อ่านเกมการเมือง อ่านอนาคตประยุทธ์ กับสุทิน คลังแสง ‘ยิ่งไล่ยิ่งสู้’ สัญญาณอันตราย

อ่านเกมการเมือง อ่านอนาคตประยุทธ์ กับสุทิน คลังแสง ‘ยิ่งไล่ยิ่งสู้’ สัญญาณอันตราย

สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย / ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยุบสภาแน่นอน แต่อาจจะไม่เร็วอย่างที่ทุกคนคาด

บางคนที่อาจจะคิดว่าปลายปีนี้ คิดว่ายังไม่ใช่ อย่างน้อยที่สุดคิดว่าต้องมีปัจจัยหลายอย่าง 1.ต้องให้งบประมาณผ่าน 2.ให้ได้ใช้งบประมาณ ให้มีการเซ็นสัญญาให้บางฝ่ายก็จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ และ 3.สำคัญที่สุดก็คือ จะต้องจัดการเรื่องวัคซีนให้ดีที่สุดก่อนที่จะเลือกตัดสินใจยุบสภา ถ้าเลือกตั้งท่ามกลางเรื่องวัคซีนที่ยังเป็นความโกลาหลกันอยู่แบบนี้ ก็จะรู้คำตอบดีว่าผลมันจะเป็นยังไง

ผมเลยคิดว่าเวลาที่ว่านี้อาจจะไม่รวดเร็วนัก ซึ่งผมคิดว่าปีหน้าอาจจะได้อีกสัก 1 ปีแกก็จะดันทุรังต่อไป เพราะคิดแล้ว ประเมินตัวเองแล้วว่าสภาคงทำอะไรไม่ได้ แม้ที่ผ่านมาฝ่ายค้านเราก็กระชากลากถูออกมาให้เห็นจนหมดเปลือกแล้ว แกก็คงคิดว่าไม่มีอะไรที่จะหนักไปกว่านี้ ก็ผ่านมาได้

ส่วนภาคประชาชน ก็คงประเมินไว้ว่าทำอะไรไม่ได้ ปัจจัยอื่นๆ ก็คงคิดว่าจัดการได้หมด

หากแกคิดว่าจะอยู่ ผมไม่อยากใช้คำว่าหน้าด้าน จะอยู่แบบไม่แยแสใครแกก็อยู่ได้

ไทม์ไลน์ของทางลงที่เหมาะสมที่สุด

ผมคิดว่าพองบประมาณผ่าน แล้วรีบแก้รัฐธรรมนูญ พอแก้เสร็จก็ถือว่าได้มีไม้ต่อให้ประเทศเดินหน้าได้ พวกคุณควรแก้รัฐธรรมนูญให้ประชาชนยอมรับ จากนั้นก็ลงหลังเสือลาออก นี่จะเป็นโอกาสที่ดีแล้วบ้านเมืองก็จะไม่เสียหาย

จะเลือกลาออกหรือจะเลือกยุบสภาก็ได้ถ้ากติกามันดีทุกคนยอมรับ ก็ยุบเลย ยุบในจังหวะที่บ้านเมืองไม่ได้บอบช้ำไป ผมคิดว่าอาจจะไม่เกินปีหนึ่งจะเหมาะสม

แต่ที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่า พวกเขากลัวถูกเช็กบิล ก็เป็นอย่างนี้ทุกคนแหละ คนขึ้นสู่อำนาจ ขึ้นหลังเสือแล้วก็ลงหลังเสือไม่ได้ ถ้าคุณคิดแบบนี้เหมือนกับคุณกำลังเดินตามผู้นำเผด็จการในหลายประเทศ ที่ต้องรีบเอาทายาทมาขึ้นต่อทันที ถ้าคุณคิดแบบนั้นคุณก็จะเป็นเหมือนเผด็จการเหล่านั้น

เพราะฉะนั้น เวลา 1 ปีที่เหลืออยู่ตามไทม์ไลน์ที่ผมว่าไป คุณก็ต้องรีบเคลียร์ตัวเองถ้าคุณจริงใจมันเคลียร์ได้ แต่ถ้ายิ่งอยู่ต่อไปคุณจะยิ่งสะสมคดี จะยิ่งสะสมข้อหาที่เขาเตรียมจะเล่นงานพวกคุณทุกเมื่อ หากคุณลงอำนาจเมื่อไหร่ก็มีคนรออยู่ดี

ส่วนเกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญมองว่าเป็นเกมที่ให้ยื่นเข้ามา

อย่างพรรคพลังประชารัฐตอนยื่นก็ไม่ได้คิดเอาจริงหรอก มันเป็นเกมที่เขายื่นมาเพื่อจะทำให้เกิดปัญหาทำให้ฝ่ายตรงข้ามอ่อนแอ ให้คู่ต่อสู้ทะเลาะกัน แตกความสามัคคีกัน

นี่คือการยื่นเพื่อเป็นเกมในพรรคร่วมรัฐบาล เป็นการปรามพรรคร่วม พรรคเล็กให้หงอไม่หืออือ และขอจัดการเรื่อง กมธ.ให้ได้ พรรคร่วมพรรคเล็กก็สงบ

เหตุผลต่อมาหากเขายื่นก็เป็นการแสดงให้เห็น ทำเขาให้ดูดี ว่าทำอะไรสอดคล้องกับฝ่ายประชาธิปไตย เหมือนเป็นการไถ่บาปเพราะว่าคราวก่อนเขาเป็นผู้ที่ล้มมาแล้วกับมือ แล้วดูเหมือนว่าทุกอย่างดูรีบไปหมด

ชัดที่สุดคือคุณไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ก่อนหน้านี้ปีที่แล้วยังไม่ใช่ท่าทีแบบนี้ มันเหมือนเป็นความคิดที่ปัจจุบันทันด่วน มันจะต้องมีอะไรสักอย่าง ผมไม่เชื่อว่ามันจะเกิดจากมโนธรรมที่บริสุทธิ์ อาจจะต้องเกิดจาก “มโนอธรรม”

ดังนั้น การกลับมาอีกสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงได้กลับมาแน่ ไม่ใช่เรื่องที่เกินคาดฝัน รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาจึงเป็นอะไรที่ล็อกสเป๊กเพื่อให้เผด็จการเป็นนายกฯ

ในความรู้สึกส่วนตัวก็คิดว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากแก้รัฐธรรมนูญเท่าไหร่หรอก นอกจากไม่อยากแก้แล้ว เขายังมีแนวคิดต่อต้านด้วยซ้ำ

แต่ก็คิดว่าหลังจากนี้เขาจะลำบากขึ้นเรื่อยๆ ทางก็แคบลงเรื่อยๆ เขาจะทำอะไรคงไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา หากจะอยู่จนครบเทอม แผลก็เต็มตัวแล้ว หากยังมาต่ออีกสมัยก็เรียกว่าช้ำมากๆ

ด้วยกลไกกฎหมายที่ออกแบบอาจจะกลับมาได้ แต่ความชอบธรรม วิกฤตศรัทธาประชาชน มันจะเกิดขึ้น แล้วเขาจะหมดความชอบธรรมไปในไม่นาน

ท่าทีที่ผ่านก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์เคยบอกว่า “จะอยู่อีกปีเดียว” แต่แล้วก็มีการไปพูดที่วุฒิสภาว่าจะอยู่จนครบ “ยิ่งไล่ยิ่งสู้”

ผมคิดว่าแกต้องการเอาชนะและพยายามพูดเพื่อต้องการจะเรียกความเชื่อมั่น ถ้าจะพูดว่าจะยุบใกล้ๆ ในเร็วๆ นี้ ข้าราชการจะเข้าเกียร์ว่าง ต่างประเทศ นักลงทุนต่างๆ ก็เข้าเกียร์ว่างหมด มันเป็นเรื่องไม่ดีต่อใครเลย ในการที่อายุรัฐบาลไม่มีความแน่นอนมันบริหารประเทศได้ยาก

ดังนั้น พอถ้าแกนึกขึ้นมาได้แกก็ต้องพูดมาใหม่เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

ถามว่าเป็นไบโพลาร์หรือไม่? ก็มีส่วน แต่ทั้งหมดนี้คือเชื่อไม่ได้ และตัวผมเองก็ไม่เคยเชื่อที่พูดมาทั้งหมด

อย่างแกบอกไม่ยึดอำนาจแกก็ยึด พอยึดแล้วจะบอกว่าไม่อยู่ต่อ ไม่เป็นต่อ อยู่ไม่นาน ก็ยังสืบทอดอยู่

นี่เรื่องใหญ่ๆ หลักๆ หลายๆ อย่างที่มันควรจะเป็นคำตอบของประเทศควรจะชี้เป็นชี้ตายชี้อนาคตประเทศได้ แกก็พูดแบบเชื่อไม่ได้ มาวันนี้แกบอกจะอยู่ต่อ อยู่จนครบเทอม ผมก็ไม่เชื่ออะไรทั้งสิ้น ผมคิดว่ามันแล้วแต่กรรมแต่เหตุในระหว่างทางที่จะเดินจากนี้ไป

แต่สิ่งที่แต่อันตรายที่สุดก็คือคำว่า “ยิ่งไล่ยิ่งสู้” ผมมองว่านี่เป็นกรอบคิดที่อันตราย การคิดแบบเอาชนะประชาชน คนเราควรจะออกไปก็เพราะว่าทำงานไม่ได้ ถ้าทำงานไม่ได้ ประชาชนลำบาก ประเทศไปไม่ไหว ก็ลาออก แบบนี้คือสิ่งที่น่ารักน่าฟังและมีความหวังเพราะเชื่อประชาชน เคารพประชาชน เห็นแก่ส่วนรวม

แต่การที่เขาบอกว่ายิ่งไล่ยิ่งสู้ ต่อให้บ้านเมืองจะถล่มทลายชิบหายวายวอด คนจะล้มตายก็ช่างมัน จะเอาชนะ คุณไล่ผม ผมไม่ออก การคิดแบบนี้เป็นอันตรายมาก

วินาทีแรกที่ผมได้ยินผมยังตกใจเลย เหมือนคนบ้าคลั่งไปแล้ว มันหมดสติไปแล้วจะอยู่เพื่อเอาชนะคน ไม่ได้อยู่เพื่อที่จะทำประโยชน์ แบบนี้มันเหมือนกับผู้นำในประเทศเผด็จการที่ยิงกันเอาให้ตาย นี่แหละที่อันตรายมาก

สำหรับปัจจัยหรือตัวแปรที่ทำให้จะอยู่หรือไป คือพรรคร่วมรัฐบาล กวนมากๆ คุมไม่อยู่แล้วนี่ก็เป็นไปได้ประการแรก อีกปัจจัยคือต้องมีใครมาบอก ไม่รู้ว่าจะมีใครบอกแกแล้วแกฟัง แกเชื่อหรือเปล่าว่าให้พอ แกเชื่อใครก็คนนั้นแหละ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ใช่ปัจจัยในหัวใจของเขาเลย

สิ่งที่อยากบอกกับ พล.อ.ประยุทธ์

ผมอยากจะบอกว่า ชีวิตหนึ่ง ถ้าท่านคิดว่าจะทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ท่านทำมามากแล้ว ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกก็ถือว่าสุดๆ แล้ว

และยิ่งถ้าคุณมีความคิดว่าคุณยึดอำนาจมาเพื่อประเทศชาติ และถ้ายังคิดว่าหลังจากยึดอำนาจแล้ว จะมาวางพื้นฐานประเทศ 7 ปีมันก็นานเพียงพอแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องประเมินตัวเองได้แล้ว สำหรับการทำงานเพื่อบ้านเมืองมันมากเกินไป

ถ้าคิดว่าอยากได้อะไรจากบ้านเมืองนี้ก็ได้พอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งทางทหารสูงสุด เกียรติยศในฐานะนายกรัฐมนตรี ทรัพย์สินเงินทองผมคิดว่าคุณก็ได้เยอะพอแล้ว

มันถึงจุดหนึ่งที่จะต้องให้โอกาสกับประชาชน กับประเทศชาติ วันนี้ท่านต้องคิดด้วยมโนธรรมจริงๆ อย่าไปติดยึดกับเสียงรอบข้างมากนัก ถ้าหากอยากรู้ว่าประชาชนมีชีวิตยังไง อดอยากลำบากยังไงให้ไปดูโซเชียล และยอมรับความจริงได้แล้ว แล้วอย่าไปเชื่อกับโพลที่พวกคุณคิดขึ้นมาเอง ทำมาหลอกตัวเองจนคุณเชื่อเอง หลอกคนอื่นจนกลับไปเชื่อด้วยแล้วคุณก็อยู่ต่อ ที่สำคัญที่สุด อย่าไปคิดเอาชนะประชาชนด้วยการอยู่เพื่อเอาชนะ หากคุณต้องการอยู่คุณต้องชนะใจชาวบ้าน

ฉะนั้น ถ้าถึงเวลาพอมันต้องพอ ไม่ควรที่จะดึงดันต่อไป ต้องมองโลกแห่งความจริงแล้วคิดว่ามันมีคนอื่นที่เขามีศักยภาพทำงานได้ ในประเทศนี้เมืองนี้ยังมีอยู่

และสุดท้ายถ้าคิดจะอยู่ต่อ ฝากคุณประยุทธ์ไปคิดไปถามตัวเองว่า สิ่งหนึ่งที่คุณประยุทธ์ทำไม่ได้เลย แล้วจะยิ่งยากขึ้นด้วยหลังจากนี้ คือการเรียกความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

มันไม่มีทางที่คุณจะทำได้

ถ้าคุณเรียกความเชื่อมั่นไม่ได้ยังไง คุณก็ไม่มีทางบริหารประเทศได้ นี่อยากจะฝากให้คุณคิด

ชมคลิป

บทความก่อนหน้านี้เครื่องเคียงข้างจอ : บททดสอบของโลก / วัชระ แวววุฒินันท์
บทความถัดไปเรื่องสั้น : ศิลปะจัดวาง ‘ความสูญสลาย’ / เออเนสซองส์