อนุสรณ์ ติปยานนท์ : In Books We Trust (13) หนังสือแห่งความหวัง (2)

อนุสรณ์ ติปยานนท์[email protected]

 

In Books We Trust (13)

หนังสือแห่งความหวัง (2)

 

นวนิยายขุนศึกเล่มสามแทรกตัวเข้าไปบนชั้น อยู่ระหว่างเล่มที่สองและเล่มที่สี่อย่างเจียมตัว

มันดูแปลกแยกที่สันหนังสือของมันไม่มีเลขประจำตัวแบบเดียวกับหนังสือห้องสมุดอื่น ห้องสมุดของเขาใช้ระบบเขียนชื่อประเภทหนังสือในการจัดวางหนังสือเริงรมย์ นว สำหรับนวนิยาย รส สำหรับเรื่องสั้น

แต่ “ขุนศึก” เล่มที่สามไม่มีอะไรปรากฏบนสันปก มันเจียมตัวราวกับนักเรียนใหม่ที่ปรากฏตัวในชั้นเรียนอย่างกะทันหัน

ตลอดสัปดาห์ เขาไปถึงโรงเรียนแต่เช้า เฝ้ารอการเปิดของห้องสมุด บรรณารักษ์ทำสีหน้าแปลกใจเมื่อเห็นเขาในวันแรกๆ แต่แล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่ใส่ใจอีกต่อไป เด็กนักเรียนคนหนึ่งที่มาห้องสมุดแต่เช้าไม่อาจดึงความสนใจเขาจากความหมกมุ่นต่อการล้างถ้วยกาแฟของเขาได้

ปิ่นมาที่ห้องสมุดทุกวัน แต่กิจวัตรของเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลง ระหว่างสัปดาห์ เธอไม่เฉียดกรายเข้าใกล้ชั้นของนวนิยาย หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือด้านสังคม ถูกเธอประคองใส่มือในทุกวัน จนถึงวันศุกร์ วันนั้นเขาออกจากบ้านเช้ากว่าที่เคย พ่อและแม่ของเขาแปลกใจอยู่บ้าง แต่เขาอ้างว่ามีกีฬาที่ต้องซ้อมแต่เช้า

เขารู้ดีว่าคำอธิบายนั้นใช้การแทบไม่ได้ พ่อกับแม่รู้ว่านอกจากการวาดรูปแล้ว กีฬาไม่เคยมีอยู่ในเวลาว่างของเขา

 

เขาเลือกโต๊ะอ่านหนังสือตัวที่สามารถมองเห็นมุมของนวนิยายได้ถนัด ราวกับนายพรานที่ขัดห้างบนต้นไม้ใหญ่ที่สามารถมองเหยื่อที่ต้องการได้อย่างปลอดภัย แม้จะเป็นเวลาเช้าแต่มือของเขาชุ่มโชกด้วยเหงื่อ เม็ดพรายเหล่านั้นปรากฏแม้บนใบหน้าของเขา

ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กถูกเขาดึงออกจากกระเป๋าเสื้อ เขาใช้มันซับสัญลักษณ์แห่งความตื่นเต้นนั้นแทบทุกห้านาที และก่อนที่เขาจะฟุบลงด้วยความตื่นเต้นเช่นนั้น ปิ่นก็เดินเข้ามาในห้องสมุด

ภาพของปิ่นในยามวันนั้นสำหรับเขาแล้วงดงามกว่าที่เคยเป็น เธอแลดูราวกับเทพธิดาตัวน้อยที่หยิบยื่นพรล้ำค่าที่ผู้คนเฝ้ารอมาเนิ่นนาน

เขามองเธอที่บรรจงวางหนังสือที่ถึงกำหนดคืนลงบนโต๊ะคืนหนังสือหน้าบรรณารักษ์ ชายผู้นั้นหยิบกองหนังสือเหล่านั้นไปลงเลขวันที่อย่างเนือยๆ เขาไม่เคยต้องกังวลกับการคืนค่าปรับ เด็กสาวคนนี้ไม่เคยคืนหนังสือเลยเวลา

การล้างถ้วยกาแฟของเขามีจังหวะจะโคนเช่นไร การอ่านหนังสือของเด็กสาวผู้นี้ก็เช่นกัน ชายผู้เป็นบรรณารักษ์หอบหนังสือทั้งหมดที่ถูกนำมาคืนใส่ลงรถเข็นก่อนจะหันไปชงกาแฟอีกแก้วหนึ่ง

ปิ่นเดินมาที่ชั้นของนวนิยาย เธอตรงไปที่ชั้นของ “ขุนศึก” ราวกับว่ามันคือสิ่งที่ถูกกำหนดมาแล้ว และเธอเพียงแต่ทำตามการถูกกำหนดที่ว่านั้น เธอหยิบนวนิยาย “ขุนศึก” เล่มสองลงจากชั้นและเดินหันหลังจากชั้นที่ว่านั้น

แต่แล้วในก้าวที่สองหรือสามนั่นเอง เธอก็เดินกลับไปที่ชั้นอีกครั้งหนึ่ง ปิ่นหยุดยืนที่หน้าชั้น มองหนังสือนวนิยาย “ขุนศึก” เล่มที่สามด้วยอาการครุ่นคิด

หากเขาเป็นนายพรานที่เฝ้ารอเหยื่ออย่างอดทน ปิ่นก็ไม่ต่างจากเหยื่อที่มีความระมัดระวังตนอย่างสูง เธอมองสันปกของนวนิยายเล่มนั้นอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะตัดสินใจหยิบมันจากชั้น

นวนิยายเล่มที่เขานำมาจากที่บ้านถูกปิ่นเปิดขึ้นทีละหน้า เธอทำตัวราวกับเหยื่อที่สำรวจอาหารที่ถูกวางล่อไว้อย่างถี่ถ้วน มันไม่ควรเป็นสิ่งที่ปรากฏในดินแดนนี้ เหยื่อคงกล่าวในใจ มันไม่ควรเป็นอาหารที่มางอกงามในพื้นที่นี้ได้โดยง่าย มันควรเป็นกับดัก

แต่ก็เป็นกับดักที่น่าลิ้มลองอย่างสุดใจ

 

ปิ่นพลิกหน้าหนังสือไปจนถึงหน้าสุดท้าย เธอปิดหนังสือ ยืนครุ่นคิด เขาไม่รู้ว่าเธอคิดอะไร ในแง่หนึ่งเธออาจคิดว่าบรรณารักษ์เอื้ออาทรต่อเธอโดยการจัดหาหนังสือเล่มที่ขาดมาให้ แต่นั่นดูเป็นสิ่งที่เกินกว่าความเหนื่อยเฉื่อยของบรรณารักษ์คนนี้

และถ้าเขาทำเช่นนั้น เขาควรเขียนเลขหนังสืออย่างชัดเจนลงบนสันปก ไม่ใช่ปล่อยมันว่างเปล่าเช่นนี้

ดังนั้น มันจึงไม่ใช่หนังสือที่มาจากบรรณารักษ์ และถ้ามันเป็นหนังสือของบุคคลอื่น เธอควรหยิบมันออกจากชั้นหรือไม่

ความลังเลดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวของปิ่น เธอเคาะนิ้วของเธอลงบนปกอย่างใช้ความคิดและแล้วในที่สุดเธอก็นำหนังสือเล่มนั้นไปที่บรรณารักษ์

ชายผู้เป็นบรรณารักษ์เพิ่งเสร็จสิ้นการชงกาแฟแก้วที่สองของวัน เขาประทับตราวันที่ยืมลงบนหนังสือทุกเล่มก่อนจะพลิกด้านหลังของหนังสือ “ขุนศึก” ด้วยความใส่ใจ เขาพบว่าด้านหลังของหนังสือไม่มีที่ใส่บัตรยืมหนังสือ สันปกอีกเล่าก็ปราศจากเลขหนังสืออย่างที่มันควรจะเป็น

ปิ่นยืนรอการตัดสินใจของเขาอย่างสงบก่อนที่ชายผู้เป็นบรรณารักษ์จะเอ่ยขึ้น

“น่าจะเป็นหนังสือใหม่ที่เอาเข้ามาและมีใครหยิบไปวางที่ชั้นเลย และคงเอาไปกองกันตรงไหนกว่าจะได้มาเข้าที่เข้าทางเช่นนี้ ขอเวลาฉันทำบัตรกับใส่เลขหนังสือก่อนนะ ดีใจแทนเธอด้วยที่ได้อ่านนวนิยายเรื่องนี้ต่อเนื่องอีกหน่อย เธอจะนั่งรอในห้องนี้หรือนอกห้องก็ได้ อีกราวสิบนาทีค่อยมาเอาหนังสือเล่มนี้ไป”

ไม่มีการตัดสินใจแบบอื่น ปิ่นเลือกเก้าอี้นั่งใกล้ๆ กับโต๊ะของบรรณารักษ์ เธอวางหนังสือที่ยืมมาบนโต๊ะ ฟุบหน้าของเธอลงกับกองหนังสือแล้วหลับไป

 

เขามองการนอนหลับของเธอด้วยความพิศวง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอในกิริยาเช่นนี้ โบสีน้ำเงินของเธอตกลงมาเคลียคลอกับปกเสื้อ ลำคอสีขาวของเธอสะท้อนแสงแดดราวกับงาช้างที่โผล่พ้นออกมาต้องแสงสว่างในป่าลึก เป็นความงามที่ยากจะบรรยาย เป็นความงามที่เขาอยากวาดภาพได้เช่นนี้

สิบนาทีผ่านไป ก่อนที่ชายผู้เป็นบรรณารักษ์จะเรียกเธอ ปิ่นก็ตื่นขึ้น เธอลุกออกจากโต๊ะ หยิบหนังสือทั้งหมดที่ยืมมา ก่อนที่จะหยิบหนังสือที่เพิ่งมีเลขประจำตัว หนังสือทั้งหมดถูกเธอพาออกไปจากห้องสมุด ในขณะที่เขายังนั่งอยู่ยังที่เดิม

ปิ่นจากไปแล้ว จากไปพร้อมกับหนังสือของเขาที่บัดนี้มันได้กลายเป็นหนังสือห้องสมุดและได้กลายเป็นหนังสือของเธอ

ตลอดวันนั้น ในชั้นเรียน เขาปราศจากสมาธิอย่างสิ้นเชิง ทุกครั้งที่เขามองไปที่กระดานเบื้องหน้า เขาหาได้เห็นตัวอักษรบนกระดานไม่ เขาเห็นแต่ลำคอขาวสล้างของปิ่น เขาแลเห็นแต่โบสีน้ำเงิน

เขาแลเห็นปิ่นและเขาแลเห็นความงาม

 

เย็นวันนั้น แทนการกลับบ้าน เขานั่งรถประจำทางออกจากโรงเรียน แวะลงที่ตลาดในบริเวณนั้น เขาเข้าไปในร้านเครื่องเขียนที่ใหญ่ที่สุด ปกติเขาจะมาที่ร้านแห่งนี้ในช่วงสุดสัปดาห์ เขามักซื้อสมุดวาดเขียน สีน้ำ หรือสีโปสเตอร์ อันเป็นอุปกรณ์ที่เขาคุ้นเคย

หลังจากนั้นเขาจะวาดภาพทิวทัศน์ลงในสมุดเหล่านั้นและลงสีสันให้กับมันในที่สุด

แต่ในครานี้เขาตัดสินใจเลือกซื้อผ้าใบสำเร็จรูปที่ถูกขึงเป็นเฟรมสี่เหลี่ยมขนาดสองฟุต มันเป็นเฟรมผ้าใบขนาดใหญ่กว่าสมุดวาดเขียนของเขามากนัก แต่เขาไม่ไยดี เขาเดินเลยชั้นสีน้ำ สีโปสเตอร์ ไปยังชั้นสีน้ำมัน เขาซื้อน้ำมันลินสีด สีรองพื้น และสีน้ำมันสีขาว เทาและน้ำเงินรวมถึงพู่กันอีกหลายเบอร์

เขาไม่เคยเขียนภาพสีน้ำมันมาก่อนเลยแต่เขาไม่ไยดี เขาชำระเงิน อุปกรณ์ทั้งหลายมีความยุ่งยากและมีน้ำหนักมากจนเขาต้องเรียกรถรับจ้าง ต่อราคาให้ไปส่งยังบ้านของเขา

พ่อกับแม่ของเขาแปลกใจที่เห็นเขากลับมาพร้อมอุปกรณ์เหล่านั้น แต่เขาไม่ไยดี เขาขึ้นไปที่ห้อง ปิดประตู เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่เบาสบาย ก่อนจะวางเฟรมผ้าใบลงบนโต๊ะ เขายังไม่มีขาหยั่งสำหรับการวาดรูป มันมีราคามากเกินไป และเขาคิดว่าเขาสามารถวาดภาพนี้ได้บนพื้นโต๊ะเรียบ

เขาทาสีรองพื้น รอจนสีแห้งสนิท ก่อนจะร่างภาพการนอนหลับของปิ่นลงบนผืนผ้าใบ

หลังจากนั้นเขาใช้สีสามสีลงสีสันลงบนรูป คอสีขาว โบสีน้ำเงิน และผมสีเทาที่โดนแสงแดดของเธอ

เขาวาดภาพนั้นทั้งคืนก่อนจะหลับลงเบื้องหน้าภาพนั้น

เขาฟุบหลับลงกับโต๊ะแบบเดียวกับที่ปิ่นฟุบหลับลงบนกองหนังสือในเช้าวันนั้น