สิ่งแวดล้อม : ‘มัลดีฟส์’ ตกสวรรค์? / ทวีศักดิ์ บุตรตัน

ทวีศักดิ์ บุตรตัน
โปสเตอร์ทำนายเกาะมัลดีฟส์ในอนาคต เหลือแค่หลังคารีสอร์ตโผล่เหนือน้ำทะเล เพราะระดับน้ำทะเลท่วมสูง เนื่องจากวิกฤตโลกร้อน (ที่มาภาพ : เว็บมันนี่ ดอต ยูเค)

 

สิ่งแวดล้อม

ทวีศักดิ์ บุตรตัน / [email protected]

 

‘มัลดีฟส์’ ตกสวรรค์?

 

เมื่อไม่นานมานี้ “เอมินาท เชาน่า” รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศและเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ออกมาตะโกนร้องผ่านสำนักข่าวซีเอ็นบีซีของสหรัฐว่า

“ถ้าชาวโลกยังทำลายสิ่งแวดล้อมกันอย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ภายในปี 2643 มัลดีฟส์จะจมใต้บาดาล ชีวิตไม่เหลือรอดแน่ๆ”

“เชาน่า” บอกว่า การเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศเกิดขึ้นจริง และมัลดีฟส์เป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญหน้ากับปัญหานี้มากที่สุดในโลก

คุณเชาน่าเรียกร้องให้ชาวโลกเร่งระดมพลังต่อสู้กับภาวะโลกร้อนให้มากกว่าที่เป็นอยู่

 

มัลดีฟส์ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ใกล้ๆ ประเทศศรีลังกา ประกอบไปด้วยเกาะเล็ก-ใหญ่และหมู่เกาะปะการัง 1,190 เกาะ เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเพราะมีน้ำทะเลใส ปะการังสวย

ช่วงท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน มีแสงแดดสดใสอากาศไม่ร้อนมากนัก เฉลี่ยราว 27-30 องศาเซลเซียส

มัลดีฟส์มีส่วนที่เป็นผืนดินรวมๆ แล้ว 300 ตารางกิโลเมตร พอๆ กับเกาะสมุยของบ้านเรา แต่มัลดีฟส์มีจุดสูงสุดแค่ 2.3 เมตรเท่านั้น

เกาะต่างๆ ของมัลดีฟส์ที่คนอยู่อาศัยมีราว 200 เกาะ รัฐบาลส่งเสริมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว 74 เกาะ มีรีสอร์ตประมาณ 140 แห่ง และเกสต์เฮาส์อีกกว่า 300 แห่ง

ก่อนเกิดวิกฤตแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 นักท่องเที่ยวไทยแห่ไปสัมผัสมัลดีฟส์กันมาก มีเที่ยวบินตรงจากไทยไปกรุงมาเล เมืองหลวงของมัลดีฟส์ ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง และมีโรงแรมที่คนไทยเป็นเจ้าของหลายแห่ง

เวลานี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในมัลดีฟส์ยังน่าห่วง มีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 4 หมื่นคน และเสียชีวิตกว่า 80 คน แต่รัฐบาลมัลดีฟส์ยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวที่มีใบรับรองฉีดวัคซีนเข้าประเทศ ถ้าเป็นชาวอังกฤษเข้ากักตัวตามมาตรการป้องกันโควิด-19 เป็นเวลา 10 วัน

ส่วนชาวเอเชียใต้ รัฐบาลมัลดีฟส์ประกาศห้ามเข้าเมืองชั่วคราว เกรงเอาเชื้อเข้ามาแพร่ซ้ำอีก

 

บรรดานักวิทยาศาสตร์ที่เข้าร่วมประชุมเวิร์ลด์อีโคโนมิก ฟอรัม เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ทำนายว่าในปี 2693 ชาวโลกราว 80 เปอร์เซ็นต์จะเผชิญกับวิกฤตการณ์โลกร้อน และปี 2643 อุณหภูมิโลกพุ่งทะยานจนทำให้ภูเขาน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.1 เมตร

ถ้าคำทำนายเป็นจริง เมืองต่างๆ ที่อยู่ริมชายฝั่งทะเลทั่วโลกต่างเผชิญกับภาวะน้ำท่วมอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ โตเกียว จาการ์ตา นิวยอร์ก ฯลฯ

มัลดีฟส์เวลานี้เผชิญกับภาวะน้ำทะเลท่วมสูงอยู่แล้ว แถมมีปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งจนพังเสียหายไปมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ อีก 80 ปีข้างหน้ามัลดีฟส์ยังไงๆ ก็หนีไม่พ้นน้ำทะเลท่วมจนมิด

“เชาน่า” บอกกับซีเอ็นบีซีว่า อนาคตของมัลดีฟส์อยู่ในกำมือของชาวโลก และรัฐบาลมัลดีฟส์ก็ตระหนักรู้ถึงอนาคตเป็นอย่างดี

รัฐบาลมัลดีฟส์วางแผนรับมือกับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในหลายๆ มาตรการตั้งแต่การป้องกันแนวชายฝั่งลดปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะ จัดโครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ

“เชาน่า” บอกว่า มาตรการเหล่านี้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ถ้าชาวโลกไม่ช่วยกันลดการปล่อยก๊าซพิษสู่ชั้นบรรยากาศโลกเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศทำให้เกิดปัญหาวิกฤตต่อเนื่อง อุณหภูมิโลกร้อนขึ้น ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง

มัลดีฟส์จะสร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถรับมือกับคลื่นกระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วงได้

รัฐบาลมัลดีฟส์บอกกับชาวโลกว่า แผนลดการปล่อยก๊าซพิษสู่ชั้นบรรยากาศโลกนั้น รัฐบาลมีความมุ่งมั่นมาก ปัจจุบันลดการปล่อยก๊าซพิษไปแล้ว 26 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าอีก 9 ปี มัลดีฟส์ปลอดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

มัลดีฟส์เป็นเพียงหมู่เกาะเล็กๆ กระจิ๋วหลิวเมื่อเทียบกับโลกใบนี้ ปริมาณการปล่อยก๊าซพิษก็เป็นสัดส่วนน้อยมาก “เชาน่า” บอกว่า มัลดีฟส์ทำดีแค่ไหนก็ไปไม่ได้ถ้าชาวโลกไม่ช่วย

 

ในรายงานของสหประชาชาติหรือยูเอ็นฉบับล่าสุด คาดกันว่าสถานการณ์โลกร้อนเพิ่มระดับความเลวร้าย ตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงปี 2568 ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิโลกจะสูงอย่างน้อยๆ 1 องศาเซลเซียส ประเทศต่างๆ เจอกับอากาศที่ร้อนระอุทำลายสถิติเดิมๆ มีโอกาสมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์

เมื่อโลกร้อน อุณหภูมิผิวน้ำทะเลก็ร้อนและระเหยเป็นไอ เกิดความชื้น มีผลทำให้ระบบการหมุนเวียนในชั้นบรรยากาศโลกแปรปรวน เกิดกระแสลมความเร็วแรง ปริมาณน้ำฝนเทลงมาก็มากกว่าปกติ ดังที่เห็นจากพายุไซโคลน พายุไต้ฝุ่นหรือพายุเฮอร์ริเคน

นักวิทยาศาสตร์บอกให้ชาวโลกจับตาภายใน 5 ปีนับจากนี้จะเห็นวิกฤตการณ์จากภาวะโลกร้อน มีความรุนแรงกว่าอดีต ทั้งพายุ คลื่นความร้อน แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกละลาย สัตว์ทะเลจะเคลื่อนย้ายถิ่นไปอยู่ในทะเลที่มีอุณหภูมิเย็นกว่า หรือเกิดน้ำท่วมหนัก ถ้าเป็นภัยแล้งก็จะแล้งยาว

เมื่อวิกฤตโลกร้อนเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่แค่มัลดีฟส์แปรสภาพจากเกาะสวรรค์เป็นเกาะใต้ทะเล แต่ทุกมุมโลกจะต้องพบกับความโกลาหลอลหม่าน

 

บทความก่อนหน้านี้ส.ว.ดัง โดดป้องงบกองทัพ ลั่นจำเป็นเพื่อความมั่นคง ต้องเตรียมตัวป้องกันละเมิดอธิปไตยแต่ต้น
บทความถัดไปเลขาฯเพื่อไทย เผยจองกฐินหั่นงบ “กลาโหม-คมนาคม-มหาดไทย-ศึกษา” ลั่นไม่มีเกี้ยเซียะรัฐบาล