หนุ่มเมืองจันท์ : นวัตกรรม ‘ทำบุญ’

หนุ่มเมืองจันท์facebook.com/boycitychanFC

ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ

หนุ่มเมืองจันท์ / www.facebook.com/boycitychanFC

 

นวัตกรรม ‘ทำบุญ’

 

เวลามีคนพูดถึง “นวัตกรรม”

ส่วนใหญ่ตัวอย่างที่ยกมาจะเป็นสินค้าใหม่ที่ “ว้าว” มากๆ

ไม่ว่าจะเป็น “ไอโฟน” ของ “สตีฟ จอบส์”

รถยนต์ไฟฟ้า “เทสล่า” ของ “อีลอน มัสก์”

หรือ “เน็ตฟลิกซ์”

ตัวอย่างแบบนี้ดีมาก แต่คิดหรือทำตามยาก

โดยเฉพาะนักธุรกิจเอสเอ็มอีที่ไม่มีเงินทุนหรือเชี่ยวชาญเทคโนโลยีใหม่ๆ มากนัก

ฟังดู “ว้าว” แต่สุดเอื้อม

ผมจะชอบตัวอย่างง่ายๆ ที่ไม่ได้ประดิษฐ์ใหม่ แต่พลิกมุมคิดนิดเดียว

กลายเป็นสินค้าที่ขายดี

“ว้าว” และเอื้อมถึง

อย่างเช่น สินค้า 2 ตัวใน “เซเว่น-อีเลฟเว่น”

ตัวแรกคือ “แบรนด์ซุปไก่”

สมัยก่อน “แบรนด์” จะเป็นสินค้าแบบเดียวกับไวน์แพงๆ

คือ คนซื้อไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ซื้อ

เป็นสินค้าของฝากยอดนิยม

คนจะซื้อ “แบรนด์” ไปเยี่ยมคนป่วย

หรือเป็นของขวัญให้ผู้ใหญ่ช่วงปีใหม่

“แบรนด์” จะขายดีในซูเปอร์มาร์เก็ต

และขายเป็นแพ็กใหญ่

ไม่มีขายปลีกเป็นขวดๆ

ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของ “เซเว่น-อีเลฟเว่น” เป็นคนที่ชอบดื่ม “แบรนด์” แช่เย็นตอนเช้า

โดยเฉพาะคืนไหนที่สังสรรค์หนัก

ตอนเช้าต้อง “แบรนด์” เย็นๆ

บางวันไม่ได้กินมาจากที่บ้าน

เดินลงไป “เซเว่น-อีเลฟเว่น” ก็ไม่มีขาย

เขาเลยให้ลูกน้องลองเอาแบรนด์มาขายเป็นขวด

แช่เย็นให้เห็นชัดๆ ที่เคาน์เตอร์เลย

ปรากฏว่ามีคนทดลองชิมเยอะมาก

เพราะภาพลักษณ์ของ “แบรนด์” เป็นสินค้าสุขภาพอยู่แล้ว

เพียงแต่จะให้ซื้อทดลองเป็นแพ็ก ราคาหลายร้อยบาท

ไม่มีใครซื้อไหว

แต่พอขายปลีกเป็นขวดแช่เย็นพร้อมดื่ม

คนก็ทดลอง

ทดลองแล้วติดใจ

ขายดีมาก

กลายเป็นช่องทางขายใหม่ของ “แบรนด์” ไปเลย

สินค้าตัวเดิม เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการขายและช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่

ขายปลีกเป็นขวดและแช่เย็นพร้อมดื่ม

ในร้านสะดวกซื้อ

แค่นั้นก็ขายดีขึ้นมาเลย

 

สินค้าอีกตัวหนึ่งที่ถือว่า “เซเว่น-อีเลฟเว่น” กล้าบุกเบิกมาก

“กล้วยหอม” ครับ

เป็นสินค้าพื้นๆ ที่ดูแล้วงงๆ ว่าทำไม “เซเว่น-อีเลฟเว่น” จึงนำมาขายในร้าน

วันนี้เป็นสินค้าที่ขายดีมาก

“กล้วยหอม” เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูงในเวลาที่รวดเร็ว

นักกีฬาหรือนักร้องดังๆ บางคนเขาจะกิน “กล้วยหอม” ช่วงพัก

กัดคำสองคำแล้วดื่มน้ำตาม

แต่ปัญหาก็คล้ายๆ กับ “แบรนด์”

คือ ถ้าซื้อตามตลาด เขาจะขายเป็นหวี

แต่เราไม่ได้อยากกินหลายมื้อหรือหลายวัน

เราอยากกินแค่ลูกเดียว

ถ้าซื้อจากตลาด ส่วนใหญ่จะเหลือทิ้ง

ซื้อทีไรก็เสียดายทุกครั้ง

การนำ “กล้วยหอม” มาขายเป็นลูก

…โดนมาก

ซื้อมากินรองทอง เป็นของหวาน หรือเป็นอาหารเช้าแบบรีบด่วน

ขายลูกละ 9 บาท

เพียงแค่เปลี่ยนจากขายเป็น “หวี” มาขายเป็น “ลูก”

ขายดีขึ้นทันที

ทั้งที่คำนวณแล้วราคาแพงกว่าซื้อเป็น “หวี” อีก

“ราคา” จึงไม่ใช่ตัวกำหนด

สินค้าอะไรก็ตามขอให้อยู่ให้ถูกช่องทางก็ขายได้

ตอนนี้ “เซเว่น-อีเลฟเว่น” ขายกล้วยหอมได้วันละเกิน 1 แสนลูก

เป็นสินค้าขายดีของเขา

เฉพาะกลุ่มสหกรณ์การเกษตรท่ายาง เพชรบุรี ที่เริ่มบุกเบิกมากับ “เซเว่น-อีเลฟเว่น” รายเดียวก็ขายได้วันละ 50,000 ลูกแล้ว

พลิกชีวิตไปเลย

สำหรับผม หรือ “แบรนด์” หรือ “กล้วยหอม” ใน “เซเว่น-อีเลฟเว่น” เป็นตัวอย่างที่เอื้อมถึง

เอามาคิดต่อยอดกับธุรกิจตัวเองได้

 

อีกคนหนึ่งที่ถือเป็นสุดยอดนักคิดที่ผมชอบมาก

“บก.ลายจุด” หรือ “สมบัติ บุญงามอนงค์”

ก่อนที่จะมีบทบาททางการเมือง เขาทำงานเอ็นจีโอมายาวนาน

โดยเฉพาะมูลนิธิกระจกเงา ที่มีภาระหลักคือช่วยเหลือเด็กที่สูญหาย

วันนี้เขาก็ยังทำอยู่

เวลาที่เกิดปัญหาอะไรขึ้นมา มูลนิธิกระจกเงาจะเข้าไปช่วยเหลือแบบคิดละเอียด

เช่น การแจกถุงยังชีพให้ชาวบ้าน ของในถุงยังชีพแต่ละเหตุการณ์ก็ไม่เหมือนกัน

น้ำท่วมแบบหนึ่ง

ตอนช่วงโควิดก็อีกแบบหนึ่ง

หรือการใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือคนยากจน

“บก.ลายจุด” จะเขียนเรื่องคนที่เดือดร้อนในเฟซบุ๊กของเขา

ถ้าใครอยากช่วย หลังไมค์มาขอเบอร์บัญชี

พอได้เงินบริจาคมากพอก็จะปิดรับบริจาค

ไม่ให้เยอะเกินไป

ง่ายๆ แบบนี้เลยครับ

หรือที่ผมชอบมากก็คือ แทนที่จะระดมทุนเป็น “เงิน” เพียงอย่างเดียว

เขาเห็นโอกาสจากโลกทุนนิยมเรื่องการสะสมแต้ม

คนซื้อเยอะ ก็จะได้คะแนนเยอะ

เอา “คะแนน” ไปเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า หรือแลกสินค้าต่างๆ ได้

แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจ จะทิ้งแต้มเยอะมาก

เขาขอบริจาค “แต้ม” ครับ

เอาไปซื้อของมาให้คนที่เดือดร้อน

อย่างเช่น เวลาเราซื้อของจาก “เซเว่น-อีเลฟเว่น”

ถ้าเป็นสมาชิก “ออลล์เมมเบอร์” แค่บอกเลขสมาชิกเราก็จะได้แต้ม

เอาไว้แลกซื้อของได้

ผมเชื่อว่ามีคนจำนวนมากไม่ได้ใช้แต้มนี้

หรือบางคนก็ขี้เกียจสมัครเป็นสมาชิกออลล์เมมเบอร์

“สมบัติ” เขาขอบริจาคครับ

เปลี่ยนแต้มเหล่านี้เป็น “อาหารสำหรับเด็ก”

ตอนนี้เวลาผมซื้อของที่เซเว่น-อีเลฟเว่น

พอเด็กในร้านถามเบอร์ “ออลล์เมมเบอร์”

ผมจะบอกเบอร์ของมูลนิธิกระจกเงา

06-3931-6340

พอได้แต้มมาพอสมควร มูลนิธิกระจกเงาจะเอาคะแนนนี้ไปแลกเป็นของ

ล่าสุดที่ลงรูปในเพจ

เขาตระเวนแลกนมกล่องจากร้านเซเว่น-อีเลฟเว่นได้เป็นคันรถเลย

เป็นกองทุนน้ำนมเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ประสบภัยโควิด-19

ผมเชื่อว่าคงมีเด็กเป็น 100 คนที่ได้ 1 อิ่มจากนมกล่อง

อย่าลืมนะครับ

เข้าเซเว่น-อีเลฟเว่นเมื่อไร

ให้ท่องเลขนี้ไว้

06-3931-6340

จะเป็นการซื้อของที่มีความสุขมาก

เพราะได้ทำบุญ

นึกภาพเด็กเล็กๆ คนหนึ่งกำลังได้ดื่มนมกล่องจากการซื้อของใน “เซเว่น-อีเลฟเว่น” ของเรา

แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

เป็น “นวัตกรรม” การทำบุญที่ดีมากเลยครับ

แค่บอกเลข 10 ตัว

06-3931-6340

บทความก่อนหน้านี้การ์ตูนที่รัก : แมรี่ แอนนิ่ง / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
บทความถัดไปเปิดแล้ว!! ศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อผู้ประกันตนมาตรา 33 ใน 12 เขต รวมทั้งสิ้น 45 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร