หนังสือเรียนสำหรับเด็ก (๙๒.๓)/บทความพิเศษ ฟ้า พูลวรลักษณ์

ฟ้า พูลวรลักษณ์

บทความพิเศษ

ฟ้า พูลวรลักษณ์

 

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก (๙๒.๓)

 

ช่วงนี้ข่าวดังที่สุดคือพิมรี่พายกับวัคซีนโควิด ฉันอยากแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสองข่าวนี้

พิมรี่พาย ชื่อจริงคือ พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ เธอเป็นยูทูบเบอร์ที่โด่งดังในแนวขายของออนไลน์ หรือพิมรี่พายขายทุกอย่าง

หากเป็นสมัยก่อน เธอคงเป็นแม่ค้าที่ขายของเก่งคนหนึ่ง แต่ยุคนี้ เป็นคนดังสุดยอดแห่งยุค จำนวนผู้เข้าชม 308,148,890 ครั้ง (สถิติของวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔) จำนวนผู้ติดตาม 4.14 ล้านคน

เธอเป็นมดตัวเล็กที่ล้มช้างได้ และนี้เป็นปรากฏการณ์ที่น่าทึ่ง เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ตัวสูงกว่าหมานิดหน่อย แต่ทำไมช่างมีอิทธิพลกว้างใหญ่

มันเป็นผลมาจากยูทูบนั่นเอง เป็นผลิตผล เป็นยอดรวมของเทคโนโลยีของโลก

เธอเริ่มดังสุดขีดวันที่เธอได้ช่วยเหลือเด็กและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนติดตั้งแผงโซลาร์ และมอบโทรทัศน์ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ดังกล่าว

ต่อมาเธอเป็นข่าวอีก ตอนไปขุดบ่อบาดาลให้ชาวบ้านที่ตำบลตู่ลาด ยโสธร

กระแสของสังคม มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มีทั้งด่าว่าและชื่นชม

คนไม่ชอบบอกว่าเธอสร้างภาพ กำลังทำตัวเป็นคนดี โปรดสัตว์ เป็นการสร้างความดังเพื่อผลในการขายของ เพราะยอดขายของเธอเพิ่มขึ้นอีกมากมาย

คนชอบก็ชมเธอไม่หยุด ด้วยเธอเป็นเหมือนนารีขี่ม้าขาว องอาจ แกล้วกล้า และทำให้สังคมเกิดกระแสมากมาย ซึ่งคนอื่นๆ ทำไม่ได้

ในแง่บันเทิง เธอก็กำลังเป็นนักร้องดัง เหมือนเลดี้กาก้า คือสวย แต่งตัวเฉียบ สุดโต่ง หรูเริ่ด บ้าคลั่ง

เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแม่ในทุกวงการ เลื้อยเหมือนนางพญางู

มีคนมาด่าว่าเธอ หรือชมเธอ หรือถกเถียงกันเพราะเธอ กระทบกันไปหมด เธอโฉบเฉี่ยวการเมือง ทำให้รัฐสั่นคลอน เล่นสนุกกับสิ่งต่างๆ

แปลกเหลือเกิน นี้เป็นปรากฏการณ์แห่งยุคสมัย ดุจพญาช้างสาร ฟาดงวงไปทุกทิศ

ยั่วยวนไปทุกทิศทางที่เธอเดินผ่าน

 

มองดูชีวิตของเธอ เธอเป็นเด็กใต้ บิดาเป็นชาวชุมพร มารดาเป็นชาวนคร

ส่วนเธอเติบโตในกรุงเทพฯ เคยเรียนโรงเรียนหญิงล้วน เคยศึกษาที่โรงเรียนวัดเจ้ามูล ถึงชั้นมัธยมต้น หลังจากนั้นเธอก็เข้าโรงเรียนสหศึกษาที่เคยเป็นชายล้วนมาก่อน

ซึ่งในห้องเรียนของเธอมีผู้หญิง ๑๐ คน ผู้ชาย ๔๐ คน และโดยส่วนตัวสนิทกับเพื่อนผู้ชายมากกว่า

จึงทำให้เธอมีบุคลิกห้าว เสียงดัง และกล้าคิดกล้าพูด

มองดูใบหน้าในวัยเด็กของเธอแล้วอึ้ง ก็น่ารักแบบบ้านๆ จมูกแบนๆ ดูแก่นกะโหลก มองเทียบกับภาพวันนี้ นี่เธอคือ เสียงเปลี่ยนสวยตัวจริง เพราะเธอทำศัลยกรรมมากมาย จนกลายร่างดั่งนางพญางูขาว

ที่จริงคนเรายุคนี้ เปลี่ยนลุคได้ตามใจชอบ เหมือนมีเวทมนตร์

เธอเริ่มทำศัลยกรรมครั้งแรกตอนอายุ ๑๘ ปี มาถึงวันนี้ทำมาแล้วเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่จัดฟันมา ๑๒ ปี แวกซ์หน้าผากเอาไรผมออก สักคิ้ว ทำจมูก ๕ ครั้ง ตัดปีกจมูก ทำตา ๓ ครั้ง ทำปาก ๖ รอบ ทำคาง ๗ ครั้ง ฉีดไขมันบนหน้า ทำลักยิ้ม

ทำหน้าอก ๒ ครั้ง ซึ่งทำให้เธอเคยเฉียดตายมาแล้ว เพราะเส้นเลือดหน้าอกแตก ทำให้เลือดคั่ง จึงรีบไปโรงพยาบาลตอนตี ๓ ผ่านมาหมดทุกอย่าง เจอความเจ็บปวด ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

เป็นคนใกล้บ้าแต่ไม่บ้า ใช้ชีวิตอยู่ริมหน้าผา

 

เธอเคยมีผัวมาแล้วสองคน ล้วนเลิกกันหมดแล้ว

มีลูกสองคน คนโตเป็นผู้ชายชื่อฟาเดล และคนเล็กเป็นผู้หญิงชื่อโซเฟีย ทุกวันนี้เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวสุดสตรอง เรียกว่าผ่านศึกมาแล้วอย่างโชกโชน สมกับเนื้อเพลงของเธอ

ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เธอได้เปลี่ยนบทบาท ด้วยการเปิดตัวธุรกิจค่ายเพลง ร่วมกับฟักกลิ้งฮีโร่ โดยเธอเป็นศิลปินในสังกัด และมีผลงานเพลงออกมา เช่นเพลงอย่านะคะ

และนี่คือส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง

ไสมา ไสมา ไสเสลี่ยงมารับแม่เลย ไสมา ไสมา ไสเสลี่ยงมารับแม่เลย ด่ากันไปก็ไม่แคร์นะคะ คนอย่างฉัน ไม่เคยคิดเศร้าโศก เฟียร์สอย่างกูให้ชูมือขึ้นฟ้า แคร์ปะไรก็มั่นหน้ามั่นโหนก แรงแบบฉันมีชีวิตชีวา แก้วขึ้นมาชูแบงค์พันมาโบก ด่ามาได้ขอแรงๆ นะคะ แต่กูด่ากลับนะอีดกทง

สาระแนเสือกจะพูด ด่าๆ บ่นๆ บ่นๆ ด่าๆ ทำได้อย่างแม่แมะลูก ได้มาเยอะแต่กูทำบุญมึงคงไม่กล้าใช้ เดี๋ยวแม่ฟาดหลังแอ่นมึงน่ะกล้าแมะ เงินในบัญชีกูมี 100 ล้านตั้งแต่ 25 ละ เห็นหน้ากูสวยอะแน่นอน ก็หน้าที่ 5 ละ

ไม่มีใครจะรู้จักกู เข้าใจกูเท่าตัวกูหรอก ความเจ็บช้ำผ่านมาหมดแล้ว คงไม่ต้องให้ใครมาบอก กูล้มลุกคลุกคลานมาจนกางเกงเปรอะ เก็บแรงกำลังใจให้ตัวมึงเหอะ ชีวิตกระทืบแต่กูไม่ตาย ความเจ็บนี่แหละที่สร้างพิมรี่พาย

เทียบกับพระมหาเทวีเจ้า นักการตลาดแห่งเมืองทิพย์ พิมรี่พายเหนือกว่ามาก เธอคนนั้นเป็นได้เพียงแค่ปีศาจ ส่วนเธอคนนี้เป็นนางพญางู เฉลียวฉลาด สวย ว่องไว และทันสมัย เป็นคนคิดและทำ อย่างฉับพลัน คนอื่นคิดแต่ยังไม่ทันทำ หรือทำแล้วแต่ยังไม่ทันคิด สาเหตุเพราะคิดหรือทำไม่ทันนั่นเอง แต่เธอรวดเร็ว หมุนตัวได้รอบทิศทาง

บทสรุปของเธอคือ ผู้หญิงคนนี้ช่างน่ารักน่าชัง

 

๑๐

ฉันมองการแก้ปัญหาโควิดของรัฐแล้ว คิดว่ารัฐหวังดี พยายามทำเต็มที่ แต่ทว่าก็ยังเชื่องช้า เงอะงะ อันนี้เป็นธรรมชาติของรัฐ ที่มีแต่คนแก่เป็นผู้กุมอำนาจ และพวกเขาใจไม่ถึง

หากใจถึง ก็เพียงแบ่งอำนาจให้คนรุ่นใหม่ เช่น มอบหมายให้คุณธนาธรเป็นหัวหน้าคนจัดซื้อวัดซีนในภาคส่วนที่เป็นเอกชน สองภาคส่วนร่วมกันทำ อย่างอื่นไม่ต้องพูด ไม่ต้องทะเลาะ เพราะนี้เป็นวิกฤตการณ์ของชาติ เราต้องร่วมมือกันป้องกันน้ำท่วมใหญ่ คุณธนาธรวันนี้ ยังไม่ได้ทำงานเต็มศักยภาพของเขาเลย ยังว่างอยู่

๑๑

หากคุณธนาธรสั่งซื้อวัคซีนใด และผลออกมาดี ผู้คนพอใจ ก็ยกเครดิตให้เขา ส่วนรัฐก็ยังได้เครดิตเช่นกัน ว่าใจกว้าง ยอมมอบงานสำคัญให้เขา คนที่ด่าก็ไม่ต้องด่า ใครจะแฟร์แบบนี้

แต่หากผลงานไม่ดี ก็ไปด่าคุณธนาธรแทน

แต่สมมุติว่าดีทั้งสองภาคส่วน ก็ยิ่งดี เป็นกำไรของชาติ นี่เป็นครั้งหนึ่งที่วิกฤตการณ์มาถึง ฝ่ายรัฐและฝ่ายค้านร่วมมือกันอย่างปรองดอง ความขัดแย้งละไว้ก่อน ต่างช่วยกันทำงานให้ชาติรอด

๑๒

นี่คือคิดและทำพร้อมกัน อย่างฟ้าร้องฟ้าแลบ นี้คือการเรียนรู้จากคุณพิมรี่พาย

 

๑๓

ความผิดเริ่มมาจากวันที่บิ๊กตู่ตอบรับการเป็นนายกรัฐมนตรีของเมืองไทย จากวันนั้นมา ทุกอย่างก็ผิดหมด เมืองไทยกลายเป็นแดนสนธยา ตอนนี้ยังเจอวิกฤตโควิดอีก เรียกว่าไวรัสในแดนสนธยา มันจะปกติได้ยังไง

๑๔

ฉันสังเกตว่าคนมากมายจะเกิด Mind Block อันเนื่องมาจากความเกลียดชังบิ๊กตู่อย่างรุนแรง แต่ทำอะไรเขาไม่ได้ ยิ่งเพราะทำอะไรเขาไม่ได้นี่เอง จึงย้อนกลับมากดดันที่จิตของพวกเขา ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้บิ๊กตู่อย่างรุนแรง

นี้คืออาการเกิด Mind Block และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ระบบเหตุผลก็พังทลายลง

วันนี้เราจึงมีผู้คนมากมายที่ด่าเขา ด่าเช้าด่าเย็น ด่าจนสมองของคนฟังเบลอไปหมด

๑๕

ปัญหาของวัคซีน ให้ยึดตามคณะแพทย์เป็นหลัก หากจะด่า ก็ควรด่าคณะแพทย์ อย่าไปด่าดารานักร้อง ที่เพียงออกมาพูดตามคณะแพทย์ หรือพูดตามที่ตัวเองคิด ปัจเจกชนพูดจะผิดอะไร

๑๖

ถ้าฉันเป็นรัฐบาล ฉันก็จะฉีดดารานักร้องเป็นกลุ่มต้นๆ เพราะดารานักร้องมีจำนวนแค่หลักพัน แต่หน้าตาของพวกเขา คือหลักแสนหลักล้าน

ยกตัวอย่างเช่น น้าค่อม ชวนชื่น เวลาตายเพราะโควิด ทุกคนในประเทศรู้กันหมด หากคนงานแก่ๆ อายุ ๖๓ คนหนึ่งตายเพราะโควิด จะมีคนรู้กี่คน

ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะจัดฉีดดารานักร้องก่อน ก็ไม่ผิด ถ้าจะผิด ก็ผิดที่ทำแบบกระบวนการ เหมือนรายการโปรโมตอะไรสักอย่าง ทำอย่างโจ่งแจ้ง

 

๑๗

การแก้ปัญหาวัคซีน เราต้องยอมรับก่อนว่า ประเทศไทยเรามีลักษณะเฉพาะตัว ไม่เหมือนประเทศอังกฤษ หรือญี่ปุ่น หรือจีน ก็เพราะคนไทยไม่ใช่คนอังกฤษ หรือคนญี่ปุ่น หรือคนจีน เราต้องยอมรับและเข้าใจคนไทย เราจึงค้นพบวิธีที่เหมาะสมที่สุด

บางประเทศไม่มีปัญหา เพราะประชาชนมีวินัยสูงและเชื่อมั่นในรัฐบาลของตน

แต่เมืองไทยไม่เป็นเช่นนั้น เราเป็นชาติที่มีปัญหาทางชนชั้น มีความเห็นต่างทางการเมือง ไม่มีวินัย

และท้ายสุด เรามีประชาชนจำนวนมากที่เกลียดชังรัฐบาล หากรัฐบาลจัดวัคซีน A B C ดังนั้น แต่ละวันจึงมีเสียงเรียกร้องวัคซีน X Y Z

๑๘

ต่อให้รัฐบาลจัดวัคซีนได้ครบ A B C X Y Z ก็จะมีปัญหาอยู่ดี เพราะต้นทุนของพวกมันไม่เท่ากัน ปริมาณที่ได้ไม่เท่ากัน

ฉันว่าเมืองไทยควรเปิดเสรีดีกว่า คือรัฐบาลจัดหาวัคซีนตามกำลังความสามารถของตน และจัดฉีดให้ประชาชนตามกำหนดการที่ทำได้

ขณะเดียวกัน ปล่อยให้เอกชนซื้อหาวัคซีนตามใจพวกเขา หมายถึงวัคซีนตัวที่ผ่าน อย.แล้ว โดยอนุญาตให้พวกเขาเก็บเงินได้จากประชาชน ลดต้นทุนให้รัฐบาลด้วย แบบนี้จะจบ เพราะคนไทยจำนวนมากไม่กังวลใจที่จะจ่ายเงินหลักพันในการซื้อหาวัคซีนตัวที่เขาเชื่อ

ส่วนประชาชนที่คิดว่า วัคซีนฟรีที่รัฐบาลจัดหาให้ก็ดีเพียงพอแล้ว ก็ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อ ไม่ต้องโต้เถียงกัน

๑๙

มมุติวันนี้คุณทักษิณเป็นนายกฯ แต่หากเขาควบคุมให้ฉีดวัคซีนเฉพาะกลุ่ม เช่น X Y Z ก็จะมีเสียงด่าอยู่ดี จะมีคนกล่าวหาว่า ทำไมมีแต่ตัวพวกนี้ จะฆ่าประชาชนหรือ

แต่หากเปิดเสรี เสียงด่าเหล่านี้จะหมดไป คุณเลือกฉีดวัคซีนที่คุณชอบ เลือกฉีดวัคซีนที่คุณเชื่อ นี้คือคนไทย ทำแบบนี้คนไทยจะสงบ

๒๐

การเปิดเสรีหมายถึง อาจมีกลุ่มเอกชนที่มีความสามารถจะจัดหาซื้อวัคซีนได้ก่อน มี connection ดี ก็หามา

หรือโรงพยาบาลใดที่มีความสามารถ หาซื้อวัคซีนตัวใหม่สุด แพงสุดได้ และฉีดให้คนไฮโซที่เต็มใจจ่าย ก็ไม่ต้องไปอิจฉาพวกเขา เพราะนี้เป็นแค่ความเชื่อ ใครจะยืนยันได้ว่าวัคซีนตัวไหนดีที่สุด คณะแพทย์พูดยังไม่มีคนฟังเลย เหมือนน้ำดื่ม ไฮโซอาจดื่มน้ำยี่ห้อราคาแพง ด้วยเพราะเชื่อว่านี้คือน้ำดื่มที่ดีที่สุด

แต่ทว่าบางคนอาจเห็นว่า น้ำดื่มคือน้ำดื่ม ดื่มได้คือน้ำบริสุทธิ์ แค่นี้ก็พอ เราเปิดเสรีเพื่อให้ทุกคนมีทางไปของตัวเอง หากรัฐฉีดได้ ๔๐ ล้านคน ที่เหลือเอกชนฉีด ก็เท่ากับว่าเรามีเกิน ๔๐ ล้านคนที่ได้ฉีดแล้ว นี้คือกำไรของชาติ

๒๑

วิกฤติโควิดเหมือนน้ำท่วมใหญ่ ใครทำอะไรได้ก็ทำ ใครมีปัญญากันน้ำได้ก็ทำ หากมีเด็กบางคนไม่กลัวน้ำ อยากไปเล่นน้ำก็ตามใจพวกเขา

เวลาจมน้ำตาย ก็ไม่โทษใคร

บทความก่อนหน้านี้นิธิ เอียวศรีวงศ์ | ผ.น.ง.
บทความถัดไปสำเริงคดี : รักแล้ว ลอนดอน / ทรงวาด