หนุ่มเมืองจันท์ : กรรมกรข่าว ‘สรยุทธ’ กลับมาแล้วครับ

หนุ่มเมืองจันท์facebook.com/boycitychanFC

ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ

หนุ่มเมืองจันท์ / www.facebook.com/boycitychanFC

 

ปรากฏการณ์ ‘สรยุทธ’

 

“กรรมกรข่าว” กลับมาแล้วครับ

ผมรอการกลับมาอ่านข่าวของ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ด้วยเหตุผล 3 ประการ

ประการแรก ในสถานะคนที่ติดตาม “สรยุทธ” มานาน แม้ไม่ใช่ “แฟนคลับ” ที่ติดตามทุกวัน

แฮ่ม…เพราะตื่นไม่ทัน

แต่ก็ถือว่าได้ดู “สรยุทธ” ผ่านหน้าจออยู่เรื่อยๆ

โดยเฉพาะช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังเข้มข้น รายการที่พลาดไม่ได้เลยคือ “เจาะข่าวเด่น”

ช่วงที่ “สรยุทธ” หายไปจากหน้าจอ มีผู้ประกาศข่าวใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย

แต่ไม่มีใครทดแทน “กรรมกรข่าว” ได้

ทั้งความรู้เรื่องข่าว การทำงานหนักเพราะความคลั่งไคล้งานข่าว และลีลาการนำเสนอในแบบของเขา

จับประเด็นคม ตั้งคำถามดี

เจอกับ “สรยุทธ” ครั้งหนึ่งก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาในคดี “ไร่ส้ม”

ผมบอกเขาว่าให้รีบกลับมาอ่านข่าวเร็วๆ

“ไม่มีใครแทนคุณได้จริงๆ”

ไม่ใช่คำพูดตามมารยาท

แต่รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าวันแรกที่เขากลับมาอ่านข่าว

ผมจะอยู่หน้าจอทีวี

เพื่อดูข่าว

ไม่ใช่ดู Netflix หรือฟุตบอลเหมือนที่ผ่านมา

 

ประการที่สอง ในวันที่ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยนแปลงไป

คนดูโทรทัศน์น้อยลง

การติดตามข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น

“สรยุทธ” ที่ห่างหายจากหน้าจอไปประมาณ 5 ปี

กลับมาอีกครั้งในวันที่โลกเปลี่ยนไปเยอะมาก

คำถามที่น่าสนใจก็คือ “สรยุทธ” จะสามารถดึงคนให้กลับมาอยู่หน้าจอได้หรือไม่

แม้ช่วงที่ผ่านมา “สรยุทธ” จะไม่ได้อยู่หน้าจอ แต่เขาก็อยู่เบื้องหลังรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” มาตลอด

เป็น “โปรดิวเซอร์” ที่ยิ่งกว่า “โปรดิวเซอร์”

มีผู้ประกาศข่าวคนหนึ่งที่เคยร่วมงานกับ “เรื่องเล่าเช้านี้” ช่วงที่ “สรยุทธ” ทำหน้าที่อยู่เบื้องหลัง

เขาเล่าให้ฟังถึงการทำงานของ “กรรมกรข่าว” ว่า ทุกเบรกช่วงพักโฆษณาเขาจะเดินเข้าไปหา “ไก่” ภาษิต และ “น้องไบรท์”

แล้วบอกว่าข่าวช่วงต่อไปจะต้องเล่าอย่างไร

เริ่มจากตรงนี้ก่อน แล้วค่อยขยี้เรื่องนี้

เป็นการบรีฟอย่างละเอียดมาก

“ถ้าเข้าสิงได้ เข้าสิงแล้ว”

พอจบรายการ “สรยุทธ” จะมานั่งประชุมร่วมกับผู้ประกาศข่าวทุกคนอีกครั้ง แล้วสรุปงาน

ข่าวไหนที่ 2 คนอ่านข่าวไม่ถูกใจ

เขาจะมาเล่าใหม่ให้ฟังว่าควรจะเล่าแบบไหน

น้องคนนี้บอกว่า แม้จะฟังจาก “ไก่-ไบรท์” มาแล้ว แต่ฟัง “สรยุทธ” เล่าใหม่

“มันสนุกขึ้นจริงๆ”

เขาสรุปว่า “สรยุทธ” เหมือนนักฟุตบอลที่บาดเจ็บ

ลงสนามไม่ได้

แต่ “คันมาก”

จะบอกคนอื่นว่าควรจะเล่นอย่างไร

ยังไงก็ไม่เหมือนลงสนามเอง

ในขณะที่ “แฟนคลับ” รอวันที่ “สรยุทธ” คืนจอ

ผมเชื่อว่าคนที่ใจจดจ่อมากยิ่งกว่า ก็คือตัวเขาเอง

“กรรมกรข่าว” ที่บอกว่าชีวิตนี้ทำอะไรไม่เป็น นอกจากข่าว

เขาคงรอวันที่จะมานั่งหน้ากล้องมากกว่าใคร

ไม่แปลกที่ “สรยุทธ” จะบอกว่าเขามือสั่น

ผมเชื่อว่าเขาตื่นเต้นจริงๆ

 

ประการที่สาม ผมติดตามในมุมของ “นักข่าวธุรกิจ”

อยากรู้ว่าปรากฏการณ์ “สรยุทธ” จะดึงโฆษณาให้กลับมาหน้าจอทีวีได้อีกหรือเปล่า

ที่ผ่านมาสินค้าต่างๆ ลดการโฆษณาในสื่อหลัก

เปลี่ยนไปใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้น

สื่อโทรทัศน์กระทบหนักมาก

“สรยุทธ” และ “ช่อง 3” วางจังหวะก้าวเรื่องนี้ค่อนข้างดี

ไม่รีบดึง “สรยุทธ” คืนจอทันที

แต่ทอดเวลาไว้ระยะหนึ่ง

ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเรื่องการวางแผนขายโฆษณาด้วย

เพราะรู้ว่า “สรยุทธ” ขายได้

ทอดเวลาให้เอเยนซี่จองโฆษณา

อัตราค่าโฆษณาไม่เพิ่ม แต่ส่วนลดที่เคยลดให้เอเยนซี่โฆษณาเยอะๆ ก็จะลดน้อยลง

ในมุมหนึ่ง ก็คือการขึ้นค่าโฆษณา

“ช่อง 3” เคยประสบความสำเร็จในเรื่องข่าวมาก่อน

รายการข่าวถ้าขายได้ จะเป็นรายการที่ต้นทุนต่ำที่สุด

เพราะเงินเดือนทีมงานข่าวและค่าใช้จ่ายในการทำข่าวให้ครบถ้วนสมบูรณ์เป็น “ต้นทุนคงที่”

สมมุติว่าวันละ 1 ล้านบาท

มีรายการข่าวทั้งวัน 1 ชั่วโมง เท่ากับต้นทุนชั่วโมงละ 1 ล้าน

แต่ถ้ามี 5 ชั่วโมง ต้นทุนรายการเหลือชั่วโมงละ 2 แสน

และถ้า 10 ชั่วโมง ต้นทุนก็เหลือแค่ 1 แสนต่อชั่วโมง

มีแต่ค่าผู้ประกาศข่าวที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น

ไม่เหมือนกับรายการต่างๆ ผลิต 2 รายการก็ต้นทุนเพิ่มขึ้น 2 เท่า

ยิ่งมากรายการ ยิ่งเพิ่ม

แต่รายการข่าวยิ่งเพิ่มเวลาออกอากาศ ต้นทุนยิ่งต่ำลง

ในมุมธุรกิจ “ช่อง 3” ชอบรายการข่าวมากกว่ารายการทั่วไป

ไม่แปลก ที่เขาจะขยายเวลาข่าวแต่ละช่วงเพิ่มขึ้นทันที

“สรยุทธ” และ “ช่อง 3” เลือกวันดีเดย์ คือวันที่ 1 พฤษภาคม

“วันแรงงานแห่งชาติ”

เล่นกับชื่อ “กรรมกรข่าว” ของ “สรยุทธ”

ปรับผังใหม่ ขยายเวลา ปรับตัวผู้ประกาศข่าวแต่ละช่วง

ที่สำคัญ เป็นจังหวะที่ “โควิด-19” ระบาดหนัก

คนส่วนใหญ่อยู่บ้าน ต้อง work from home

มีโอกาสที่จะเฝ้าหน้าจอสูงกว่าปกติ

ผมนั่งดูวันที่ “สรยุทธ” คืนจอในรายการ “เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์”

นอกจากดูลีลาการอ่านข่าวของเขาแล้ว

ยังนับโฆษณาด้วย

โฆษณาเข้าเพียบทุกช่วงเบรก

รวม 21 ชิ้น

เป็นสินค้าตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น

ไม่ใช่ “อาหารเสริม” หรือสินค้าขายตรงที่ยึดหน้าจอในช่วงที่ผ่านมา

ก้าวแรกของ “ปรากฏการณ์สรยุทธ” ประสบความสำเร็จ

ผมเชื่อว่าก้าวต่อไปของเขาคงเป็นเรื่องการช่วยเหลือสังคม

เหมือนที่เคยทำในตอน “น้ำท่วมใหญ่”

ภาพที่คุ้นเคยจะกลับมาอีก

และ…

…ชีวิตต้องดำเนินต่อไป

บทความก่อนหน้านี้โควิด-19 : เชื้อกลายพันธุ์อินเดียมาแรง ลุกลามข้ามไปแอฟริกาใต้
บทความถัดไปสะท้อนปัญหา คนไทยไม่กล้าฉีดวัคซีน รับแม้แต่ จนท.สธ.ยังกลัว