ปชป.ไม่โอ ‘บิ๊กตู่’ ฮุบฐานเสียง จัด ‘ธรรมนัส-รมต.พปชร.’ คุมพื้นที่/บทความในประเทศ

บทความในประเทศ

 

ปชป.ไม่โอ

‘บิ๊กตู่’ ฮุบฐานเสียง

จัด ‘ธรรมนัส-รมต.พปชร.’ คุมพื้นที่

 

ศึกโควิดยังไม่ทันซา เห็นที ‘เรือเหล็กตู่’ เจอสนิมกัดกร่อนมากกว่าเดิม เข้าสำนวน ‘สนิมเนื้อใน’ ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกันเอง หลังนายกฯ ออกคำสั่งที่ 85/2564 มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบพื้นที่จังหวัด ตามแนวนโยบาย “ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” โดยกระจายการดูแลพื้นที่ให้กับ 29 รัฐมนตรี

เมื่อเจาะลึกลงไปจะพบว่า ‘ผิดฝาผิดตัว’ หลายตำแหน่ง หากยึดตาม ‘ฐานเสียง-บ้านใหญ่’ ของรัฐมนตรีแต่ละคน โดยการจัดโผครั้งนี้ ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับทำให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไป ‘ทับไลน์’ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

เช่นกรณี ‘สินิตย์ เลิศไกร’ รมช.พาณิชย์ ที่เป็น ส.ส.สุราษฎร์ธานี ปชป. โดนโยกไปพื้นที่ภาคอีสานรับผิดชอบ จ.หนองบัวลำภู และ จ.ร้อยเอ็ด

ส่วนรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ จ.สุราษฎร์ธานี กลับเป็นคนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) คือ ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ รมว.การท่องเที่ยวฯ ที่รับผิดชอบ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่ โดย ‘พิพัฒน์’ เป็นสามี ‘นาที รัชกิจประการ’ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภท. ที่มีฐานเสียงอยู่ที่ จ.สตูล-จ.พัทลุง

แต่ฮือฮาและสั่นสะเทือนไปทั้ง ปชป. คือการจัดให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ที่เป็น ส.ส.พะเยา พปชร. ลงใต้มารับผิดชอบพื้นที่ จ.สงขลา จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ภูเก็ต

เรียกได้ว่า ‘เจาะไข่แดง ปชป.’ หลัง ร.อ.ธรรมนัสมีผลงานรับประกันฝีมือ นำทัพ พปชร.ชนะเลือกตั้งซ่อม จ.นครศรีธรรมราช เขต 3

พร้อมยกพื้นที่ภาคเหนือให้ ‘อ.แหม่ม-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์’ รมช.แรงงาน อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ที่ได้รับผิดชอบ จ.พะเยา จ.เชียงราย และ จ.น่าน

ซึ่งทั้ง ‘ธรรมนัส-นฤมล’ ถือเป็น ‘ขุนพลข้างกาย’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้า พปชร. เพราะคุมทั้งขุมกำลังและเงินทุนพรรค

ทว่าในยุคนี้ชื่อ ร.อ.ธรรมนัสถือว่า ‘บารมีแผ่ซ่าน’ มีหลักฐานเชิงประจักษ์คือผลโหวตการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งล่าสุด ที่ได้เสียง ‘ไม่ไว้วางใจ’ น้อยที่สุด และได้คะแนนเสียงไว้วางใจมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ และเท่ากับ พล.อ.ประวิตร เมื่อไล่เรียงก็จะพบว่ามีฝ่ายค้าน ‘ปันใจ’ ให้ด้วย รวมทั้ง ร.อ.ธรรมนัสมี ส.ส.พลังประชารัฐในมือราว 40 คน

หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของ ส.ส.พปชร.ทั้งหมดด้วย

 

ปรากฏการณ์นี้ทำให้ ปชป.ออกอาการชัดว่าไม่พอใจ หรือ ‘ไม่โอ’ กับการแบ่งจังหวัดรับผิดชอบเช่นนี้

หนึ่งในผู้ได้รับผลเต็มๆ คือ ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ รมช.มหาดไทย ที่มีฐานเสียงอยู่ที่ จ.สงขลา แต่ไม่ได้รับผิดชอบพื้นที่นี้ รวมทั้งถูกตัด จ.นครศรีธรรมราชออกไปด้วย แถมโดนโยกไปรับผิดชอบ จ.ตรัง และ จ.สตูล แทน

รวมทั้ง ‘จุติ ไกรฤกษ์’ อดีต ส.ส.พิษณุโลก ในฐานะเจ้าถิ่น เคยได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ จ.พิษณุโลก กลับถูกตัด จ.พิษณุโลกออกไป ทั้งที่เคยเป็น ส.ส.พิษณุโลกหลายสมัย โดยให้ไปรับผิดชอบ จ.อำนาจเจริญ จ.ยโสธร และ จ.พัทลุง แทน

รวมทั้งกรณีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แต่เดิมได้ดูแล จ.ราชบุรี ก็ถูกตัด จ.ราชบุรี ไปให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม จากฝั่ง พปชร.แทน

โดยคุณหญิงกัลยารับผิดชอบเพียง จ.สมุทรสาคร และ จ.สมุทรสงคราม เป็นต้น

นอกจากนี้ ปชป.ยังเปรียบเทียบรัฐมนตรีฝั่ง พปชร. ได้แก่ ‘สันติ พร้อมพัฒน์’ รมช.คลัง ที่เคยเป็น ส.ส.เพชรบูรณ์ ยังคงได้รับผิดชอบพื้นที่เดิมคือ จ.เพชรบูรณ์ จ.อุตรดิตถ์ และ จ.พิจิตร ส่วน ‘อธิรัฐ รัตนเศรษฐ’ รมช.คมนาคม ที่เป็น ส.ส.นครราชสีมา ได้ดูแลพื้นที่โคราช และ จ.ชัยภูมิ เช่นเดิม แถมได้ จ.ขอนแก่นเพิ่มมาด้วย นอกจากนี้ ยังมี ‘อนุชา นาคาศัย’ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะเลขาธิการ พปชร. ยังคงได้ดูแลพื้นที่ จ.ชัยนาท ฐานเสียงของตัวเอง จ.ลพบุรี และได้ จ.สมุทรปราการ เพิ่มมา

ส่วนรัฐมนตรี พปชร.คนอื่นๆ ต่างได้ดูแลพื้นที่จังหวัดที่รับผิดชอบเดิมหรือจังหวัดที่เป็น ส.ส. โดย 2 รัฐมนตรีป้ายแดงได้แก่ ‘ตรีนุช เทียนทอง’ รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งเป็น ส.ส.สระแก้ว ก็ได้ดูแลพื้นที่ จ.สระแก้ว จ.นครสวรรค์ จ.พิษณุโลก

ส่วน ‘ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์’ รมว.ดิจิทัลฯ อดีต ส.ส.สิงห์บุรี ก็ได้ดูแลพื้นที่ จ.สิงห์บุรี จ.เพชรบุรี จ.กาญจนบุรี

 

ทําให้ ‘อู๊ดด้า’ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้า ปชป. ต้องออกมาคำรามปกป้องสิทธิ์ ปชป.และลูกพรรค ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจกับคำสั่งดังกล่าว และได้มีการหารือกันในระหว่างรัฐมนตรีของพรรค โดยได้มอบหมายให้ ‘จุติ ไกรฤกษ์’ และ ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ แจ้งให้นายกฯ และผู้เกี่ยวข้องทราบ เพื่อทบทวนคำสั่งใหม่ และเพื่อไม่ให้มี ‘เรื่องบานปลาย’ โดยไม่จำเป็น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นการเตรียมพื้นที่เลือกตั้งในอนาคตให้กับพรรค พปชร.ด้วย

มาพร้อม ‘ศึกโพเดียม’ ระหว่าง ‘สัณหพจน์ สุขศรีเมือง’ ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองโฆษก พปชร. กับ ‘ราเมศ รัตนะเชวง’ โฆษก ปชป. ที่ตอบโต้กันไปมา

หลัง ‘สัณหพจน์’ กล่าวโจมตี ปชป.อยู่ภาคใต้มา 30 ปี กลับไม่มีอะไรดีขึ้น การเปลี่ยนบุคคลดูแล จึงเท่ากับสะท้อนความล้มเหลวของกลุ่มการเมืองเดิมๆ ด้วย

พร้อมโจมตี ปชป.เล่นการเมืองแบบเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น และตีกินทางการเมือง

ทำให้ ‘ราเมศ’ ต้องออกมาปกป้อง ‘ศักดิ์ศรี ปชป.’ ว่า พปชร.ต้องห้ามปรามลูกพรรค ให้หยุดพฤติกรรมที่ให้ร้ายโจมตีพรรคอื่น การอยู่ร่วมกันควรให้เกียรติกัน ไม่ใช่มาบิดเบือน พร้อมทิ้งท้ายว่า พปชร.ต้องออกมาเตือน ให้รู้กาลเทศะ รู้หลักการความถูกต้องในทางการเมือง

ไม่ใช่นึกอยากจะพูด อยากจะทำอะไรก็ทำ

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความคุกรุ่นนี้ ‘บิ๊กตู่’ กลับออกอาการ ‘เล่นตัว’ เพราะเกรงจะ ‘เสียหน้า’ หลังออกคำสั่งมาแล้ว แต่กลับต้องมาแก้ไข อีกส่วนก็มีการมองว่าเพื่อไม่ให้ ปชป.ได้ใจจนเกินไป จึงกล่าวระหว่างแถลงข่าว หลังประชุม ครม. ว่า ยังไม่ตอบรับข้อเสนอ ปชป. ไม่เปลี่ยนคำสั่งแบ่งรัฐมนตรีดูแลพื้นที่ พร้อมย้ำว่าทุกคนคือ ครม. เป็นรัฐบาลเดียวกัน และเป็นช่วงทำงาน ไม่ใช่เวลาการเมือง พร้อมยืนยันไม่ได้ปิดกั้นใคร ไม่ได้ยึดตามฐานเสียง แต่ฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก พร้อมอ้างว่าเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเพียงแนวคิด ขออย่าทำให้เป็นข่าวเสียหาย

แม้นายกฯ มีท่าทีแข็งกร้าวยืนกราน ในการดึงดันต่อคำสั่งดังกล่าว

แต่ในอีกทาง ปชป.ก็ได้หารือกับ ‘วิษณุ เครืองาม’ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ในการแก้ไขและทบทวนคำสั่งดังกล่าว

จึงต้องจับตาว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยอมแค่ไหน เพราะว่ากันว่า นายกฯ ก็ไม่ยอม ปชป.ไปเสียหมด

 

ต่อมา ‘จุรินทร์’ ตั้งโพเดียมแถลงข่าว เปิดเผยว่า นายกฯ ได้แจ้งที่ประชุม ครม.แล้ว โดยให้ยึดคำสั่งแรกไปก่อน พร้อมมอบหมายรองนายกฯ วิษณุไปปรับปรุงคำสั่ง แล้วให้ใช้คำสั่งฉบับที่ 1 ที่ไม่มีปัญหาไปก่อน จากนั้นจะเสนอไปยังนายกฯ เพื่อตัดสินใจและลงนามต่อไป

ซึ่งรองนายกฯ วิษณุได้หารือกับตนแล้ว โดยจะยกเว้นส่วนที่มีรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่ง และปรับปรุงบางส่วนเท่าที่จำเป็น และถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลง ก็เปลี่ยนแปลงเฉพาะรัฐมนตรีที่แต่ละคนจะแลกเปลี่ยนภารกิจกันเป็นการส่วนตัว ถือเป็นที่พอใจกันทั้ง 2 ฝ่าย ฉะนั้น ตนคิดว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกอย่างน่าจะยุติได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม มีการมองว่า ‘บิ๊กป้อม’ อยู่เบื้องหลังการจัด ‘แบ่งจังหวัด’ หรือมีส่วน ‘รู้เห็น’ ด้วยหรือไม่ โดย พล.อ.ประวิตรชี้แจงว่า แล้วแต่นายกฯ ก็ให้ว่าไป เพราะเป็นผู้บริหารประเทศ โดยเป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของพรรค

ส่วนที่มีการมองว่า พปชร.จ้องฮุบฐานเสียงภาคใต้ของ ปชป.นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวให้พ้นตัวว่า เรื่องนี้นายกฯ ชี้แจงไปแล้ว ตนไม่ขอตอบ เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของหัวหน้าพรรค เมื่อสื่อถามจี้ไปที่ชื่อ ร.อ.ธรรมนัส ทำให้ พล.อ.ประวิตรถึงกับออกอาการตอบเสียงดังว่า นายกฯ ตอบไปแล้ว ฟังไม่รู้เรื่องหรอ

 

ทั้งหมดนี้เป็นมหากาพย์ นับจากปรากฏการณ์ พปชร.ไม่หลีกทางให้ ปชป.ในการเลือกตั้งซ่อม จ.นครศรีธรรมราช เขต 3 ทำให้ พปชร.ได้รับชัยชนะ และมี ส.ส.เมืองคอนเท่ากับ ปชป. จึงเกิดคำพูดเย้ยจากฝั่ง พปชร. ว่าเป็นการใช้สิทธิ์ ‘คนละครึ่ง’ ต่อเนื่องมาถึงคำสั่งดังกล่าว ยิ่งสะท้อนว่า พปชร.ที่นำโดย ‘บิ๊กป้อม’ หวังเจาะฐานเสียง ปชป.ในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านคีย์แมนอย่าง ร.อ.ธรรมนัส ที่ทำให้ ปชป.ขวัญผวาไม่น้อย

อีกทั้งสะเทือนสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ที่ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งระหองระแหงมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางกระแส ‘ยุบสภา’ ที่คุกรุ่น ถูกปลุกขึ้นมาเสมอ ทำให้ ปชป.อยู่นิ่งไม่ได้ โดย ‘เสี่ยต่อ’ เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการ ปชป. สั่งเร่งแต่งตั้งตัวแทนและสาขาพรรคให้ครบทุกเขต เตรียมพร้อมหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือยุบสภา เพราะมีการมองว่า หากฝั่งผู้มีอำนาจพร้อมเมื่อใดก็ยุบสภาเมื่อนั้น

ปชป. จะต่ำสิบหรือไม่?

บทความก่อนหน้านี้‘ไทยสร้างไทย’ จี้รัฐบาลอนุมัติค่าเสี่ยงภัย ‘บุคลากรทางการแพทย์-อาสาสมัคร’ ที่ติดเชื้อโควิด
บทความถัดไปเรตติ้ง “บิ๊กตู่” ตกหลุมอากาศ พากันส่ายหัว/ลึกแต่ไม่ลับ จรัญ พงษ์จีน