นาย ต. : ชิงจังหวะเปิดโครงการ

คอลัมน์ก่อสร้างและที่ดิน

วันเสาร์อาทิตย์กลางเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา จะมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดตัวโครงการใหม่หลายแห่งพร้อมๆ กัน รวมทั้งมีการเปิดแคมเปญขายใหม่ของโครงการที่เปิดขายมาแล้วก่อนหน้านี้ด้วย

ตอนแรกก็นึกว่าเป็นฤกษ์งามยามดีที่ดูมาจากตำราเล่มเดียวกัน แต่พอเช็กสอบกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตัวจริง กลับพบว่า เป็นการช่วงชิงจังหวะเวลาลงมือก่อน เปิดตัวโครงการก่อนของบริษัทอสังหาฯ ที่มีความพร้อม ที่มีความคล่องตัว

เพราะโดยกระแสทิศทางตลาดที่จดๆ จ้องๆ กันอยู่ ขณะที่ต้องรักษาอัตราการเติบโตยอดขายของบริษัท ทำให้คาดการณ์เหมือนกันว่า ไตรมาสที่ 3 ของปีจะต้องมีการเปิดตัวโครงการใหม่กันเยอะหลายๆ บริษัทโดยเฉพาะรายที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

บางบริษัทที่พร้อมแล้วจึงรีบลงมือเสียก่อน ดูดกำลังซื้อก่อน

 

อย่างไรก็ดี จะพบว่าโครงการที่ออกตัวปลายไตรมาส 2 ก่อนเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ของปี ทั้งหมดจะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมโรว์ไรส์ ที่มีจำนวนยูนิตไม่มาก 100 กว่าถึง 200 ยูนิต ถือเป็นโครงการขนาดเล็ก ที่คาดหวังผู้ซื้อท้องถิ่นในซอยในย่านนั้นๆ โดยรอบเป็นหลัก

วางแผนขายเร็วก่อสร้างเร็ว และโอนเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดที่ยังไม่นิ่ง

แต่อีกประเภทหนึ่งซึ่งมีไม่น้อยเหมือนกัน เป็นโครงการที่เปิดขายมานานแล้ว แต่ยังขายไม่หมด โครงการประเภทนี้ถูกนำมาทำแคมเปญรณรงค์ขายแบบรวมมิตรพร้อมๆ กันหลายโครงการของบริษัทเดียว ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ

แคมเปญลักษณะนี้บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ๆ ทำกันทุกบริษัทไม่มียกเว้น ตั้งแต่บริษัทอันดับต้นๆ จนถึงท้ายตาราง ทำแคมเปญกันมาตลอดไตรมาส 2

 

ที่หนักกว่าที่กล่าวมาแล้ว คือโครงการสร้างเสร็จ แต่มีจำนวนยูนิตเหลือขาย 20-30% ดันยอดขายใหม่มา 1-2 ปีแล้วก็ยังดันไม่ขึ้น ยังไม่รู้ว่าเพราะไม่มีกำลังซื้อ หรือขนาดและราคาสินค้าไม่ตรงกับตลาด ช้ำหนักยิ่งขึ้นเพราะยังมียูนิตที่ขายไปแล้วแต่ลูกค้ากู้สินเชื่อรายย่อยกับธนาคารไม่ผ่าน ห้องชุดกลับมาเป็นสินค้าเหลือขายเพิ่มขึ้นอีก

ผลที่ตามมาคือ รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าเริ่มไม่พอดีกับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายออกไป ถ้าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทุนหนา แหล่งเงินเยอะแถมต้นทุนต่ำ ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นบริษัทขนาดกลางมีแต่โครงการแนวสูงไม่มีแนวราบเสริม สภาพคล่องอาจตึงมือได้

บางรายต้องปรึกษาหารือสถาบันการเงิน เพื่อหาสภาพคล่องมาเติม

ภาวะธุรกิจอสังหาฯ เวลานี้ จึงมีทั้งชิงจังหวะรุก มีทั้งตั้งรับ และมีทั้งหาทางถอยไปพร้อมกัน

เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่มั่นใจว่า ตกลงขณะนี้เป็นน้ำขึ้น-น้ำทรง-หรือน้ำลงกันแน่

บทความก่อนหน้านี้คุยกับทูต ฮาเซ็ม เอล ดาห์รี จากดินแดนฟาโรห์ อารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ (2)
บทความถัดไปทา-กิน-ฉีดยังไม่พอ! ชาวเกาหลี-ไต้หวัน ฮิตเสื้อผ้าคอลลาเจน ใส่แล้วผิวเนียน