‘ธิษะณา ชุณหะวัณ’ บนเส้นทางการเมือง ท่ามกลาง ‘ตราบาป’ ที่ไม่ได้ก่อ/รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ

ภาวิณีย์ เจริยยิ่ง

 

‘ธิษะณา ชุณหะวัณ’

บนเส้นทางการเมือง

ท่ามกลาง ‘ตราบาป’ ที่ไม่ได้ก่อ

 

หากใครติดตามข่าวคราวทางการเมืองอาจคุ้นชื่อ “แก้วตา” ธิษะณา ชุณหะวัณ หนึ่งในแกนนำคณะ Re-solution ที่จัดกิจกรรมให้ร่วมลงชื่อแก้รัฐธรรมนูญ ในแคมเปญ #ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ร่วมกับ iLaw, พรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า เป้าหมายสำคัญคือ ยกเลิก ส.ว., ปฏิรูปองค์กรอิสระ เพื่อถอดถอนระบบ คสช. รวมไปถึงการยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขณะนี้ได้ 150,000 กว่ารายชื่อแล้ว พร้อมยื่นต่อสภา

สาวสวยวัย 30 ปีคนนี้ เป็นลูกสาวคนโตอาจารย์โต้ง-ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ-อโนทัย ชุณหะวัณ ลูกชายคนเดียวของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 และท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ มีน้องสาว 1 คนชื่อขวัญตา-สิริจรรยา ชุณหะวัณ นางแบบสาวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

วันก่อนนัดสนทนากับหลานสาวอดีตนายกฯ ที่บ้านในซอยราชครู อันเป็นบ้านเก่าแก่ของ พล.อ.ชาติชาย ซึ่งอาจารย์โต้งก็อาศัยอยู่ที่นี่ด้วยจนเสียชีวิตเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่อยู่กันคนละหลังในพื้นที่กว้างขวางประมาณ 3 ไร่ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่น้อย โดยตอนนี้แบ่งบ้านสามหลังให้เช่าทั้งออฟฟิศและร้านกาแฟ

คุณแก้วตาที่ใช้คำแทนตัวเองว่าแก้ว เกริ่นที่มาที่ไปของการมาร่วมกิจกรรมทางการเมืองว่า ร่วมขับเคลื่อนกับกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า-CONLAB มาได้ 2 ปีแล้ว หลังการเลือกตั้งปี 2562 เป็นการจัดกิจกรรมทั่วประเทศในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน หรือเป็นของตัวเอง จะมีแบ่งเป็นฐานต่างๆ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญในหมวดต่างๆ เช่น สิทธิเสรีภาพ ระบบเลือกตั้ง ส.ว. ส.ส. คณะบริหาร ตุลาการ องค์กรอิสระ เป็นต้น และจะให้แต่ละคนเลือกฟรีสไตล์เลยว่าอยากเลือกแบบไหน ทั้งนี้ ในกลางเดือนสิงหาคม จะเปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้คนมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับของตนเองออนไลน์ได้

เธออธิบายว่า ปกติแล้วคนทั่วไปมักคิดว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหรือปากท้องของประชาชน แต่การให้ความรู้พื้นฐาน จะชี้ให้เห็นว่าทำไมกระบวนการนิติบัญญัติ และการจัดสรรงบประมาณในสภา ถึงเป็นผลกับเศรษฐกิจและปากท้องประชาชนโดยตรง ซึ่งการที่กระบวนการนิติบัญญัติไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลแล้วก็ไม่มีอำนาจ และที่มาไม่ยึดโยงกับประชาชน ทำให้เกิดติดขัดหรือสภาเดตล็อก ที่สภาล่างโหวตให้ผ่านมติ แต่สภาสูงตีตกตลอด เป็นเพราะการแต่งตั้งจากคณะ คสช. ซึ่งจะโหวตให้กับคณะผู้มีอำนาจมาโดยตลอด

“เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลกึ่งผสมเผด็จการ แม้จะมีการเลือกตั้ง แต่ว่ามีการรวบอำนาจในสภาสูง ก็คล้ายๆ กับพม่าก่อนโดนรัฐประหาร ที่มีทหาร 25 เปอร์เซ็นต์นั่งในสภา 25 เปอร์เซ็นต์ตรงนี้แต่งตั้งโดยรัฐบาลทหารอยู่ จึงไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ อันนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ออกมาขับเคลื่อนหลังเลือกตั้ง 2562”

หลังจากนั้นก็ขับเคลื่อนกับกลุ่มไอลอว์ (ILaw : โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน) ช่วยล่ารายชื่อจนกระทั่งได้มา 100,800 กว่ารายชื่อ แล้วก็ส่งเข้าสภา แต่ถูกตีตกโดย ส.ว.

: เริ่มสนใจการเมืองเมื่อไหร่ มีเป้าหมายจะลงเล่นการเมืองใช่ไหม

สนใจมาตั้งแต่เด็กแล้วเพราะเคยไปเคลื่อนไหวกับคุณพ่อมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสร้างเขื่อนไซยะบุรี ก็ไปประท้วงต่อต้าน และโรงงานไฟฟ้าถ่านหินบ้านกรูดก็ไปเดินขบวนกับเขา นอกจากนี้ ยังไปเดินรณรงค์ให้สร้างหอศิลป์กรุงเทพ ไปล่ารายชื่อจนได้มา 50,000 กว่ารายชื่อ กระทั่งได้สร้างหอศิลป์จนถึงทุกวันนี้ เรียกว่าสนใจการเมืองมานาน อีกทั้งเรียนมาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็มีเรียนรัฐศาสตร์ด้วย

ส่วนเรื่องการลงการเมืองนั้น ถ้าหากว่าสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุดก็คงจะทำ แต่ถ้าลงแล้วไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลง อย่างที่ลงแล้วโดยที่มี ส.ว.แต่งตั้ง มีองค์กรอิสระ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ยังคงแต่งตั้งโดย คสช. เราก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ เพราะว่าตอนนี้มันเดตล็อกอยู่ มันติดหล่มอยู่

: สนใจพรรคการเมืองไหนบ้าง

ยังไม่แน่ใจ ตอนนี้ก็มีร่วมงานกับพรรคก้าวไกลอยู่ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงตอนไหน สาเหตุที่มาร่วมงานกันเพราะมีอุดมการณ์คล้ายคลึงกัน

: ได้แรงบันดาลใจหรือแนวคิดอะไรจาก พล.อ.ชาติชายบ้าง

คุณปู่เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ค่อนข้างกว้างไกล ทราบถึงเศรษฐกิจโลก มองว่าวันหนึ่งจีนจะต้องเป็นใหญ่แน่ๆ ตอนนั้นก็ไปทำสัมพันธไมตรีและไปทำการค้ากับจีน ซึ่งเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศแรกที่ได้ค้าขายกับจีน เป็นคนที่สามารถมองวิถีทางเศรษฐกิจได้ค่อนข้างก้าวหน้า และเป็นคนที่รับฟังความเห็นของคนรุ่นใหม่ โดยใช้ทีมงานบ้านพิษณุโลก ซึ่งคุณพ่อก็เป็นหนึ่งในที่ปรึกษานั้น

: หลายคนมองว่าอายุขนาดนี้ถ้าเล่นการเมืองน่าจะไปได้ด้วยดี เพราะมาจากตระกูลใหญ่

ไม่ได้มองว่าเป็นข้อได้เปรียบ เพราะมีคนที่วิพากษ์วิจารณ์ตระกูลค่อนข้างเยอะพอสมควร ทั้งคุณพ่อเองที่เคยออกมากับ กปปส. ก็ยังถูกวิจารณ์มาถึงวันนี้ มีคนในอินเตอร์เน็ตชอบขุดภาพ ในวันที่คุณพ่อขึ้นเวที กปปส.มาตลอด คิดว่าไม่น่าจะสลัดภาพตรงนี้ไปได้

อีกอย่างในประวัติศาสตร์ ในปี 2480 จอมพลผิน ชุณหะวัณ เคยทำรัฐประหารคณะราษฎร ซึ่งเป็นที่รักของกลุ่มประชาธิปไตยหลายๆ กลุ่ม แล้วก็ได้รัฐธรรมนูญกษัตริย์นิยมมา ซึ่งพระมหากษัตรย์เป็นผู้แต่งตั้งสภาสูง หรือ ส.ว. แทนที่จะเป็น คสช. อันนี้คือความแตกต่างระหว่างรัฐธรรมนูญ 2560 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2490 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 4 ที่คณะรัฐประหาร อันมี พล.ท.ผิน นายทหารกองหนุน เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารที่เป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นเอง และขอพระบรมราชโองการประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2490 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2492 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 5 จัดทำขึ้นโดยองค์กรที่เรียกว่า “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” เป็นครั้งแรก

รัฐธรรมนูญมีเนื้อหาที่เป็นประชาธิปไตย และมีแนวความคิดกษัตริย์นิยม และได้วางรูปแบบระบบการปกครองในระบบรัฐสภาแบบสองสภาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และวุฒิสภามาจากการเลือกและแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ ซึ่งในปี 2492 กษัตริย์แต่งตั้งสภาสูงทั้งหมด ส่วนรัฐธรรมนูญปี 2560 คสช.แต่งตั้งตัวเองเข้ามาเป็น ส.ว. และเลือกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ

ถามว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่รวมอำนาจไหม ก็รวมอำนาจเหมือนกัน เป็นรัฐธรรมนูญผสมกึ่งเผด็จการเหมือนกัน เพราะสมัยจอมพลผินยังมีเลือกสภาล่าง ซึ่งเหมือนกับสมัยนี้เลย ทุกครั้งที่มีการทำรัฐประหาร จะเกิดรัฐธรรมนูญกึ่งผสมแบบนี้ และมีบทเฉพาะกาลเกิดขึ้นมา แต่รัฐธรรมนูญ 2492 จะมีความแตกต่างตรงที่กษัตรย์นิยมมากกว่า

“อันนี้เป็นหนึ่งในตราบาปที่ติดตามมาโดยตลอดว่าทวดเราเคยทำรัฐประหาร และอาจจะเป็นกงเกวียนกำเกวียนที่ปู่เราก็ถูกปฏิวัติเอาทีหลัง”

: ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากจะให้คนในตระกูลชุณหะวัณทำหรือไม่ทำอะไร

ทวดทำรัฐประหารอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ความจริงตัวเองชอบรัฐธรรมนูญฉบับนั้น (2475) เหมือนกัน เพราะมีความคล้ายคลึงกับกฎบัตร Magna Carta (1215) โดยเฉพาะที่มาของกฎบัตร Magna Carta และธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.2475 เป็นหลักฐานในลายลักษณ์อักษรที่สถาบันพระมหากษัตริย์ยอมอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญในการเปลี่ยนผ่านจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ไม่มีที่จำกัด ไปยังประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

คิดว่าการทำรัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตย ที่อำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชนและไม่ใช่กองทัพ และหลังจากนั้นก็เกิดรัฐประหารมาโดยตลอด อันนี้เป็นตราบาปที่ติดตัวติดตระกูลเรา และมีอีกหลายเรื่องที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้แล้ว อย่างเช่น การอุ้มหายของคุณหะยีสุหลง ซึ่งคุณลุงของคุณพ่อที่เป็น ผบ.ตร.ตอนนั้น อาจมีส่วนในการกระทำแบบนั้น อย่างไรก็ตาม ทั้งคุณพ่อและแก้วก็ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวของเขาโดยตรงกับเรื่องที่เกิดขึ้น

: ในมุมมองคนรุ่นใหม่มองมองสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไร

พล.ประยุทธ์ไม่สามารถที่จะหยุดสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ ในเมื่อข้อมูลออกสู่สาธารณะแล้วในเรื่องของการทุจริต ในความวิปริตของ ส.ว.ที่แต่งตั้งมาแล้วไม่มีการยึดโยงกับประชาชน และอำนาจที่ได้มาไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระหรืออะไรต่างๆ นานา เพราะสมัยนี้ไม่ใช่ที่ผู้คนจะดูทีวีแค่ 3 5 7 9 แล้ว สามารถที่จะมีการไหลของข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต เด็กๆ นักเรียน นักศึกษาได้รับข้อมูลจากทุกช่องทาง

ดังนั้น ไม่สามารถที่จะปิดกั้นได้เหมือนสมัยก่อนแล้ว เขาไม่สามารถหยุดสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว เพราะอย่างไรก็ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะช้าก็เร็ว และก็จะได้ประชาธิปไตยในที่สุด

ทั้งหมดนี้คงทำให้ได้เห็นกันแล้ว เหลนของจอมพลผิน หลานสาว พล.อ.ชาติชาย และลูกสาวของอาจารย์ไกรศักดิ์ ที่ชื่อ “ธิษะณา ชุณหะวัณ” มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในนำการเมืองไทยไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แม้จะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ในเร็ววันก็ตาม

บทความก่อนหน้านี้นับถอยหลัง! สหรัฐปิดฉากสงครามอัฟกานิสถาน/บทความต่างประเทศ
บทความถัดไป‘โควิดในกทม.หนักมากๆ’ หมอสุภัทรแจงเหตุผลที่ ‘หมอชนบทต้องบุกกรุง’