ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ | ยุบสภา ก่อนที่การลาออกอาจจะสายเกินไป

ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์www.facebook.com/sirote.klampaiboon

ความรู้สึกว่าประเทศไทยวันนี้ไร้อนาคต เป็นสำนึกร่วมที่คนไทยทุกคนรู้กัน

ความต้องการเห็นประเทศเดินหน้าจึงกลายเป็น “วาระ” ที่คนหลายกลุ่มมีในใจมากถึงมากที่สุด

เพราะประเทศที่ไม่มีอนาคตคือประเทศที่ไร้จุดหมาย และประเทศที่ไร้จุดหมายก็คือประเทศที่อยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย

ตรงข้ามกับเจ็ดปีที่คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ จนคนไทยมี “สำนึกร่วม” ว่าประเทศปราศจากอนาคต ประเทศไทยเคยผ่านยุคสมัยที่การสร้างอนาคตเป็น “วาระ” และการเลือกผู้นำประเทศก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อว่าใครสามารถนำคนไทยไปสู่การมีอนาคตที่ดี

คุณทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ในยุคที่ประเทศไทยล้มละลายจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เและความเชื่อว่าคุณทักษิณสามารถสร้างอนาคตก็ทำให้คนเกือบ 12 ล้านไปเลือกพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งปี 2544 ทั้งที่เป็นพรรคใหม่ซึ่งเพิ่งตั้งขึ้นในปี 2541 หรือก่อนเลือกตั้งเพียงแค่ 3 ปี

พรรคไทยรักไทยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนร้อยละ 40 ซึ่งถือว่าเป็นพรรคที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประเทศไทย

ผลการเลือกตั้งครั้งแรกทำให้พรรคมี ส.ส. 248 ราย ซึ่งเกือบจะเท่ากับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจากทุกพรรคในยุคคุณประยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นพรรคปัดเศษหรือพรรคใช้เงินซื้อประชาชน

ตรงข้ามกับคุณประยุทธ์ที่ยิ่งอยู่ยาวประเทศยิ่งพัง ประเทศไทยในปี 2544 คือประเทศที่ยิ่งเวลาเดินหน้ายิ่งเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตด้วยนโยบายที่รัฐบาลและข้าราชการไม่เคยทำมาก่อน ตัวอย่างเช่น บัตรทอง, หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์, กองทุนหมู่บ้าน, สร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ฯลฯ

ความต้องการยึดประเทศไทยให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าชนชั้นนำทำให้เกิดรัฐประหาร 2549 ซึ่งโจมตีนโยบายแบบนี้เป็น “ทุนสามานย์”

แต่การที่ทุกรัฐบาลในช่วงหลังรัฐประหารลอกนโยบายแบบนี้หมดก็คือหลักฐานว่ารัฐประหาร 2549 เป็นเรื่องของแก๊งทหารแก่ลวงโลกที่มีปืนจี้หัวคนเท่านั้นเอง

คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีประชาชนเกือบ 16 ล้านเลือกเป็นนายกฯ ในปี 2554 พร้อมกับประกาศนโยบาย “อนาคตไทย 2020” ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยปี 2564 มีโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง, แผนจัดการน้ำขนาดใหญ่ ฯลฯ แต่ก็ถูกคุณประยุทธ์รัฐประหารแล้วลอกนโยบายไปทำต่อเหมือนคุณทักษิณโดน

คุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์เป็นอดีตนายกฯ ที่มีบารมี แต่ขณะที่บารมีของอดีตนายกฯ บางคนเกิดจากการมีตำแหน่งใหญ่โต คุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์มีบารมีจากความนิยมของประชาชนที่หาคนตีเสมอยาก และความนิยมมาจากความเชื่อว่าทั้งคู่ทำให้ประเทศมีอนาคตจนประชาชนชีวิตดีขึ้นจริงๆ

คุณประยุทธ์ยึดอำนาจแล้วตั้งตัวเองเป็นนายกฯ หลังปี 2557 พร้อมกับการเขียนกติกาให้ตัวเองเป็นนายกฯ ได้ถึงปี 2571 ซึ่งเท่ากับวางแผนยึดประเทศนานถึง 14 ปี และถึงแม้ตอนนี้คุณประยุทธ์จะทำตามแผนที่วางได้ครึ่งทางแล้ว ความเชื่อว่าคุณประยุทธ์ทำให้ประเทศมีอนาคตกลับไม่ปรากฏขึ้นเลย

ขณะที่คุณประยุทธ์ขยันอวยตัวเองว่าเป็นนายกฯ เก่งและทำเพื่อทุกคน คนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ที่เกิด “สำนึกร่วม” ว่าประเทศไทยไม่มีอนาคตกลับขยายตัวขึ้นอย่างกว้างขวาง คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ทำพรรคอนาคตใหม่จนมีคนลงคะแนนกว่า 6.3 ล้านทั้งที่ไม่มี ส.ส.เก่าเลยเพราะ “สำนึกร่วม” แบบนี้ในสังคม

 

ม็อบคนรุ่นใหม่ในปี 2563 ที่เริ่มต้นจากเด็กมหาวิทยาลัยไม่กี่คนเป็นการรวมตัวของประชาชนที่ขยายตัวกว้างขวางจนถูกชนชั้นนำตอบโต้ป่าเถื่อนที่สุดในปี 2564 ก็ขับเคลื่อนจาก “สำนึกร่วม” ว่าประเทศไทยไม่มีอนาคตจนทุกคนต้องมาลงถนนเพื่อสร้างอนาคตที่ดี

กลุ่มนิด้าที่หากินเป็นที่ปรึกษาด้านสื่อพยายาม “รีแบรนด์” คุณประยุทธ์โดยปั่นข่าวสถานีรถไฟบางซื่อหรือคลองโอ่งอ่างสะอาด แต่ยิ่งทำคุณประยุทธ์ยิ่งดูเป็นตัวตลก เพราะการใช้สถานีบางซื่อเป็นศูนย์กลางคมนาคมคือนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ส่วนคลองสะอาดเป็นเรื่อง กทม.ระดับเขตเท่านั้นเอง

ในโลกที่คนรุ่นใหม่ใช้ภาษาได้หลากหลายจนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้แค่ปลายนิ้วมือ ความพยายาม “รีแบรนด์” คุณประยุทธ์ซึ่งใช้ภาษาอื่นไม่ได้ พูดภาษาไทยไม่ดี ซ้ำยังเสพแต่สื่อเฟกนิวส์แนวปลุกปั่นโง่ๆ เป็นเรื่องยากกว่าให้ประเทศไทยไปบอลโลกหรือคนไทยหายจนอย่างคุณประยุทธ์คุยโว

เจ็ดปีของคุณประยุทธ์ทำให้ประเทศไทยถดถอยจนไม่มีทางเป็นประเทศที่มีอนาคต ความอึดอัดของประชาชนต่อคุณประยุทธ์จึงมีมาก เพราะคุณประยุทธ์เป็นสัญลักษณ์ของอดีตที่ถดถอย ปัจจุบันที่หดหู่ และอนาคตที่มืดมิดจนไม่มีใครอยากอยู่ในประเทศนี้ หากมีทางเลือกไปจากประเทศไทย

ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์เกิดกลุ่มย้ายประเทศที่มีสมาชิกกว่า 1 ล้าน หรือคนไทยบินไปสหรัฐเพื่อฉีดวัคซีนไฟเซอร์-โมเดอร์นา-จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ทั้งหมดนี้ตอกย้ำ “สำนึกร่วม” แบบเดียวกันว่าการอยู่ในประเทศแบบนี้ไม่มีอนาคต และหนทางสู่อนาคตคือการไปจากประเทศไทย

ไม่มีใครไม่รู้ว่าคนอยากไปประเทศอื่นเพราะสิ้นหวังที่ประเทศไทยมีคนแบบคุณประยุทธ์เป็นผู้นำ

ถ้าถือว่าคนที่อยากย้ายประเทศคือคนเพิ่งจบปริญญาตรี เจ็ดปีที่คุณประยุทธ์เป็นนายกฯ เท่ากับเวลา 1 ใน 3 ของชีวิตคนกลุ่มนี้ผ่านไปในประเทศที่ไม่มีอะไรดีขึ้น และยิ่งนานมีแต่จะเลวร้ายลง

สำหรับคนส่วนใหญ่ซึ่งไม่มีทางไปจากประเทศไทย ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเพื่อเปลี่ยนรัฐบาลคือทางออกที่ดีที่สุดเพื่อให้ประเทศนี้ดีขึ้น การเลือกพรรคอนาคตใหม่หรือร่วมชุมนุมกับกลุ่มราษฎรคือเครื่องมือที่คนกลุ่มนี้ใช้ในสองปีนี้

และถึงตอนนี้ก็คือการเรียกร้องให้คุณประยุทธ์ยุบสภา

ข่าวยุบสภาเป็นข่าวการเมืองที่ร้อนแรงที่สุดในรอบสัปดาห์ และเส้นทางของข่าวที่จริงๆ เริ่มจากคำถามของสื่อต่อคุณวิษณุ เครืองาม ในวันที่ 28 พฤษภาคม สู่ข่าวรัฐมนตรีสาธิต ปิตุเตชะ ชงยุบสภาในวันที่ 4 มิถุนายน ก็เป็นประเด็นลุกลามสู่คุณชวน หลีกภัย, คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ฯลฯ และไม่นานก็คงถึงคุณประยุทธ์ในบั้นปลาย

อำนาจในการยุบสภาเป็นอำนาจของคุณประยุทธ์ และความเป็นคุณประยุทธ์ในรอบเจ็ดปีชี้ว่ายากที่คนแบบนี้จะยอมคืนอำนาจให้ประชาชน ไม่ต้องพูดว่าคุณประยุทธ์คือส่วนหนึ่งของระบอบทหารเฒ่าที่ยิงประชาชนเพียงเพราะขอยุบสภาในปี 2553 และวางแผนล้มเลือกตั้งเพื่อรัฐประหารปี 2557

เหตุผลเดียวที่คนแบบคุณประยุทธ์จะยุบสภาก็คือสถานการณ์การเมืองมาถึงจุดที่รัฐบาลไปต่อไม่ได้

ปัญหาคือความสามารถในการประเมินสถานการณ์เป็นเรื่องที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน “สำนึกร่วม” ว่าประเทศไร้อนาคตจนต้องเปลี่ยนแปลงนั้นมีในหมู่ประชาชนแน่

แต่อาจไม่มีในคุณประยุทธ์เลย

ก้าวไกลเป็นพรรคแรกที่ท้าให้คุณประยุทธ์ยุบสภา จากนั้นประชาธิปัตย์ก็ประกาศความพร้อมในการลงเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยมีรายงานว่าเริ่มมีการสื่อสารให้ ส.ส.และสมาชิกพรรคเตรียมตัวเพื่อการเลือกตั้งได้แล้ว

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐก็อาจเปลี่ยนเลขาฯ เพื่อรองรับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ตรงข้ามกับคุณธนกร วังบุญคงชนะ และแรมโบ้อีสานที่อ้างว่ารัฐบาลสถานการณ์ดี ความตระหนักว่ารัฐบาลไปต่อยากฟุ้งกระจายแม้แต่ในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน โดยเฉพาะ ส.ส.เขตที่เข้าถึงประชาชนนั้นย่อมรู้ดีว่าความรู้สึกที่ประชาชนมีต่อคุณประยุทธ์เป็นอย่างไร

เจ็ดปีของคุณประยุทธ์คือเจ็ดปีที่เศรษฐกิจประเทศตกต่ำ ค้าขายฝืดเคือง กิจการเจ๊ง งานหายาก และเงินยิ่งหายากที่สุด ความไม่เป็นประชาธิปไตยของคุณประยุทธ์เป็นเรื่องที่คนรังเกียจอยู่แล้ว เมื่อสมทบกับความห่วยด้านการบริหารก็ทำให้ไม่มีทางที่คนจะอยากให้คุณประยุทธ์เป็นผู้นำต่อได้เลย

ด้วยการบริหารโควิดที่ผิดพลาด คุณประยุทธ์ทำให้คนเสี่ยงตายเพราะติดเชื้อ, ทำให้คนผวาวัคซีนห่วยจนกลัวฉีดวัคซีนแล้วมีอันตราย รวมทั้งทำให้คนเป็นล้านทำมาหากินไม่ได้ ความห่วยทางการเมืองและความห่วยทางเศรษฐกิจจึงยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อผสมกับความห่วยทางโควิด

ต่อให้ตอนนี้กลุ่มคนรุ่นใหม่จะไม่มีวี่แววเตรียมเคลื่อนไหวการเมือง ทิศทางการเมืองมวลชนตอนนี้เดินหน้าสู่การขับไล่คุณประยุทธ์ทั้งสิ้น ข้อเรียกร้องที่ตรงกันโดยบังเอิญของคุณวีระ-คุณจตุพร-ทนายนกเขา สะท้อนว่ามีคนหลายกลุ่มรอไล่คุณประยุทธ์จากทำเนียบ ถึงจะเปิดตัวไม่กี่คนก็ตาม

คุณประยุทธ์แทบไม่เหลือคนนับถือจนเข้าข่ายเป็นนายกฯ ที่มีตำแหน่ง แต่ไม่มีบารมี

ล่าสุด ป.ป.ช.ก็เพิ่งมีมติเอาผิดน้องคุณประยุทธ์ที่ปกปิดทรัพย์สินตัวเองและเมียตั้งแต่เป็น สนช. อาณาจักรของคุณประยุทธ์กำลังพังพินาศ และฉากอวสานของคุณประยุทธ์อาจมาเร็วจนไม่ทันตั้งตัว

ไม่ว่าคุณประยุทธ์จะรู้ตัวหรือไม่ ทางเลือกของคุณประยุทธ์กำลังเหลือเพียงแค่ไม่ลาออกก็ยุบสภา แต่ไม่มีทางที่คุณประยุทธ์จะอยู่เป็นนายกฯ ครบวาระ

และไม่มีทางจะยึดประเทศไว้ได้ครบ 14 ปีอย่างที่คุณประยุทธ์ต้องการ

บทความก่อนหน้านี้เปิดหู | Gregory Porter : Concorde บทเพลงจากฟากฟ้าที่ NASA หลงรัก
บทความถัดไป“หญิงหน่อย” วอนรัฐบาลอย่าทิ้งให้เอสเอ็มอีหมดลม เร่งแก้ให้ถูกจุด