นพมาส แววหงส์ : SING STREET “สุขแกมเศร้า”

นพมาส แววหงส์

อีกครั้งผู้กำกับฯ จอห์น คาร์นีย์ (Once, Begin Again) ใช้เนื้อหาเกี่ยวกับดนตรี แบบที่เขาถนัด และนำเสนอตัวละครเด็กหนุ่มวัยรุ่นในเมืองดับลิน ไอร์แลนด์ ใน ค.ศ.1985

นี่เป็นหนังอินดี้ที่ใช้ดนตรีเป็นจุดศูนย์กลาง และมีเรื่องราวแบบคอเมดี้ที่น่าประทับใจ

คนที่ชอบหนังแบบ Billy Elliot –ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กชายจากครอบครัวคนใช้แรงงาน มีความใฝ่ฝันจะเป็นนักบัลเล่ต์ และทำให้ความใฝ่ฝันนั้นกลายเป็นจริงในที่สุด -จะต้องถูกรสนิยมกับหนังเรื่องนี้แน่ๆ

ค.ศ.1985 เป็นปีที่เกิดนวัตกรรมใหม่สำหรับวงการดนตรี นั่นคือ มิวสิกวิดีโอ ซึ่งใช้เป็นสื่อในการโปรโมตอัลบั้มเพลงใหม่ๆ ของนักร้องชื่อดัง โดยใช้ภาพและเรื่องราวประกอบเพลง

คอเนอร์ (เฟอร์เดีย วอลช์-พีโล) กับครอบครัวนั่งดูและวิพากษ์วิจารณ์สื่อทางดนตรีรูปแบบใหม่อย่างตื่นตาตื่นใจ

คอเนอร์เป็นเด็กชายวัยสิบสี่ที่เล่นดนตรีได้พอประมาณ เวลาพ่อแม่เป็นปากเป็นเสียงกัน เขานั่งดีดกีตาร์เป็นเพลงที่มีเนื้อหาล้อเลียนการทะเลาะกัน

เขามีพี่ชายชื่อเบรนดัน (แจ็ก เรย์เนอร์) ซึ่งสะสมแผ่นเสียงไว้มากมาย และดูจะรู้ไปหมดในเรื่องดนตรี

แต่เบรนดันเรียนไม่จบชั้นมัธยม เขาต้องออกจากโรงเรียนเนื่องจากฐานะของครอบครัวเริ่มยอบแยบ ให้น้องสาวซึ่งเรียนเก่งได้เรียน

และคอเนอร์ซึ่งเป็นน้องชายคนเล็ก ก็ต้องย้ายจากโรงเรียนเอกชนค่าเล่าเรียนแพง มาอยู่โรงเรียนคาทอลิก ซึ่งประกอบด้วยเด็กจากครอบครัวมีปัญหาสารพัดสารพัน

คอเนอร์ก็กำลังจะกลายเป็นเด็กมีปัญหาอีกคน เนื่องจากพ่อแม่กำลังจะแยกจากกัน (ถึงแม้ว่าจะหย่าขาดกันไม่ได้ เนื่องจากไอร์แลนด์เป็นคาทอลิก ที่ไม่อนุญาตให้หย่ากันได้ง่ายๆ) เนื่องจากแม่ไปมีแฟนใหม่

ในวันแรกของการย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนที่ชื่อ Synge Street School คอเนอร์เจอเรื่องร้ายๆ หลายเรื่อง

SingStreetRunning.0.0

เรื่องแรกคือครูใหญ่บอกว่ากฎของโรงเรียนกำหนดให้นักเรียนสวมรองเท้าสีดำ แต่คอเนอร์สวมรองเท้าสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งพ่อแม่ซื้อให้ก่อนจะรู้กฎของโรงเรียน คอเนอร์ไม่คิดว่าพ่อแม่จะยอมเสียเงินซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้เขาอีก

ซึ่งนั่นทำให้เขาโดนทำโทษด้วยการให้ถอดรองเท้าทิ้งไว้หน้าห้องครูใหญ่ และเดินเท้าเปล่าไปทั่ว จนกว่าจะทำตามกฎ

นอกจากนั้น ความเป็นเด็กใหม่หน้าเด๋อๆ ทำให้คอเนอร์โดนแกล้ง โดนชกต่อยโดยนักเรียนอันธพาล

ซึ่งทำให้เขาได้รู้จักกับ แดร์เรน (เบน คาโรลาว) ซึ่งจะกลายเป็นเพื่อนรักของเขาต่อมา

อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางกลับบ้าน คอเนอร์ได้เจอสาวน้อยวัยสิบเจ็ดที่ยืนอยู่หน้าอาคารหลังหนึ่ง และติดใจจนพาตัวเข้าไปรู้จัก เธอชื่อราฟีนา (ลูซี่ บอยน์ตัน) เมื่อถูกถาม เธอก็บอกว่าเธอไม่ได้เรียนหนังสือ แต่มีความหวังจะเป็นนางแบบอาชีพ พ่อเธอเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนแม่เป็นโรคคลุ้มคลั่งเดี๋ยวสุขเดี๋ยวเศร้า

เพื่อหาโอกาสเจอเธออีก คอเนอร์ชวนเธอมาแสดงในมิวสิกวิดีโอสำหรับวงดนตรีของเขา ซึ่งเธอก็แสดงความสนใจ ในระหว่างที่รอจะเดินทางไปลอนดอนเพื่ออนาคตทางด้านอาชีพ

ปัญหาสำหรับคอเนอร์ในตอนนั้น คือ เขายังไม่มีวงดนตรีอะไรจะให้เธอมาแสดงด้วยซ้ำ เขาจะต้องตั้งวงในฉับพลัน

และปรากฏว่าแดร์เรน เพื่อนใหม่ เนรมิตให้เขาได้หลายอย่าง อย่างแรกคือพาไปรู้จักกับ อีมอน (มาร์ก แม็กเคนนา) ซึ่งวันๆ ไม่ทำอะไร นอกจากเล่นกับกระต่าย แต่อีมอนมีพ่อเป็นนักดนตรี และเขาเล่นเครื่องดนตรีได้เกือบทุกชนิด รวมทั้งมีเครื่องดนตรีครบครันอยู่ที่บ้าน

และเพียงแต่ชวนเพื่อนอีกสองคนมาร่วมเล่น ก็ครบวง เริ่มซ้อมกันได้

นี่คือที่มาของ Sing Street ซึ่งเป็นชื่อวงของเด็กกลุ่มนี้ ที่ตั้งชื่อเลียนชื่อโรงเรียน

Sing-Street-Still-2

เพลงแรกที่เล่นและอัดเสียงไปให้เบรนดันวิจารณ์ เบรนดันบอกว่าส่งกลิ่นเหม็นจนเปิดประตูไล่เท่าไหร่ก็ยังไม่หายเหม็น

และเบรนดันแนะให้น้องชายแต่งเพลงใหม่สำหรับวงของตน นั่นคือที่มาของเพลง The Riddle of the Model และอีกหลายๆ เพลงที่คอเนอร์แต่ง ด้วยความช่วยเหลือของอีมอน

รวมทั้งเพลงแบบ “สุขแกมเศร้า” ที่คอเนอร์แต่งตามรสนิยมของราฟีนา

สุขแกมเศร้า คือมู้ดที่ประมวลไว้ในเรื่องทั้งหมด ตัวละครทุกตัวไกลจากความสมบูรณ์แบบ แต่มีตำหนิหรือบาดแผลในชีวิตที่ค่อนข้างร้ายแรง และหาทางออกด้วยยาเสพติด เหล้า มีชู้ ทำตัวเป็นอันธพาลข่มคนอื่น หรือทนอยู่กับชีวิตขมขื่นของตัวเอง ฯลฯ

ทางเดียวที่จะมีอนาคตอันรุ่งเรือง พ้นไปจากบาดแผลเหล่านั้น คือ หนีไปสู่ลอนดอน

ฉากตอนจบที่คอเนอร์ขอให้พี่ชายขับรถไปส่งที่ท่าน้ำ เพื่อขับเรือเล็กๆ ฝ่าคลื่นลมไปสู่ลอนดอน เป็นฉากที่กินใจที่สุด ไม่ใช่จากการที่คอเนอร์ตัดสินใจไป แต่จากปฏิกิริยาของเบรนดัน ที่ดีใจแทนน้องชายที่กล้าพอจะออกไปเผชิญโลกกว้างแทนตัวเขาซึ่งอยู่อย่างซังกะตายไปวันๆ โดยไม่ทำอะไร

คำอุทิศท้ายเรื่อง ที่บอกว่า “สำหรับพี่ชายน้องชายทั่วโลก” สร้างความตื้นตันอย่างชื่นใจและเป็นการลงสรุปเรื่องราวนี้ได้อย่างดีเยี่ยม

 

นี่เป็นหนังตลกแบบสุขแกมเศร้านะคะ เราติดตามชีวิตของเด็กหนุ่มหน้าตาน่าเอ็นดูซึ่งกำลังอยู่ระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต และตัดสินใจแบบก้าวกระโดดออกเผชิญโลกกว้างและฝ่าฟันต่อสู้ด้วยพลังใจล้วนๆ

แอ๊กติ้งของนักแสดงทุกคนเหมาะเจาะลงตัว โดยเฉพาะบทของคอเนอร์ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าเพิ่งจะแสดงหนังเป็นเรื่องแรก แต่เขาเล่นได้อารมณ์ประณีตและละเอียดมาก

ส่วน แจ็ก เรย์เนอร์ ที่เล่นเป็นพี่ชายนั้น สมควรได้รับรางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมจากสถาบันใดสถาบันหนึ่งเลยค่ะ

SING STREET
กำกับการแสดง
John Carney

นำแสดง
Ferdia Walsh-Peelo
Jack Reynor
Lucy Boynton
Aldan Gillem
Ben Carolau
Mark McKenna