หนังสือเรียนสำหรับเด็ก (๙๒)/บทความพิเศษ ฟ้า พูลวรลักษณ์

ฟ้า พูลวรลักษณ์

บทความพิเศษ

ฟ้า พูลวรลักษณ์

 

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก (๙๒)

 

วันนี้ขอคุยถึงสามก๊ก

มีคนบางคนเชื่อว่า ยุคสมัยสามก๊กเป็นยุคประวัติศาสตร์จีนที่สนุกที่สุด ด้วยเพราะคนในยุคนี้มีคนเก่ง คนมีสติปัญญามากมาย

ฉันไม่รู้ว่าจริงไหม ในช่วงระยะเวลาไม่ถึงร้อยปีนั้น ก็ดูคล้ายจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็มีข้อโต้แย้ง เช่น สมัยเลียดก๊ก ที่กินเวลายาวนานกว่า มีคนเก่งมากมาย หลายคนกลายเป็นตำนาน แม้แต่ขงจื้อ เหลาจื้อ และบรรดาจื้อๆ ทั้งหลายก็เกิดในยุคนี้ ที่จริงล้ำลึกกว่าสมัยสามก๊กเสียอีก

เหล่าบรรดาขุนศึกก็มีมากหลาย ตำนานความรักความแค้น ก็รันทดกว่า

แน่ละ สามก๊ก ล้วนเป็นคนเก่งที่หาได้ยาก

 

เริ่มจากโจโฉ (155-220) เขามีอายุถึง ๖๕ ปี แก่สุดในสามก๊ก ยิ่งใหญ่สุด ปกครองประเทศจีนด้วยเนื้อที่สองในสาม

หากแยกเมืองจีนออกเป็นหกส่วน สี่ส่วนคือแผ่นดินของโจโฉ หนึ่งส่วนคือดินแดนของเล่าปี่ และอีกหนึ่งส่วนเป็นของซุนกวน เวลาอ่านสามก๊ก

แม้แต่ฉบับนิยายของหลอกวนตง ซึ่งเขียนเข้าข้างเล่าปี่อย่างน่าเกลียด ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่า วันใดที่โจโฉตายแล้ว นิยายเรื่องนี้ก็หมดสนุก เรียกว่าพลังขับเคลื่อนของนิยายสามก๊ก คือพลังของโจโฉ

เขาเก่งกว่า เหี้ยมหาญ ล้ำลึก ในชีวิตของเขา ความล้มเหลวอยู่ที่ว่า ไม่อาจเอาชนะอีกสองก๊กได้ จำเป็นต้องปล่อยไป ให้พวกเขาครองความเป็นใหญ่ในอีกสองดินแดน แบ่งประเทศจีนออกเป็นสามก๊ก

แต่นอกนั้น ยากจะหาใครในประวัติศาสตร์จีนเทียบเทียมเขาได้ ในแง่ของความเป็นวีรบุรุษ รัฐบุรุษ ความองอาจ เขามีดีมีเสียเช่นเดียวกับคนอื่นๆ จะจับจุดสำคัญที่สุดขึ้นมาพูด

จุดเด่นคือเขาเป็นกวีที่หาได้ยากคนหนึ่ง บทกวีของเขา คนรุ่นหลังอ่านได้ และรู้สึกเข้าไปถึงดวงจิตของเขา ในประวัติศาสตร์ชาติจีน ฉันเห็นอีกคนหนึ่งที่เขียนได้อย่างนี้ คือเมาเซตุง สองคนนี้คล้ายคลึงกันอย่างประหลาด ทั้งที่ต่างยุคสมัยกันมาก แต่บทกวีของพวกเขาสองคน ดั่งมาจากวิญญาณเดียวกัน

กว้างใหญ่ เหี้ยมหาญ ไพศาล และสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของชาติจีน ความเป็นมหาอำนาจเฉพาะตัว ยากจะหาคนมองเมืองจีนได้แบบนี้

โจโฉจึงเป็นคนเดียวที่เราสามารถเข้าถึงดวงจิตของเขาได้

 

ที่โดดเด่นมากอีกอย่าง คือลูกหลานของโจโฉ ล้วนเก่งกล้า ทั้งในแง่บู๊และบุ๋น บ้านของเขามีกวีที่มีชื่อเสียงหลายคน ทั้งโจผี โจสิด หรือแม้แต่รุ่นหลาน อย่างโจยอย ก็เก่งกาจอย่างน่าทึ่ง ทำให้ราชวงศ์วุยครองเมืองจีนนาน ๔๖ ปี แม้จะสั้น แต่ก็เรืองรอง รวมหมดมีฮ่องเต้ห้าพระองค์

ในขณะที่เล่าปี่และซุนกวนมีลูกหลานที่ไม่ได้เรื่อง หมดลงตรงตัวของพวกเขาสองคน ราชวงศ์จ๊กอยู่ได้ ๔๒ ปี แต่นอกจากตัวเล่าปี่แล้ว ก็คือเล่าเสี้ยน ลูกชายที่โง่เขลาของเขาคนเดียว

ส่วนราชวงศ์ง่ออยู่ได้นานกว่าคือ ๕๘ ปี แต่ทว่าทายาทของซุนกวน หยิ่งยโส อวดเก่ง ไม่มีอะไรน่าสนใจ พวกเขาอยู่นานเพราะทำเลมากกว่า

จุดเด่นของสามก๊กคือ ทั้งสามก๊กล้วนมีคนเก่ง ทำให้กินกันไม่ลง โดยเฉพาะก๊กใหญ่อย่างก๊กวุยของโจโฉ มีคนเก่งมากมาย คับคั่ง เรียกว่าเขียนได้ไม่หมด

ก๊กจ๊กก็ไม่เบาเช่นกัน

เสียแต่ว่า นิยายใส่สีเติมไข่มากไป จนสับสน ต้องลดขนาดลงให้เท่าความจริง การเอาความดีความชอบของคนหลายคนมาเหมารวมเป็นของคนคนเดียว ด้วยอยากสร้างวีรบุรุษ เพราะธรรมชาติของนิยายต้องการเติมความฝัน ส่วนก๊กง่อก็สมตัวของเขา หากไม่เก่งจริงก็คงไม่ยืนหยัดเป็นสามก๊ก

หัวใจเด่นที่ประหลาดของสามก๊ก หากถอยออกมาดู คือใครรุกใครก่อน แพ้ เพราะเท่าที่ดู ก๊กไหนยกไปตีก๊กอื่น จะพ่ายแพ้ทุกคราไป ฝ่ายตั้งรับจะชนะ นี้เป็นความลี้ลับ แต่ทว่าคนในยุคนั้น ย่อมไม่มีใครจะมองออก

 

แต่ฉันสนใจดูข้อเสียของสามคนนี้มากกว่า ในยุคสมัยนั้น คนระดับโจโฉย่อมทำความผิดมากมาย

แต่ความผิดที่เรียกได้ว่ามหันต์ คือวันที่เขาฆ่านายแพทย์ฮัวโต๋

ตอนนั้นโจโฉอายุ ๕๓ มีโรคประจำตัว คืออาการปวดหัวที่ทรมานเขามาก เขาฆ่านายแพทย์ท่านนี้เสีย ด้วยความหงุดหงิด แม้หากเทียบไปในยุคนั้น การที่ทรราชหนึ่งคนฆ่าคนบริสุทธิ์ตายหนึ่งคน ไม่ใช่เรื่องใหญ่

แต่ฮัวโต๋คนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา เขาเป็นนายแพทย์ที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์ชาติจีน เป็นเพียงหนึ่งในสามคนที่โด่งดังที่สุด ลึกซึ้งที่สุด และเก่งกาจอย่างที่สุด

ที่จริงแล้ว เขาเป็นทรัพยากรของชาติ เสียแล้วก็หาแทนที่ไม่ได้

การฆ่าเขา จึงเป็นบาปหนัก และสมควรถูกประณามไปชั่วกาลนาน แม้ถึงวันนี้ความรู้ทางการแพทย์ที่สูญหายไปก็ยังหาแทนที่ไม่ได้

 

๑๐

เล่าปี่ (161-223) มีอายุถึง ๖๒ ปี เป็นนักรบ เป็นรัฐบุรุษ ที่เก่งกาจเช่นกัน

เขาทำความผิดเมื่อครั้งที่กวนอูเสียชีวิต เขาก็คลุ้มคลั่ง สติแตก ยกทัพไปตีก๊กง่อ และพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ ทั้งเจ็บทั้งอายจนตรอมใจตายตาม

ส่วนเตียวหุยนั้น ตายตามกวนอูไปแต่ต้น สมดั่งคำสาบาลในสวนดอกท้อ

จุดนี้เองที่สะเทือนใจ ในน้ำมิตรและคำสาบานของพวกเขา ที่ยากจะหาได้

๑๑

เรามาถอยดูประวัติศาสตร์แล้วอดทึ่งไม่ได้ เพราะปกติพี่น้องร่วมสาบานก็มักจะสาบานกันแบบนี้ ว่าจะตายร่วมกัน

แต่ในความเป็นจริง ที่จะสมดั่งคำสาบาน จะไม่มีเลย หรือหาได้ยาก แต่สามพี่น้องนี้ตายร่วมกันจริงๆ ดั่งมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชักจูงอยู่เบื้องหลัง ทั้งรันทด และน่าสะเทือนใจ

นี่มันเป็นชีวิตที่เสมอเหมือนนิยาย มันแสดงความรัก ความจงรักภักดีของสามพี่น้องนี้ สิ่งนี้โดดเด่นจนกระทั่งว่า แม้โจโฉจะมีดีกว่าในหลายส่วน แต่มาถึงน้ำใสใจจริงอันนี้ ก็แพ้ราบ

โจโฉเป็นกวีก็จริง แต่ชีวิตจริงของสามคนนี้เป็นกวีกว่า เป็นกวีทั้งก้อน

๑๒

มองย้อนหลัง อดคิดแทนโจโฉไม่ได้ ว่าหากเขารู้สักนิดว่าเป็นเช่นนี้ เขาไม่ควรไว้ชีวิตกวนอูเลย ครั้งหนึ่งเขาจับกวนอูได้ แต่แทนที่จะฆ่าทิ้ง ซี่งเขามีสิทธิทำได้อยู่แล้ว เขากลับรักกวนอูเป็นอันมาก พยายามเกลี้ยกล่อมให้มาเป็นพวก น้ำใสใจจริงส่วนนี้คือความยอกย้อนของชีวิต

โจโฉรักกวนอูจริงๆ อยากได้มาก แต่ใครจะคิดว่าหากต้องการฆ่าเล่าปี่ ก็ไม่ยาก ฆ่าพวกเขาสามคน คนใดคนหนึ่งตาย อีกสองคนก็จะตายตาม เป็นดั่งหนึ่งชีวิตที่มีสามดวงวิญญาณ

จะฆ่าสามคนนี้ จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ขอเพียงคุณรู้สักนิด

๑๓

แต่แน่ละ ไม่มีใครรู้หรอก อันนี้ไม่ใช่ความผิดของโจโฉ ที่จริงคนในยุคนั้น ไม่มีใครรู้ กว่าจะรู้ก็เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว และมันดุร้ายมาก เป็นเหตุการณ์ที่ผันผวน รุนแรงดั่งพายุ กวนอูตายเพราะโดนซุนกวนสั่งฆ่า เตียวหุยรีบตายตาม ตามมาด้วยเล่าปี่

เรียกว่ากระทบจุดตายของเล่าปี่แบบไม่ตั้งใจ

 

๑๔

ซุนกวน (182-252) ตายตอนอายุ ๗๐ ปี จุดอ่อนและจุดแข็งของเขา คือเขาอายุยืนกว่าโจโฉและเล่าปี่

ที่จริงแล้วเขาเป็นคนละรุ่นกับสองคนนั้น เขาอายุอ่อนกว่าโจโฉ ๒๗ ปี และอ่อนกว่าเล่าปี่ ๒๑ ปี เป็นคนละ generation และยังตายทีหลังนาน คือตายหลังโจโฉ ๓๒ ปี และหลังเล่าปี่ ๒๙ ปี ความแตกต่างนี้มีผลเป็นอย่างมาก บางคนอาจเผลอคิดไปว่าพวกเขาอายุเท่ากัน หรือตายใกล้เคียงกัน แต่ที่จริงมันเหลื่อมกันอยู่หนึ่งชั่วอายุคน

๑๕

ดังนั้น ซุนกวนจึงเป็นหนุ่มน้อยที่หาหาญสู้สองพยัคฆ์ และสู้ได้ และยังเสพสุขไปอีกนาน

ปกติฮ่องเต้ของจีนจะครองราชย์ ๑๐-๒๐ ปีก็เก่งแล้ว แต่ซุนกวนเป็นฮ่องเต้แคว้นง่ออยู่นานถึง ๓๐ ปี

ส่วนก่อนหน้านั้น เขาเป็นจ้าวก๊กอยู่นาน ๒๒ ปี รวมความเขาอยู่ในอำนาจนานถึง ๕๒ ปี

กาลเวลาอันยาวนานนี้เองมีผลอย่างแรง มันทำให้เขาหลง

๑๖

ยิ่งในยุคหลัง ที่คู่ปรับทั้งสองของเขาเสียชีวิตไปแล้ว เขายิ่งหลงหนัก หมกมุ่นในอำนาจ และเพราะเขาเป็นใหญ่มานานมาก บารมีของเขาจึงล้นเหลือ เขาทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครกล้าขัด ไม่มีใครกล้าทรยศเขา เขาจึงฆ่าลูกหลานตัวเองตายเกือบหมด ความเสื่อมสลายของราชวงศ์ง่อล้วนเกิดจากเงื้อมมือของเขาเอง

จุดนี้สะเทือนใจฉันที่สุด คนที่เคยเก่งแล้วมาเสียคนในวัยแก่

สิ่งนี้คือความเป็นดราม่าอย่างที่สุด

บทความก่อนหน้านี้2503 สงครามลับ สงครามลาว (27)/บทความพิเศษ พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์
บทความถัดไปรัฐบาลจับมือ 2 ธนาคารรัฐ เปิด “สินเชื่อ สู้ภัยโควิด” ให้กู้คนละหมื่น ไร้ดอก 6 เดือน!