู้ป่วยตามหลักมาตรฐานจริยธรรมการวิจัยด้วย

ดีกว่าปล่อยให้เวลานี้มีการรวมตัวกันเองเรียกร้องบ้าง รวมตัวกันแจกยาตามพระคัมภีร์ตักศิลาบ้าง ตำรับยาดั้งเดิมที่บรรจุในรายการบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรบ้าง เช่น ยาแก้วห้าดวง ยาจันทลีลา ยาเขียวหอม พิกัดเบญจโลธิกะ ฯลฯ ซึ่งตำรับยามากมายเหล่านี้มีความน่าสนใจ ที่จะนำภูมิปัญญาดั้งเดิมกลับมาร่วมสมัย

แต่ในโลกวันนี้ก็ย่อมมีความจำเป็นในการใช้วิทยาการความรู้ปัจจุบันช่วยกันศึกษาวิจัยหาคำตอบให้เป็นที่ยอมรับ

 

ขยายความให้รู้จักตัวอย่างตำรับ ได้แก่ “ยาแก้วห้าดวง” หรือ “ยาห้าราก” คือตำรับยาพื้นฐานที่ใช้รักษาไข้พิษและกระทุ้งพิษกาฬออกมา ตัวยาประกอบด้วย รากคนทา รากท้าวยายม่อม รากชิงชี่ รากมะเดื่ออุทุมพร และรากย่านาง ใช้เสมอภาค ต้มกิน

ยาจันทลีลา ปัจจุบันเป็นตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ และจัดอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไข้ตัวร้อน ไข้เปลี่ยนฤดู และมีการศึกษาวิจัยแล้วในเรื่องช่วยลดไข้ได้ แต่สำหรับใช้กับโควิด-19 ยังไม่ได้ศึกษาวิจัย จึงต้องร่วมมือกัน สำหรับสูตรตำรับ ในผงยา 99 กรัม ประกอบด้วย โกฐสอ โกฐเขมา โกฐจุฬาลัมพา แก่นจันทน์ขาวหรือจันทน์ชะมด แก่นจันทน์แดง ลูกกระดอม เถาบอระเพ็ด รากปลาไหลเผือก หนักสิ่งละ 12 กรัม พิมเสน หนัก 3 กรัม รูปแบบยาในปัจุบันมีทั้งยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด หาซื้อตามร้านยาได้ทั่วไป

ยาเขียวหอม ก็ได้รับการประกาศในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรเช่นกัน ในผงยา 90 กรัม ประกอบด้วย ใบพิมเสน ใบผักกระโฉม ใบหมากผู้หมากเมีย ใบสันพร้าหอม รากแฝกหอม หัวเปราะหอม แก่นจันทน์เทศหรือแก่นจันทน์ชะมด แก่นจันทน์แดง ว่านกีบแรด ว่านร่อนทอง เนระพูสี พิษนาศน์ มหาสดำ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ 5 กรัม ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไข้ ร้อนในกระหายน้ำ แก้พิษหัด พิษอีสุกอีใส (บรรเทาอาการไข้จากหัดและอีสุกอีใส) ผู้ใหญ่ กินครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำกระสายยา ทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ เด็กอายุ 6-12 ปี ครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ำกระสายยา ทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ

พิกัดเบญจโลธิกะ หมายถึงตำรับยามีสมุนไพร 5 อย่าง แก่นจันทน์ชะมด ต้นเนระพูสี ต้นมหาสะดำ แก่นจันทน์แดง และแก่นจันทน์ขาว สรรพคุณ แก้ไข้เพื่อดี แก้รัตตะปิตตะโรค แก้ลมวิงเวียน กล่อมพิษทั้งปวง ตัวยาเสมอภาค ต้มน้ำกิน ครั้งละ 1 แก้ว เช้า-เย็น

นอกจากนี้ ในตำราพื้นบ้านก็ยังมีตำรับยาเขียวใหญ่ ที่สูตรยาไม่เหมือนยาเขียวหอม (ในโอกาสหน้าจะนำมาเล่าสู่กันฟัง) ภูมิปัญญาดั้งเดิมด้านสุขภาพของไทยมีอยู่ในทุกภูมิภาค หากรัฐสนับสนุนทุนและเสริมสร้างให้เกิดการรวมนักวิชาการ ปราชญ์ หมอยาไทยรุ่นอาวุโสและรุ่นใหม่มาช่วยกัน นำเอากระบวนการวิจัยที่เหมาะสมกับภูมิปัญญาดั้งเดิมมาช่วยพัฒนาการแพทย์แผนไทย ก็ย่อมเป็นคำตอบในการดูแลสุขภาพได้อย่างสมสมัย

และเป็นการพัฒนาจากตำราในกระดาษสู่รูปธรรมการเปลี่ยนวิถีสุขภาพแนวใหม่ได้ด้วยแน่นอน

บทความก่อนหน้านี้ยานยนต์ : เจาะออปชั่นไฮเทค ‘HAVAL H6’ มาตรฐานใหม่เอสยูวีขนาดกลาง
บทความถัดไปไทม์เอาต์/SearchSri *สุดทางยุคทองของเบลเยียม?