เงินกู้ 500,000 ล้าน แอลกอฮอล์ล้างมือขวดที่ 2/หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว มุกดา สุวรรณชาติ

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว

มุกดา สุวรรณชาติ

 

เงินกู้ 500,000 ล้าน

แอลกอฮอล์ล้างมือขวดที่ 2

 

กู้เงิน 500,000 ล้าน แก้ปัญหาโควิดและเศรษฐกิจได้หรือ?

เวลานี้ดูเหมือนว่าทุกคนจะสนใจเรื่องการแก้ปัญหาโรคระบาด covid-19 และตั้งความหวังกับวัคซีนว่ามันจะช่วยแก้ปัญหาโรคระบาดนี้ได้ ชีวิตของผู้คนจะฟื้นคืนกลับสู่สภาพปกติเหมือนเมื่อหลายปีก่อน

แต่ในสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นทั้งสังคมของเราในวันนี้มีปัญหาซับซ้อนที่สั่งสมกันมานาน เชื้อไวรัสโคโรนา covid-19 เป็นปัญหาและตัวเร่งเปิดปัญหาต่างๆ ขึ้น ไม่ว่าวัคซีนจะมาเร็วหรือมาช้าก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดไปได้ เพราะปัญหาดั้งเดิมมันเหมือนมะเร็งร้าย ถ้าไม่ผ่าตัดใหญ่…พวกเราจะพากันตายหมด

สิ่งที่เยาวชนคนหนุ่ม-สาวพูดว่า…ให้มันจบที่รุ่นเรา…มันอาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ

แต่ที่น่ากลัวก็คือ มันจะพากันจบไปทั้งประเทศ เพราะ…

 

คนชั้นนำในสังคมไทย

ยังไม่มีแผนตั้งรับการเปลี่ยนของโลกทั้งระบบ

ที่เราเห็นชัดเจนคือ เทคโนโลยี การค้า การลงทุน การผลิตทั้งอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม การสื่อสาร ทุกด้านที่เปลี่ยน มีผลให้เกิดการกลืนกิน ผลประโยชน์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ซึ่งมีทั้งมีการหลอมรวมและพัฒนา มีการทำลายและกลบฝัง ซึ่งนับแต่นี้ไปจะไม่ใช้เวลาเป็นร้อยๆ ปี แต่จะมีวงรอบสั้นๆ ไม่เกิน 5-10 ปี แต่ตามมาเป็นระลอกคลื่น

เพื่อยกระดับเข้าสู่ความเคยชินใหม่ คนจึงต้องปรับตัวตามอยู่เสมอ แต่พอฝึกฝนให้รู้เรื่อง ใช้เป็น อยู่ได้ไม่นาน ก็มีการเปลี่ยนแปลงอีก ชนิดที่ตามไม่ทัน บางทีเราก็เบื่อจนรู้สึกว่าไม่อยากปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ถ้าจะดำรงชีวิตอยู่ ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่สำคัญคือ ระดับนำของประเทศ เป็นผู้กำหนดนโยบาย หรือกำหนดยุทธศาสตร์ ยิ่งจะต้องมีความสามารถ มีความรอบรู้ และวางแผนตั้งรับล่วงหน้า แต่ชนชั้นนำของเราทั้งรัฐและเอกชน มัวแต่ทำมาหาประโยชน์ส่วนตน ไม่ละเว้นแม้ในภาวะโรคระบาด

ปัญหาทางเศรษฐกิจของทั้งโลกที่เกิดจากโรคระบาด covid-19 จะทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแก้ไขไม่ได้ง่ายๆ ตอนนี้ไม่มีใครสามารถทำนายได้ว่าปัญหานี้จะสิ้นสุดเมื่อใด ทางที่เป็นไปได้คือจะต้องอยู่กับไวรัสโคโรนา ที่สามารถกลายพันธุ์ไปได้เรื่อยๆ จึงต้องหาวัคซีนและยามาแก้ แบบที่ป่วยก็รักษากันไป แต่ทุกคนต้องทำงานและใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้น

ไม่เพียงเรื่องขาดวิสัยทัศน์ สิ่งที่รัฐทำขณะนี้คือสร้างความขัดแย้งกับประชาชน คนที่มีความคิดเห็นต่าง หรือมีวิสัยทัศน์ดีกว่า ถูกจับดำเนินคดี การมีทัศนคติแบบล้าหลัง ทำให้มีการรวมศูนย์อำนาจระบบการปกครอง แต่ในยุคใหม่ ประชาชนรู้มากขึ้น สัมผัสกับประชาธิปไตยที่กินได้ใช้ได้ ได้ลิ้มรสเสรีภาพ ได้อำนาจในการปกครองท้องถิ่น พวกเขาจึงต้องการพัฒนา ชาวบ้านอยากได้ประปาหมู่บ้าน อยากได้ถนน พวกเขาดูโทรทัศน์ ใช้โทรศัพท์ ใช้รถไถนา มีมอเตอร์ไซค์ รถกระบะ ไม่มีใครอยากย้อนกลับไปอยู่แบบ 30 ปีที่แล้ว

ถ้าเขารู้สึกว่าเงินภาษีถูกโกง การใช้งบประมาณไม่ถูกต้อง การต่อต้านรัฐต้องเกิดขึ้น เพราะนี่คือการต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

 

ระบบการเงินและยุทธศาสตร์การลงทุน

ของทุกประเทศเปลี่ยนไป

ระบบการเงิน เดิมใช้ธนบัตร ตั๋วเงิน เช็ค ที่ใช้กันมาเป็นร้อยปี ขณะนี้ใช้น้อยลง ทองคำที่ใช้กันมาหลายพันปีและภายหลังก็ยังใช้เป็นหลักค้ำประกันมูลค่าของเงินที่แต่ละประเทศพิมพ์ออกมา แต่ภายหลังสหรัฐอเมริกาพิมพ์เงินโดยไม่มีทองคำค้ำประกัน

ปัจจุบันการพิมพ์เงินมาพยุงเศรษฐกิจหลายประเทศก็ทำกัน เมื่อต่างคนต่างปั๊มเงินออกมาแบบนี้ค่าของเงิน มูลค่าของเงินกระดาษ ก็จะต้องลดลงอย่างแน่นอน และอาจจะลดลงมากด้วย

สำหรับคนที่สะสมเงินมาตลอดชีวิตจะเกิดความเสียหายและอาจจะไม่พอใช้จ่ายในอนาคตถ้ารัฐไม่เตือนให้เตรียมการหรือเตรียมการล่วงหน้าไว้ให้เกิดความเสียหายทั้งประเทศ

เงิน USD ของสหรัฐอเมริกาจะยังเป็นค่าเงินหลักได้อีกนานเท่าไร?

ปัจจุบันการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดกันเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ตอนนี้ใครมีโทรศัพท์มือถือก็จ่ายเงินได้ ดังนั้น ในไม่ช้าการใช้จ่ายเงินส่วนใหญ่คงจะเป็นเงินดิจิตอล ซึ่งต่อไปส่วนใหญ่คงจะใช้ผ่านโทรศัพท์หรือแค่สแกนนิ้วมือที่ร้านค้าก็จะสามารถใช้หนี้ตามกฎหมายแบบที่เขียนไว้ในธนบัตรก็สามารถเกิดขึ้นได้

ส่วนการต่อสู้เชิงการค้า จะเป็นการแข่งขันการพัฒนาทางเทคโนโลยี แต่ยังเข้าไปลงทุนในประเทศต่างๆ เหมือนเมื่อ 30 ปีก่อน กลุ่มทุนจะเข้ามาใช้ทั้งที่ดิน ทรัพยากร แรงงาน พลังงาน แบ่งผลประโยชน์ให้พออยู่ได้ แล้วก็หอบกำไรกลับบ้านเป็นส่วนใหญ่ ถ้ายังมีแบบโบราณอยู่ก็จะเป็นรูปของการสัมปทาน เช่น เหมืองทอง เหมืองแร่ เข้ามาขุดแล้วก็กอบโกยกลับบ้าน ทิ้งความพินาศของธรรมชาติไว้เบื้องหลัง

ดังนั้น เมื่อทุนเล็กๆ ในประเทศทรุดลง การค้า การลงทุนจะเปลี่ยนไปอยู่ในมือคนต่างชาติที่มีทุนมากกว่า ในทุกระดับ เช่น การท่องเที่ยว และโรงแรมก็จะตกไปเป็นของต่างชาติมากขึ้น เพราะทุนในประเทศต้องขายหุ้นหรือกิจการ

แต่ด้านอุตสาหกรรมในประเทศไทย จะไม่ใช่ประเทศที่มีจุดเด่นน่าลงทุนทางอุตสาหกรรมในภูมิภาคอีกแล้ว ขณะนี้อุตสาหกรรมต่างๆ กระจายออกไปตามประเทศต่างๆ ในอาเซียนโดยเฉพาะเวียดนาม จากสภาพปัจจุบันอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์คงย้ายไปที่อื่น

ตอนนี้ยังไม่เห็นแผนการสร้างภูมิคุ้มกันค่าเงินไทยในความผันผวนของตลาดการเงินโลก

และไม่มีแผนการดึงการลงทุนเข้าไทย ในความขัดแย้งระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและอเมริกา

 

SME ไทยกำลังจะล้ม

แต่ความช่วยเหลือไปไม่ถึง

SME เพราะเป็นพื้นฐานทางธุรกิจที่เกี่ยวพันกับคนจำนวนมาก ถ้าธุรกิจเหล่านี้ล้มลงไม่เพียงฐานการผลิตและการค้าจะล้มลง แต่ชนชั้นกลาง และชั้นกลางระดับล่างจะทรุดลงตาม จะทำให้มีคนเปลี่ยนฐานะจากผู้ใช้บัตรเครดิต ไปเป็นบัตรคนจนจำนวนมาก

การช่วย SME คือช่วยคนที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เหลืออยู่ไม่ให้ล้มลง เพราะถ้าคนเหล่านี้ล้มลง เศรษฐกิจที่ทรุดอยู่แล้วจะพังลงโดยส่วนใหญ่ ยากจะฟื้นฟู

นั่นหมายความว่าประเทศจะเสียกำลังการผลิตมหาศาลและจะต้องไปเริ่มใหม่ด้วยเงินอีกมหาศาล ยิ่งยืดนานออกไปแรงงานจำนวนมากที่มีความชำนาญอาจเปลี่ยนอาชีพกระจัดกระจาย ต้องมาเริ่มฝึกคนใหม่ คู่แข่งต่างประเทศที่ออกตัวได้ก่อนก็จะแย่งลูกค้าไป

หลายประเทศจึงจ่ายเงินช่วยให้บริษัทต่างๆ ให้จ้างพนักงานต่อไป เพื่อไม่ให้เลิกจ้างคนงานบางส่วน หรืออย่าปิดกิจการ เพราะจะทำให้คนตกงานมหาศาลและกำลังการผลิตการบริการของประเทศจะลดลงทันที อาจเกิดปัญหาขาดแคลนสินค้าจำเป็น

ปี 2564 ธุรกิจ SME อยู่ในหัวเลี้ยวหัวต่อว่าจะอยู่ต่อได้หรือไม่ เมื่อเกิดปัญหาโควิด-19 ซ้ำรอบ 2-3 ยิ่งไปกระหน่ำซ้ำเติม หนี้สินที่เคยผ่อนธนาคารได้ นับแต่นี้ไปก็อาจจะทำไม่ได้แล้ว พวกเขาจะทนได้นานกี่เดือน

บริษัท ร้านค้า ที่เปิดกิจการมาแล้วเป็น 10-20 ปี จ่ายเงินภาษีให้รัฐในรูปแบบต่างๆ แต่ไม่เคยได้รับความช่วยเหลืออะไรโดยตรงจากรัฐเลยจนถึงวันนี้ ถ้าไม่ปิดกิจการ เขาอาจจะปลดคนงานออก ลดวันทำงานและลดเงินของพนักงานลง

ถ้าความช่วยเหลือไม่ถึง ครั้งนี้บริษัทต่างๆ ก็จะต้องปิดตัวลงแน่นอน เพียงแต่จะเป็นเดือนไหนเท่านั้น

คาดการณ์กันว่าจะมีคนตกงาน 6.5-8 ล้าน และตัวเลขจะมีลักษณะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามกิจการที่ปิดตัวลง ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี 2563 และตลอดปี 2564 ถ้าดูจากการฉีดวัคซีนก็รู้ว่าปลายปี 2564 นี้การท่องเที่ยวยังไม่ฟื้น

นอกจากนี้ ยังมีส่วนที่เป็นนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ในระดับ ปวช. ปวส. ปริญญาตรี จำนวนมาก และที่ตกงานค้างอยู่ 2-3 ปีที่แล้วอีกจำนวนมาก ทำให้คนตกงานจะมากกว่า 8 ล้านคน

หลังจากกู้เงินมาหลายล้านล้าน ถ้าใช้เป็น เราจะได้วัคซีนแก้โควิด และเศรษฐกิจ แต่ถ้าใช้ไม่เป็น เราจะได้แค่แอลกอฮอล์ล้างมือ จากนั้นจะพบว่า ในปีนี้หนี้สินทั้งของประชาชนและรัฐบาลเพิ่มขึ้น

ปัญหาการว่างงาน การคอร์รัปชั่นทุกวงการ อาชญากรรม การค้ายาเสพติด เพิ่มขึ้น

ประชาชนจึงต้องการเปลี่ยนผู้บริหาร ให้เป็นทีมที่ฉลาด เก่ง และไม่โกง จึงจะพากันรอดตาย

บทความก่อนหน้านี้บทเรียนที่ข้างเตา
บทความถัดไป‘เชื่อฟัง’ กันจนเคยตัว/เมนูข้อมูล นายดาต้า