ครัวอยู่ที่ใจ : แม่ครัวคนเดิม / อุรุดา โควินท์

อุรุดา โควินท์

 

ทางรอดอยู่ในครัว

: แม่ครัวคนเดิม

 

หลายปีก่อนฉันเคยช่วยน้องทำร้านอาหาร ทำทุกหน้าที่… รับออร์เดอร์ ชงเครื่องดื่ม เสิร์ฟ แม่ครัว ผู้จัดการร้าน

บ่อยครั้งที่เธอทิ้งร้านไว้กับฉันนับสัปดาห์เพื่อเดินทางกับสามี ครึ่งปีหลังก่อนที่ร้านจะปิด เรียกได้ว่าฉันอยู่โยงเฝ้าร้าน ลูกค้าได้เจอฉันมากกว่าเจ้าของร้าน หลายคนคิดว่าฉันเป็นเจ้าของร้าน แต่ความจริงก็คือ ฉันเป็นแค่พนักงาน

ร้านปิดไปหลายปี แต่ตอนที่ฉันมาอยู่ ยังมีป้ายร้านตัวใหญ่มาก ฉันเอาป้ายออก เพราะมันทำให้เราต้องเสียภาษีป้าย และอาจทำให้คนเข้าใจผิด คิดว่าร้านอาหารยังเปิด ถึงอย่างนั้นก็เถอะ บางวันถ้าเราเปิดประตูรั้วไว้ จะมีรถเลี้ยวเข้ามา แล้วถามฉันว่า ร้านเปิดอยู่ใช่มั้ย

เจอเข้าสองสามคน เราตัดสินใจปิดประตูรั้วทุกครั้งที่เข้า-ออก ไม่อยากให้คนเสียความรู้สึก เดินเข้ามาแบบหิวๆ แล้วไม่ได้กิน

 

ยกเว้นหนุ่ม-สาวคู่นี้ พวกเขามากดกริ่งหน้าบ้าน ฉันวิ่งออกไปเพราะคิดว่ามีคนมาส่งของ

เปิดประตูให้อ้นกับต่ายเข้ามา เสิร์ฟน้ำผลไม้คนละแก้ว

อ้นหัวเราะ “ตอนเจอพี่ครั้งแรก พี่เสิร์ฟน้ำที่โต๊ะนี้เลย”

เหรอ ฉันจำไม่ได้เลย คงใช่นั่นละ มีโต๊ะไม่กี่ตัว ฉันรับหน้าที่นางเสิร์ฟด้วย ต้องได้เสิร์ฟทุกโต๊ะอยู่แล้ว

“อ้นเป็นลูกค้าที่เหนียวแน่นมาก พนักงานทุกคนจะจำเขาได้” ฉันบอกต่าย

“ตอนแรกเราคิด อืม…คนเสิร์ฟดูดีจัง เราไม่รู้ไง ว่าเป็นพี่สาวเจ้าของร้าน” อ้นบอกต่าย

ฉันยิ้ม “พูดจาดีแบบนี้ ต้องมีรางวัลสินะ”

“พี่ก็รู้…ผมติดรสมือพี่” อ้นทำเสียงอ้อน

อ้นเป็นคนเดียวที่ฉันต้องลงครัวทำอาหารให้ทุกครั้ง เพราะถ้าคนอื่นทำ เขาจะรู้ทันที

ร้านอาหารของน้อง มีสูตรมาตรฐานที่เธอตั้งไว้เอง แล้วฝึกให้แม่ครัวทำ ทุกอย่างใช้การชั่งตวง รสชาติอาหารจึงออกมาใกล้เคียงกัน

แต่มันหวานไปหน่อยสำหรับฉัน หรือบางเมนูก็เผ็ดไม่พอ ถ้าฉันอยู่ในครัว บ่อยครั้งที่เผลอทำตามลิ้น ซึ่งบังเอิญว่าถูกใจอ้น

ได้กินไปหนึ่งครั้ง ครั้นรู้ว่าฉันเป็นคนทำ หลังจากนั้น ทุกครั้งไม่ว่าจะสั่งอะไร เขากำชับว่า ขอให้ฉันเป็นคนปรุง

 

“หิวใช่มั้ยนี่” ฉันถามอ้น ก่อนหันไปถามต่าย “กินอะไรมาหรือยังคะ”

“ผมอยากกินอะไรก็ได้ที่พี่ทำ”

ต่ายตีแขนคนรัก “แต่เราเพิ่งกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แล้วที่นี่ก็ไม่ใช่ร้านอาหาร”

อ้นยิ้ม “พี่พูเค้าชอบทำอาหารมาก”

โอเค ฉันจะทำอะไรสักอย่างให้เขากิน ข้าวเพิ่งสุกพอดี

“อ้นไม่ค่อยกินเผ็ด แล้วก็ไม่กินไข่” ฉันหันไปทางต่าย “ต่ายล่ะคะ มีอะไรที่ไม่ชอบมั้ย”

อ้นร้อง เย้… “ข้าวไข่เจียวก็ได้ ขอให้พี่ทำ”

ฉันเดินเข้าครัว ฉันคิด มันเป็นเรื่องของความระลึกถึง อ้นไม่ได้เป็นแค่ลูกค้า เขาเป็นเพื่อนต่างวัยของฉัน บางวันที่ไม่มีลูกค้า และฉันว่าง เรานั่งสนทนากันยาวนาน

เขาเป็นเด็กที่แก่เกินวัยไปสักหน่อยสำหรับฉัน ส่วนฉันก็เป็นพี่สาวผู้มุ้งมิ้งของเขา

 

มีสันคอหมู ฉันจึงหมักกับซีอิ๊วขาวและน้ำมันงา หั่นหมูให้มีความหนา หมูจะได้นุ่มนวล

ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นหมูกระเทียม หรืออย่างอื่น แต่ฉันก็ปอกกระเทียมทำน้ำปลาพริกก่อน

น้ำปลาพริกและข้าวหอมมะลิใหม่ คือเคล็ดลับสำคัญของฉัน ใช้พริกขี้หนูหลายๆ สี กระเทียมไทยเยอะๆ บีบมะนาวเสียหน่อย นั่นละ น้ำปลาพริกในฝัน

มีขิงอยู่ในตู้เย็น มีต้นหอมกับหอมหัวใหญ่ ฉันตัดสินใจทำหมูผัดขิง เพราะมันหากินยากกว่าข้าวหมูกระเทียม (ฉันคิดอย่างนั้น)

เอาขิงมาขูดรอไว้

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันนิดหน่อย ผัดหอมหัวใหญ่ให้นุ่มนวล แล้วค่อยเอาหมูลง ผัดต่อจนหมูสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วญี่ปุ่น เกลือ และขิง

ง่ายๆ เพียงแค่นี้ อาศัยความหวานจากหอมหัวใหญ่บวกความหวานของซีอิ๊วนิดหน่อย ได้รสที่กลมกล่อมพอดี

หาจานที่เหมือนกันมาคู่หนึ่ง ตักข้าวลงจาน ราดด้วยหมูผัดพริกขิง ใช้ต้นหอมท่อนยาวๆ แต่งหน้า

เสิร์ฟให้คู่รักหนุ่ม-สาวพร้อมรอยยิ้ม

“ต่ายด้วยเหรอคะ” เธอทำตาโตอย่างน่ารัก “ต่ายไม่หิวเลยค่ะ”

“เราก็ไม่หิว แต่เราอยากกิน” อ้นว่า “ต่ายต้องลอง ถ้ากินไม่หมด เราเหมาเอง”

ต่ายเบิกตาโตกว่าเดิม “ตะกละขนาดนี้เลย”

อ้นกินคำแรก แล้วยกนิ้วให้ฉัน

 

ฉันเดินเข้าครัวอีกครั้ง จำได้ว่ามีแตงโมอยู่ซีกหนึ่ง หั่นมาให้พวกเขากินล้างปากดีกว่า อากาศร้อนๆ แบบนี้ ชื่นใจดีนัก

ฉันวางจานแตงโมลง

“ต่ายไม่หิว แต่มันอร่อยค่ะพี่ ค่อยๆ กินเกือบหมดแล้วค่ะ”

อ้นรวบช้อน “พี่ควรเปิดร้านอาหาร”

“ถ้ากลับมาเชียงราย ก็แวะมากินได้นะ พี่ทำให้ได้ ถ้ากินง่ายแบบนี้น่ะ”

ฉันชี้ไปทางบ้านแม่ “อีกสองสามเดือนจะย้ายไปบ้านนู้น ทำครัวในครัวใหม่ แต่แม่ครัวคนเดิม”

บทความก่อนหน้านี้อนุสรณ์ ติปยานนท์ : In Books We Trust “หวังว่าวันนั้นคงยังไม่มาถึงในเร็ววัน”
บทความถัดไปหลังเลนส์ในดงลึก : ‘คู่หู’ / ปริญญากร วรวรรณ