ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต/’เบนซ์ GLA’ ปะทะ ‘บีเอ็มฯ X1’ เอสยูวีหรูขนาดเล็ก-2 ล้านต้นๆ

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต [email protected]

‘เบนซ์ GLA’ ปะทะ ‘บีเอ็มฯ X1’

เอสยูวีหรูขนาดเล็ก-2 ล้านต้นๆ

 

ในช่วงหลายปีหลังมานี้ตลาดรถยนต์ “เอสยูวี” ในบ้านเรานั้นได้รับความนิยมต่อเนื่อง ทำให้หลายค่ายส่งเซ็กเมนต์ต่างๆ เข้ามาแชร์ตลาด จากสมัยก่อนเน้นไปที่กลุ่มขนาดกลาง หรือใหญ่เท่านั้น

แต่ตอนนี้มีขนาดเล็กเข้ามาเป็นตัวเลือก เพื่อทำราคาได้จูงใจมากขึ้น

เช่นเดียวกับกลุ่มรถหรูจากยุโรป ที่แต่ก่อนเน้นรถใหญ่หรือขนาดกลาง หันมาเจาะตลาดเอสยูวีขนาดเล็กด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่า 2 ค่ายหลักทั้ง “เมอร์เซเดส-เบนซ์” และ “บีเอ็มดับเบิลยู” ยังกระโดดลงสู่สมรภูมิเอสยูวีเล็ก เพื่อบดบี้กันเหมือนเดิม

หลายเดือนที่ผ่านมาทั้ง 2 ค่ายส่งรถรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาด

เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีน้องเล็กอย่าง “GLA” ส่วนบีเอ็มดับเบิลยูมีรุ่น “X1”

ทั้งคู่มาในห้วงเวลา และตั้งราคาใกล้เคียงกันเหลือเกิน

 

ประเดิมกันที่ “GLA” ชื่อรุ่นเต็มๆ คือ “GLA 200 AMG Dynamic” เป็นรุ่นประกอบในเมืองไทย ออกมาโลดแล่นพร้อมกับเก๋ง “เอ-คลาส” ที่เป็นคู่แฝดกัน

คอมแพ็กต์เอสยูวีเจเนอเรชั่นที่ 2 ดีไซน์ภายนอกตัวถังสั้นลงเล็กน้อยดูคอมแพ็กต์มากขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ความสูงของตัวถังที่เพิ่มขึ้นเป็น 1,605 มิลลิเมตร ทำให้ตัวรถในภาพรวมดูมีรูปทรงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ห้องโดยสารแถวหน้ามีพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้น ในขณะที่ห้องโดยสารแถวหลังก็มีพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้น

หน้าตาภายนอกกระจังหน้าแบบ diamond radiator grille สีเงิน เส้นเดี่ยวแนวนอน และตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกตรงกลาง

ไฟหน้า LED แบบ LED High Performance ที่มีความเพรียวบาง และกรอบโครเมียมที่ทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างขณะขับขี่ตอนกลางวันแบบ LED ที่มีลักษณะคล้ายคบเพลิง

ด้านกว้างของตัวรถถูกออกแบบมาให้ดูทรงพลังและเร้าอารมณ์ สอดรับกับเส้นสายด้านข้างที่ทอดตัวอยู่บริเวณช่วงล่างของตัวถัง ช่วยให้ตัวรถดูกว้าง

ไฟท้ายถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนในแต่ละฝั่ง โดยปรับตำแหน่งของทับทิมสะท้อนแสงมาไว้ที่บริเวณกันชนท้าย

ส่งผลให้ประตูด้านหลังสามารถเปิดได้กว้างขึ้นกว่าเดิมและจัดเก็บสัมภาระได้ง่ายขึ้น

 

ห้องโดยสารให้ความรู้สึกสปอร์ต โมเดิร์น ด้วยชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior package

หน้าปัดล้ำสมัยออกแบบทรงปีกนกที่ทอดยาวตั้งแต่ประตูหน้า ผ่านคอนโซลกลาง เชื่อมไปจนถึงด้านบนของแผงหน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นที่ตกแต่งแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง nappa หน้าปัดล้ำสมัยออกแบบทรงปีกนกที่ทอดยาวตั้งแต่ประตูหน้า ผ่านคอนโซลกลาง เชื่อมไปจนถึงด้านบนของแผงหน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่

หน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ

หน้าจอทั้งสองจะอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัวแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือแผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่างๆ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Widescreen ขนาดใหญ่

อีกส่วนหนึ่งจะเป็นหน้าจออินโฟเทนเมนต์พร้อมระบบปฏิบัติการหน้าจอแบบ MBUX ที่ใช้ระบบสัมผัส (Touchscreen) สามารถควบคุมและออกคำสั่งได้ด้วยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือใช้ Touchpad

ช่องลมแอร์ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากใบพัดของเครื่องบินเจ็ต (turbine)

มีระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ให้เลือกถึง 64 สี

เบาะด้านหลังยังสามารถพับได้แบบ 40:20:40

ขุมพลังเบนซิน 4 สูบเทอร์โบ ความจุ 1,332 ซีซี กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร

อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 8.1 วินาที

มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีในรถยนต์รุ่นก่อนหน้า เช่น ระบบช่วยหยุดรถ และระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง ฯลฯ

GLA 200 AMG Dynamic ราคา 2,399,000 บาท

 

ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู X1 มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่แข็งแกร่งบึกบึนยิ่งขึ้น กระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้น

ไฟหน้า Projector แบบ LED พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติ ไฟตัดหมอก LED

ด้านท้ายมาพร้อมกับสไตล์การออกแบบใหม่ บังโคลนล้อหลังฝังมากับตัวรถในสีเดียวกับตัวถังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ระบบเปิด-ปิด ฝาท้ายด้วยระบบไฟฟ้า

ใต้กระจกมองข้างด้านคนขับมีไฟส่องสว่างสัญลักษณ์ “X1” เมื่อปลดล็อก

กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ

ภายในเน้นสีดำ ห้องโดยสารตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมลาย Finely Brushed Lengthwise พร้อมแถบโครเมียม

พวงมาลัยดีไซน์ M Sport พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift

เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต หุ้มด้วยหนัง Dakota พร้อมรูระบายอากาศ

ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone

จอ Control Display ขนาด 8.8 และ 10.25 นิ้ว ควบคุมผ่านระบบ iDrive ระบบการสั่งงานด้วยเสียง หรือระบบสัมผัส

 

บีเอ็มฯ X1 มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย คือ sDrive18i ICONIC, sDrive20d xLine และ sDrive20d M Sport

ขุมพลังขอยกมาแค่ 2 บล็อก คือรุ่น sDrive20d xLine และ sDrive20d M Sport เนื่องจากมีราคาใกล้เคียงกับเบนซ์ GLA และเครื่องยนต์เดียวกัน

เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที

รุ่น xLine มาพร้อมเกียร์ Steptronic อัตโนมัติ 8 จังหวะ และในรุ่น M Sport มาพร้อมเกียร์ Steptronic อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบสปอร์ต

อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 7.9 วินาที

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ อาทิ ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง

รุ่น xLine และ M Sport มีระบบนำทางรุ่น Plus จอ BMW Head-up Display และกล้องแสดงภาพด้านหลัง

BMW X1 sDrive20d xLine ราคา 2,359,000 บาท และ sDrive20d M Sport ราคา 2,559,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้“ท็อปส์ และ แฟมิลี่มาร์ท” ยืนหยัดเคียงข้างคนไทย ลดค่าครองชีพ! ประกาศ “ทุบราคาสินค้า 5 วัน 5 รายการ ลดสูงสุด 50 % ดีเดย์ 1-5 พ.ค.นี้
บทความถัดไปนิด้าแถลงการณ์ ตั้ง กก.สอบอาจารย์หนุนรัฐประหาร เผยขอยึดมั่น ปชต.-เสรีภาพวิชาการ