‘เกน ออฟ ฟังก์ชั่น สตัดดี้’ กับข้อหาต้นตอ ‘โควิด-19’/บทความต่างประเทศ

FILE PHOTO: The P4 laboratory of Wuhan Institute of Virology is seen behind a fence during the visit by the World Health Organization (WHO) team tasked with investigating the origins of the coronavirus disease (COVID-19), in Wuhan, Hubei province, China February 3, 2021. REUTERS/Thomas Peter/File Photo

บทความต่างประเทศ

 

‘เกน ออฟ ฟังก์ชั่น สตัดดี้’

กับข้อหาต้นตอ ‘โควิด-19’

 

ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงระบาดหนักอย่างต่อเนื่องมานานนับปี คู่ขนานไปกับการฉีดวัคซีนเดินหน้ากันอย่างเข้มข้นทั่วโลกเช่นเดียวกัน

หลายฝ่ายยังคงเดินหน้าหา “ต้นตอ” ที่มาของไวรัสร้าย ที่กลายเป็นสิ่งน่าสะพรึงสำหรับมนุษย์โลกตอนนี้ รวมไปถึงสหรัฐอมเริกา ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ออกมาสั่งให้หน่วยข่าวกรองของสหรัฐ ตรวจสอบต้นตอของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ต้นตอของโรคโควิด-19 และรายงานผลในอีก 3 เดือนข้างหน้า

ในแถลงการณ์ที่ทำเนียบขาวเผยแพร่ออกมา เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุถึงคำกล่าวของไบเดนไว้ว่า หน่วยงานต่างๆ ควรจะต้องมีความพยายามเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่า เพื่อเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่จะนำไปสู่การเข้าใกล้ที่จะได้ข้อสรุปให้ได้มากที่สุด แล้วรายงานกลับมายังตนภายในภายในเวลา 90 วัน

โดยไบเดนระบุด้วยว่า ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ ได้แบ่งแหล่งที่มาของไวรัสว่าน่าจะเป็นไปได้จาก 2 แหล่งด้วยกัน

 

ทั้งนี้ คำสั่งของไบเดนมีขึ้นท่ามกลางการถกเถียงกันเกี่ยวกับ “ต้นตอ” ของไวรัสว่ามาจากที่ไหน จากที่เราๆ รู้กันว่า พบครั้งแรกที่ตลาดสดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน แต่ก็มีบางส่วนที่เชื่อว่า ไวรัสร้ายนี้มาจากห้องปฏิบัติการค้นคว้าวิจัยที่ปลอดภัยที่สุดในเมืองอู่ฮั่นเช่นกัน

โดยวอลล์สตรีตเจอร์นัล ได้รายงานข่าวโดยอ้างจากเอกสารของหน่วยข่าวกรองสหรัฐ ระบุว่า มีนักวิจัยจีน 3 คนของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น เข้ารับการรักษาอาการป่วยในโรงพยาบาลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 และไม่นานหลังจากนั้นไม่ถึงเดือน จีนถึงได้ประกาศว่าพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกที่เมืองอู่ฮั่น

รายงานดังกล่าว ยิ่งทำให้หลายคนคาดเดาว่า การล้มป่วยของนักวิจัยจีนทั้ง 3 คน อาจจะเป็นเหตุที่ทำให้เชื้อไวรัสร้ายจากห้องทดลองในสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ระบาดออกสู่โลกภายนอกในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศของจีน ก็ได้ออกมาตอบโต้เรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า คณะนักวิจัยนานาชาติขององค์การอนามัยโลก หรือฮู ที่ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบเรื่องไวรัสที่เมืองอู่ฮั่น รวมไปถึงที่สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ได้ข้อสรุปแล้วว่า ข้อกล่าวหาเรื่องที่ว่า ไวรัสโคโรนาหลุดออกจากห้องทดลองนั้น “ไม่น่าจะเป็นไปได้อย่างยิ่ง”

เมื่อมีคำสั่งให้สืบสวนเรื่องต้นตอของโควิด-19 อีกครั้งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จีนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกมาแถลงตอบโต้สหรัฐในทันที โดยกล่าวหาว่า สหรัฐมีแรงจูงใจทางการเมือง และโยนความผิดให้กับจีน อีกทั้งยังโจมตีหน่วยข่าวกรองของสหรัฐว่า มีประวัติศาสตร์อันมืดมนในการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดๆ ด้วย

พร้อมกับปฏิเสธความเชื่อมโยงระหว่างโควิด-19 กับสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น

 

นายจ้าว ลี่ เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวว่า คำสั่งของประธานาธิบดีไบเดนแสดงให้เห็นว่า สหรัฐไม่ได้สนใจข้อเท็จจริงหรือความจริง และไม่มีความสนใจศึกษาต้นตอไวรัสทางวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง

เป้าหมายของสหรัฐ คือการใช้โรคระบาดเพื่อเล่นงานทางการเมืองและโยนความผิดให้กับจีน

สหรัฐไม่เคารพวิทยาศาสตร์ ไม่เคารพต่อชีวิตคน และยังต่อต้านความพยายามร่วมกันในการต่อสู้กับไวรัส

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาที่มีต่อจีน เรื่องเป็นต้นตอของโควิด-19 ก็ยังคงมีออกมาอีก

ล่าสุด เดลีเมล์ได้รายงานไว้เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ศาสตราจารย์แองกัส ดัลกลิช ชาวอังกฤษ และ ดร.เบอร์เกอร์ โซเรนเซน นักวิทยาศาสตร์ชาวนอร์เวย์ ได้เขียนรายงานที่เตรียมตีพิมพ์ในควอเทอรี รีวิว ออฟ ไบโอฟิสิกส์ ดิคัฟเวอรี เกี่ยวกับผลการศึกษาที่ได้ขณะพยายามพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ที่ยืนยันได้ว่า ไม่มีความน่าเชื่อถือว่า ไวรัสต้นกำเนิดโควิด-19 จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

พร้อมกับระบุด้วยว่า เชื้อโควิด-19 ถูกสร้างขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ที่พยายามจะปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ ด้วยวิศวกรรมย้อนกลับ ที่ทำให้ดูเหมือนว่า โควิด-19 เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมีต้นกำเนิดมาจากค้างคาว

 

ในรายงานดังกล่าวยังได้ระบุว่า จากการศึกษายังได้พบหลักฐานที่บ่งชี้ให้เห็นว่า นักวิทยาศาสตร์จีนได้สร้างเชื้อโควิด-19 จากโครงการ “เกน ออฟ ฟังก์ชั่น สตัดดี้” หรือจีโอเอฟ ของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ซึ่งเป็นโครงการในการศึกษาวิจัยเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งมีชีวิตหรือโรค ด้วยการเพิ่มความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อโรคมากขึ้น และนักวิทยาศาสตร์จะทำการศึกษาความเป็นไปได้ของผลกระทบที่น่าจะเกิดขึ้นกับมนุษย์ เพื่อหาทางลดการล้มป่วยจากโรคใหม่

แต่ในขณะเดียวกัน การทดลองดังกล่าวก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการระบาดขึ้นมาได้ หากทำขึ้นโดยไม่มีความปลอดภัยมากพอ

ดูเหมือนว่า แม้โควิด-19 จะเกิดมานานเป็นปี หากแต่ต้นตอแหล่งที่มาของไวรัสร้ายนี้ ก็ยังคงวกกลับไปที่สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น เหมือนช่วงแรกที่เพิ่งเกิดการระบาด

ตราบที่ยังไม่เจอต้นตอที่แท้จริง จีนคงต้องหาทางแก้ข้อกล่าวหากันต่อไป

เครดิตภาพ REUTERS

บทความก่อนหน้านี้เนโอมิ โอซากะ เป็นอะไรไปแล้ว?/คลุกวงใน พิศณุ นิลกลัด
บทความถัดไปส่องชีพจรท่องเที่ยวไทย เจ็บหนักสุดในเอเชีย ทำคนตกงานพุ่ง2ล้าน ความหวังคือ…