ประสิทธิ์โมเดลที่ชายแดนภาคใต้ และโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้/รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

[email protected]

http://www.oknation.net/blog/shukur

 

ประสิทธิ์โมเดลที่ชายแดนภาคใต้

และโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้

 

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

15 พฤษภาคม 2564 สื่อทุกช่องต่างรายงานปฏิบัติการตำรวจกองปราบปราม ปิดเกมคนดีเหนือโลก หลอกเงินชาวบ้าน และคนมีหน้ามีตาในสังคม ในนามคนดีรักชาติ รักสถาบัน “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” โดยเปิดเผยว่า ความจริงแล้วเขาได้เปิดบริษัทเครือข่ายเพื่อหลอกเงินจากนักลงทุนหลายรูปแบบ อ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง แต่สุดท้ายไม่ได้จริง

ตัวอย่างเช่น มีการขายแพ็กเกจท่องเที่ยว ในโครงการ “เที่ยวเพื่อชาติ” ราคา 50,000 บาท โดยอ้างว่าสามารถใช้จองห้องโรงแรม เข้าสปา ซื้ออาหารบุฟเฟ่ต์ได้เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท เป็นต้น

โดย พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส ระบุว่า รูปแบบการโกงของแก๊งนี้ “เป็นการเปิดบริษัทท่องเที่ยว ชักชวนผู้เสียหายซื้อแพ็กเกจทัวร์ แต่สุดท้ายไม่มีการจัดท่องเที่ยวจริง” กลายเป็นว่าบริษัทได้เงินก้อนไปเฉยๆ

รวมถึงหลอกเงินประชาชนมาลงทุนในรูปแบบสหกรณ์ อ้างว่าจะได้เงินปันผลสูง ประชาชนหลายคนเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาฝากไว้ เพราะเชื่อใจในภาพลักษณ์ความเป็นคนดี รักชาติ รักสถาบัน

แต่สุดท้ายไม่ได้ทั้งเงินปันผล และเงินก้อนที่ฝากไว้ไปขอคืนก็ไม่ได้คืน แถมยังขู่กลับด้วยว่า ถ้าใครไปแจ้งความจะถูกระงับบัญชี และฟ้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

กองปราบปรามเปิดเผยว่าคดีนี้มีผู้ต้องหา 6 คน และประสิทธิ์เป็นตัวการสำคัญ “ผู้ต้องหาได้ตั้งบริษัทขึ้นมาในลักษณะเครือข่ายขนาดใหญ่ เพื่อชักชวนให้ผู้เสียหายมาร่วมลงทุนหลายรูปแบบ อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง

ช่วงแรกๆ ก็จ่ายเงินค่าตอบแทนจริง เพื่อให้ผู้เสียหายตายใจ นำเงินมาลงทุนเพิ่มอีก

แต่หลังจากนั้นก็เริ่มบ่ายเบี่ยง ไม่จ่ายเงินผลตอบแทน และไม่คืนเงินลงทุนให้ผู้เสียหาย ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 1 พันราย มูลค่าความเสียหายมากกว่า 1 พันล้านบาท”

(ดูคลิปประกอบใน https://fb.watch/5FrroHW42_/ และ https://fb.watch/5FrEt1ZsvR/)

ความเป็นจริง ประสิทธิ์โมเดลยังมีเรื่องทำนองนี้ที่ชายแดนภาคใต้ เพียงแต่ต่างกันที่ตัวละคร อ้าง “เป็นผู้รู้ศาสนา” และคนมีหน้ามีตา “ดาโต๊ะ” จากมาเลเซีย

 

ชายแดนใต้เขาทำกันอย่างไร?

ชายแดนภาคใต้ช่วงปี 2562-2563 จะเห็นคนเฒ่าคนแก่ใส่หมวกมุสลิม ใส่ผ้าคลุมรวมตัวเยอะๆ แม้ช่วงโควิด เลยถามว่ามาจากไหน

เมาะๆ และอาเยาะๆ ก็ตอบว่า มาจากโรงแรมชื่อดังใจกลางเมืองปัตตานี มีบาบอ (ผู้รู้ศาสนา) ท่านหนึ่งทำธุรกิจกำไรงามกับดาโต๊ะจากมาเลเซีย ลงทุนคนละ 3 หมื่นได้กำไร 4 พันบาท โอนทุกๆ 15 วัน ทำธุรกิจเกี่ยวกับทองบ้าง ธุรกิจอุมเราะห์ฮัจญ์ (พิธีกรรมศาสนาที่เมืองมักกะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย) ธุรกิจเขามั่นคง คนก่อนๆ หน้าพวกเรายืนยันว่า เขาไม่หลอก โอนมาทุกครั้งตามสัญญา มีสลิปแต่ละคนมายืนยัน ถ้าหาสมาชิกเพิ่มก็จะได้กำไรเพิ่มขึ้นอีก ยิ่งหาสมาชิกมากก็ได้กำไรหลายชั้นเป็นลูกโซ่ นอกจากนี้ มีคนผู้มีชื่อเสียง ผู้นำชุมชน หลายพื้นที่ร่วมด้วย อาหารก็อร่อย

หากเราดูที่ชาวบ้านบอกรายละเอียดเมื่อกี้ พบว่า ในอดีตมีธุรกิจขายฝันมากมายที่ชายแดนภาคใต้กำลังเป็นคดีความ ชาวบ้านสูญเงินนับหมื่น นับแสน นับล้านบาท แล้วแต่จำนวนลงทุน เช่น อ้างว่านำเงินไปทำธุรกิจข้าวสาร โรงงาน (วันฮาลาล) และอื่นๆ เพียงแต่ละยุคแต่ละสมัยจะปรับรูปแบบเท่านั้นอย่างไรก็แล้วแต่ผู้คนชายแดนภาคใต้ก็ไม่ได้หลาบจำ

ยิ่งแนะนำเขา เขาจะกล่าวหาว่าเราอิจฉาเขาบ้าง

 

ในธุรกิจขายฝันแบบนี้ภาพรวมไม่ต่างกัน หรือสรุปเป็นข้อสังเกตได้ดังนี้

– มักบอกว่าเป็นการลงทุนระยะสั้น ผลตอบแทนสูง แถมบางครั้งโฆษณาด้วยว่ามีความเสี่ยงต่ำ

– มีการอ้างชื่อคนดัง ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะครู อุสตาซ อุสตาซะห์ (ผู้รู้ศาสนา) กำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นหรือนี้ก็ลงทุน ผู้มีอิทธิพล หรือคนที่เป็นที่รู้จัก ต่างก็ร่วมลงทุน

– รูปแบบการลงทุนแชร์ลูกโซ่จะไม่ชัดเจน สินทรัพย์เป็นอะไรที่เข้าใจยาก ใหม่ หรือยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือบางครั้งเป็นสินทรัพย์ที่อยู่ต่างประเทศ ตรวจสอบได้ยาก (อย่างเช่น อ้างดาโต๊ะที่มาเลเซีย)

– จะมีรูปแบบของการหาสมาชิกเพิ่มเป็นประเด็นหลัก เช่น ชวนเพื่อนมาสมัคร จะทำให้เราได้ผลตอบแทนที่มากขึ้นๆ ไป

– อ้างว่าถ้าไม่รีบคว้าอาจเสียโอกาสนี้ไป (ต่อไปคนชายแดนภาคใต้/ปาตานีจะรวยทั้งหมด และจะได้นำเงินนี้สร้างมัสยิด ปอเนาะและตาดีกา ไม่ต้องลำบากแบมือขอรัฐบาล)

– ชักจูงให้เราลงทุนเพิ่ม โดยช่วงแรกมักจ่ายผลตอบแทนคืนให้จำนวนสูงตามที่ตกลงไว้ และเมื่อสมาชิกตายใจ ก็จะชักจูงให้นำเงินมาลงทุนในแชร์ลูกโซ่เพิ่ม เพื่อผลตอบแทนที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

ธุรกิจขายฝันแบบนี้แน่นอนผิดทั้งกฎหมายบ้านเมืองและหลักการอิสลาม

ล่าสุด ปลัดอำเภอหนองจิกได้ทำหนังสือประกาศให้ประชาชนระมัดระวังธุรกิจในรูปแบบนี้ที่กำลังระบาดในชุมชน

 

ผลกระทบแชร์ต่อชาวบ้าน

ท่ามกลางข่าวคราวโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้

คนชายแดนภาคใต้นอกจากได้รับผลกระทบเรื่องแชร์ลูกโซ่ดังกล่าว พวกเขากำลังกังวลตื่นตระหนกกับข่าวโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้โผล่ข้ามแดนจากรัฐกลันตันที่มีสถิติต่อวันนับร้อยสู่นราธิวาส ซึ่งพวกเขากำลังต้องการกำลังใจของคนในชาติ กล่าวคือ

“เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2564 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยกรณีมีรายงานข่าวพบผู้ติดเชื้อโควิด ซึ่งเป็นเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์แอฟริกาใต้ ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งสายพันธุ์แอฟริกาใต้นั้นเป็นสายพันธุ์เจ้าพ่อเบอร์ 1 ส่วนสายพันธุ์อังกฤษที่ระบาดในไทยตอนนี้นับว่าเด็กอนุบาล เพราะสายพันธุ์แอฟริกาใต้นั้นมีความสามารถในการแพร่กระจายโรคได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการรุนแรง และผลจากการศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่า สายพันธุ์ดังกล่าวดื้อต่อวัคซีนแทบทุกชนิด”

นางสาวติชิลา พุทธรักษา จากไทยพีบีเอสรายงานว่า “ไม่ไหวน้องเหอ ไม่ได้นอนที นอนวันหนึ่ง 2 ชั่วโมง สายเข้าตลอด เมื่อวานเป็นลมเลย”

ซึ่งปลัดธนาศิลป์ เสี้ยวทอง ปลัดอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส กล่าวด้วยสายตาที่อิดโรย เพราะแทบไม่ได้พักผ่อน ซึ่งตั้งแต่ปิด 9 หมู่บ้านใน ต.เกาะสะท้อน จนวันนี้พบ ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ 3 คน จาก 10 ตัวอย่างที่ส่งไปตรวจ วันนี้ก็ยังทำหน้าที่เป็นหัวหน้าประจำจุดตรวจปูยู จุดตรวจเดียวที่จะเปิดให้เข้า-ออกสำหรับคนที่มีความจำเป็นจริงๆ ที่จะออกนอกชุมชน

“บางคนบอกพี่ว่า จะขอออกไปตัดผม เราก็ต้องบอกว่า ทนไปก่อนได้ไหม หรือบางคนบอกว่า จะออกไปซื้ออาหารแมว เพราะแมวกินได้แค่บางยี่ห้อ เราก็ต้องออกไปซื้อแทน แต่อันนี้ยังดีที่บอกเราตรงๆ แต่บางคนบอกจะไปซื้อของมาขาย เราบอกแล้ว ห้ามแวะโน่นนี่นะ ห้ามแวะร้านน้ำชา ไปหาญาติ แต่ก็ยังไป แต่ที่หนักสุดคือวัยรุ่นหนีไปกลางคืน ไปทางเรือมั่งอะไรมั่ง ไปมั่วสุมกัน เจ้าหน้าที่พบก็ต้องเข้าไปขอให้กลับบ้าน”

ดังนั้น ก็ขอให้กำลังใจทุกคน โดยเฉพาะปลัดธนาศิลป์ และเจ้าหน้าที่ทุกนาย ทั้งตำรวจ ทหาร อส. จนท.สาธารณสุข อสม. และเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เข้าเวรประจำจุดตรวจ และเป็นสายตรวจที่ทำงานท่ามกลางความเสี่ยงอย่างมาก

เวลาพบคนทำผิดก็ไม่กล้าไปจับ หรือสัมผัสตัว ได้แต่ขอความร่วมมือให้กลับหมู่บ้าน หรือกักตัว บางคนนอนไม่ถึง 2-3 ชั่วโมงต่อวัน กลับบ้านก็ไม่ได้เพราะกลัวนำเชื้อเข้าบ้าน

นี่ก็มีการขยายปิดหมู่บ้านต่อไปอีกจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

#สู้ๆ นะทุกคน

บทความก่อนหน้านี้Pisanus Thailand จุดเริ่มต้นธุรกิจจากห้องเช่าเล็กๆ สู่แบรนด์ท็อปเปอร์อันดับต้นๆของประเทศไทย
บทความถัดไปหลังโควิด-19 โลกจะไม่มีวันเหมือนเดิม/กาแฟดำ สุทธิชัย หยุ่น