เครื่องเคียงข้างจอ : วัคซีนทางโลก / วัชระ แวววุฒินันท์

วัชระ แวววุฒินันท์
(ซ้าย) "ไมเคิล เฟลป์ส" นักว่ายน้ำชื่อดังชาวอเมริกัน (ขวา) "นาโอมิ โอซากะ" นักเทนนิสอาชีพ

 

วัคซีนทางโลก

 

ยามนี้คงไม่มีเรื่องใดฮอตฮิตติดเรตติ้งได้มากกว่าเรื่อง “วัคซีน” เป็นแน่แท้

ตอนที่เครื่องเคียงข้างจอฉบับนี้วางแผง เลยวันที่ 7 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลประกาศดีเดย์ให้เริ่มกระจายวัคซีนทั่วประเทศ ซึ่งคงพอทราบแล้วว่าสถานการณ์การฉีดวีคซีนเป็นไปตามแผนมากน้อยเพียงใด

วัคซีน สำหรับอารมณ์คนไทยนี่มันไบโพลาร์ชัดๆ

คือเดี๋ยวก็โหยหา จะได้ฉีดเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็หวั่นไหว ฉีดดีไหม ถ้าฉีดตัวไหนดี จับอารมณ์อันแปรปรวนของผู้คนได้ยาก

แต่ก็พอเข้าใจได้ เพราะต้องยอมรับว่ากระแสข่าวคราวที่เกิดขึ้นตอนนี้มันชวนสับสนสิ้นดี รวมกับการผสมผเสของข่าวลวงต่างๆ เข้าไปอีก ผู้คนเลยเป็นงงกันถ้วนหน้า

สมัครแล้ว ได้รับการนัดหมายแล้ว จู่ๆ ก็เหมือนโดนแฟนทิ้ง ยกเลิกซะงั้น จะได้ฉีดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ถ้าเป็นแฟนจริงๆ คงตามไปต่อว่าถึงบ้านได้ แต่นี่ไม่รู้จะโวยวายกับใครดี

แต่เอาเถอะ อย่างน้อยการได้ฉัดวัคซีนย่อมดีกว่าไม่ได้ฉีดอยู่แล้ว ฉีดตัวไหนก็ไม่ว่า ขอให้ได้ฉีดละกัน

ตอนนี้เลยเหมือนเป็นประโยคไว้ทักทายเวลาเจอหน้ากัน

“ฉีดวัคซีนรึยัง?” “จองคิวหรือยัง ได้วันไหน ที่ไหน?”

 

มีน้องที่รู้จักคนหนึ่งเป็นนักร้อง แน่นอนที่ยามนี้ย่อมได้รับผลกระทบจากการไม่มีงานจ้าง แต่ยังดีที่ตัวเขาได้รับการฉีดครบไปแล้วสองเข็ม จึงได้โพสต์ลงพื้นที่โซเชียลของตนเอง โดยติดแฮชแท็กว่า #นักร้องสองเข็ม เป็นการระบุสเตตัสที่เข้าทีไม่น้อย บอกเป็นนัยๆ ว่า จ้างงานผมได้แล้วนะครับ ปลอดภัยแน่นอน ฮะ ฮะ ฮา…

เห็นไหมครับว่าวัคซีนเปลี่ยนชีวิตได้จริงๆ

ที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีน เพราะรู้สึกว่าวัคซีนจะเป็น “เกราะป้องกันไวรัสโควิด-19” ได้

เป็นวัคซีนที่คนเราแสวงหามาเพื่อ “ป้องกันภัยทางโรค”

แต่การดำเนินชีวิตให้เรียบร้อย ราบรื่น ไม่ได้มีเพียงความสุขจากการปลอดโรคเท่านั้น แต่ต้องมีความสุขจากภัยทางโลกอีกด้วย

ภัยทางโลกที่เกิดจากการดำเนินชีวิตในทางที่ผิดพลาด บิดเบี้ยว มีกิเลส ความอยากได้อยากมีจนเกินพอดี หรือภัยที่มาจากคนอื่นที่เกินการควบคุมของเรา นั่นก็ด้วย

วัคซีนทางโรคมีแล้ว แต่วัคซีนทางโลก ที่จะทำให้เราปลอดภัยล่ะมีรึยัง?

 

ใครที่เป็นคอกีฬาโดยเฉพาะกีฬาเทนนิสอาจจะได้รับรู้เรื่องนี้มาบ้างแล้ว นั่นคือการแข่งขันเฟรนช์โอเพ่นที่จวนจะถึงไคลแมกซ์อยู่วันสองวันนี้แล้ว ในการแข่งขันแกรนด์สแลมนี้ตอนนี้ไม่มีนักเทนนิสระดับแถวหน้า คือ “นาโอมิ โอซากะ” ร่วมดวลแร็กเก็ตด้วย

เหตุผลก็คือ เธอปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการแถลงข่าวหลังการแข่งขันในทุกนัด ซึ่งเป็นธรรมเนียมและเป็นกฎปฏิบัติของการแข่งขันในระดับแกรนด์สแลม ไม่ว่าคุณจะแพ้หรือชนะ หลังการแข่งขันคุณต้องขึ้นโต๊ะเพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์

นาโอมิประกาศที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ฝ่ายผู้จัดบอกว่าไม่ได้ ถ้าไม่ให้สัมภาษณ์ก็ต้องถูกปรับเป็นเงิน 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ

นาโอมิยินยอมให้ปรับ และสุดท้ายเธอก็ถอนตัวจากการแข่งขันเมื่อจะต้องเล่นในรอบสองของทัวร์นาเมนต์

หะแรกแฟนเทนนิสคิดว่าเธอลืมตัวรึเปล่า เอาแต่ใจตัวเองรึเปล่า ทั้งที่เพิ่งคว้าชัยชนะในระดับแกรนด์สแลมมาเพียง 3 ครั้งเท่านั้น ไฉนมาทำตัวอย่างนี้ ไม่น่ารักเลย

สุดท้ายเธอต้องออกมาสารภาพว่าตัวเธอเป็นโรคซึมเศร้า และเป็นมานานแล้วตั้งแต่ได้แกรนด์สแลมครั้งแรกคือยูเอสโอเพ่น เมื่อปี 2018 จากนั้นเป็นต้นมาเธอก็ต้องทุกข์ใจเสมอเมื่อเวลาต้องให้สัมภาษณ์

เธอบอกว่าเธอเป็นคนประเภท Introvert คือชอบอยู่กับตัวเอง กลัวสังคม กลัวการพบปะพูดคุยกับคนอื่นๆ สังเกตได้จากเวลาอยู่ในสนามเธอจะสวมหูฟังไว้เสมอ

เธออยากแค่เล่นเทนนิส แล้วก็กลับบ้าน ทุกครั้งที่เธอให้สัมภาษณ์เธอจะไม่มีความสุขอย่างมาก ยิ่งถ้าเป็นการให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันที่เธอแพ้ด้วยแล้ว คำถามต่างๆ ที่มาจากสื่อมวลชนจะถาโถมใส่เธอเสียจนเธอตั้งตัวไม่ติด เธอจะต้องพยายามสรรหาคำตอบที่ดีมาให้สื่อมวลชน

เหมือนเด็กถูกคาดหวัง แล้วทำไม่ได้ ก็จะถูกมาประจานหน้าห้องยังงั้น

บางสื่อมวลชนที่ชอบเล่นข่าว ก็จะโยนคำถามที่เสียดแทงใจมาให้เธอตอบ

เมื่อเป็นเช่นนี้ เธอจึงเลือกที่จะไม่ให้สัมภาษณ์ เมื่อการทำเช่นนี้ผิดกฎ เธอก็ยินดีที่จะไม่ลงแข่งขัน

เรื่องนี้ผมกำลังจะตั้งข้อสังเกตว่า นักเทนนิสทุกคนที่จะลงแข่งขันล้วนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดมาแล้ว มีการ “ป้องกันภัยทางโรค” มาแล้ว

แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาหรือเธอจะ “ปลอดภัยจากทางโลก” เหมือนที่นาโอมิเจอ

แล้วอะไรล่ะที่จะเป็น “วัคซีนทางโลก” ให้กับคนเหล่านี้ได้

 

ในฐานะชาวพุทธคนหนึ่ง จึงเห็นว่าวัคซีนทางโลกที่จะเป็นเกราะป้องกันภัยทางโลกที่ดีที่สุดก็คือ “ธรรมะ” นั่นเอง

ธรรมะของพระพุทธองค์สอนให้เราไม่ยึดติด ไม่มีอะไรที่เราเป็นเจ้าของ เมื่อมีก็ต้องมีวันที่ไม่มี มีสุขก็ต้องมีทุกข์ มีสมหวังก็มีผิดหวัง

เหมือนกับกีฬาที่ไม่มีใครชนะได้ตลอดแน่นอน วันนี้แพ้ วันหน้าก็อาจชนะ เช่นกันที่แชมป์ในวันนี้ ก็ต้องเสียแชมป์ให้กับคนอื่นไป เป็นเรื่องธรรมดาของการแข่งขันกีฬา

หากเรามีภูมิคุ้มกันทางปัญญาอย่างนี้แล้ว เราก็จะไม่ไปยึดติดว่า เราเคยได้แชมป์ระดับแกรนด์สแลมมาแล้ว เราจะแพ้ไม่ได้ ถ้าแพ้แล้วยังมาโดนคำถามจี้ใจดำว่าทำไมแพ้ ฝีมือตกแล้วใช่ไหม ก็ยิ่งจะต้องทุกข์สาหัสเป็นธรรมดา

เรื่องราวของนาโอมิได้รับการสนับสนุนความมีส่วนร่วมจาก ไมเคิล เฟลป์ส ที่คว้าเหรียญระดับโอลิมปิกมาแล้ว 5 สมัย เขาบอกว่าเขาก็เป็นโรคซึมเศร้าอย่างที่นาโอมิเป็น เขากล่าวว่าเขามุ่งมั่นมากๆ เพื่อไปให้ถึงความฝันในการคว้าเหรียญในกีฬาโอลิมปิก เมื่อทำได้ก็มีความมุ่งมั่นต่อ คือการทำให้ได้อีก ได้อีก และอีก จนเขาก็ทำได้ถึง 28 เหรียญ

เขาเล่าว่า แล้วต่อจากนั้นเขาก็เหมือนเคว้งคว้าง หาความท้าทายใดๆ อีกไม่ได้ แน่นอนที่มันทำให้เรารู้สึกด้อยคุณค่าลง ไม่มีความสำคัญเหมือนก่อน ยิ่งถ้าเราแพ้ เราดร็อปลง สื่อมวลชนและสังคมภายนอกก็จะยิ่งวิจารณ์ต่างๆ นานา นั่นคือความทุกข์ล้วนๆ ตราบใดที่เรายังชนะ เราก็ยังคงเป็นทรัพย์สินที่มีค่า แต่ถ้าวันหนึ่งไม่ใช่ เราก็ไม่มีค่าในสายตาของใครเลย

นาโอมิก็คงเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน

 

พุทธศาสนาสอนให้เรา “อยู่กับปัจุบัน” ไม่เอาอดีตที่ผ่านไปแล้วมาเป็นทุกข์ ไม่เอาอนาคตที่ยังมาไม่ถึงมาเป็นปัญหา ให้อยู่กับปัจจุบันและทำทุกวินาทีให้ดีที่สุด อะไรจะเกิดก็เข้าใจ ยอมรับกับสิ่งที่เป็น

เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็จะไม่ทุกข์ ถ้าเราแพ้ก็ช่างมันเพราะเราทำดีที่สุดแล้ว เราชนะก็คือชนะ ไม่ดีใจมากมาย

เมื่อเราเข้าใจมันว่าทุกอย่างไม่เที่ยงแท้ ไม่จีรัง เราก็จะไม่ทุกข์กับมัน เล่นกีฬาได้อย่างสนุกสนาน มีความสุขในทุกๆ เกม คุณค่าในตัวเราก็ยังคงอยู่กับเรา โดยเราเป็นคนกำหนดไม่ใช่ใครอื่น

ซึ่งวิธีคิดนี้สามารถใช้ได้กับการใช้ชีวิตในทุกๆ ด้าน นั่นคือถ้าเรามีภูมิคุ้มกันทางโลกที่แข็งแรงแล้ว เราก็จะปลอดภัยไร้กังวลจากภัยใดๆ ในชีวิต

เหมือนที่เราฉีดวัคซีนแล้วปลอดภัยจากโควิด

วัคซีนเองก็ยังต้องมีการพัฒนาประสิทธิภาพใหม่ๆ ทุกปีเพื่อให้ทันกับพัฒนาการของโรคร้าย

วัคซีนทางโลกก็เช่นกัน เราต้องคอยพัฒนาปัญญาและสติของเราให้แข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันใหม่ๆ ที่ทันโลกอยู่เสมอ

เห็นทุกคนให้ความสำคัญกับวัคซีนโควิดกันก็ดีใจ

แต่อยากเตือนว่า อย่าลืมฉีดวัคซีนทางโลกให้กับตัวเราด้วย ไม่ต้องสมัครผ่านแอพพ์หมอพร้อมที่ไหน สมัครที่ใจพร้อมของเรานี่เองง่ายๆ สมัครตอนนี้ก็ได้เลย ไม่ต้องรอคิวด้วย

เมื่อใจเราพร้อม เราก็ต้องขวนขวายหาความรู้ทางธรรมมาศึกษาและปฏิบัติ ฝึกจิตและอารมณ์อยู่เป็นประจำ เท่านั้นเราก็จะมีภูมิคุ้มกันที่ทันโลกได้แน่นอน

ฝากด้วยนะครับ แอพพ์ “ใจพร้อม” ที่ว่านี้ ได้ผล 100% แน่นอน ขอบอก

บทความก่อนหน้านี้คนมองหนัง : เส้นทางสู่ ‘ปาล์มทองคำ’ ตัวที่สองของ ‘อภิชาติพงศ์’?
บทความถัดไปจับตา ‘ธรรมนัส’ เสียบเก้าอี้เลขาฯ พรรค พปชร. เล็งปรับโครงสร้าง กก.บห. ลดจำนวนคน