สิ่งแวดล้อม : ไฮเดลเบิร์ก ‘นคร’ รถต้องห้าม / ทวีศักดิ์ บุตรตัน

ทวีศักดิ์ บุตรตัน
(ซ้าย) ศาสตราจารย์ ดร.เอ็กคาร์ต วูซเนอร์ (ขวา) สะพานจักรยานและคนเดินยาว 700 เมตร ข้ามแม่น้ำเนคการ์ เมืองไฮเดลเบิร์ก ออกแบบโดยบริษัทลาวา สะพานแห่งนี้เชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองทางเหนือและใต้ของเมือง ช่วยให้นักปั่นจักรยานและผู้คนได้สัญจรอย่างสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย เป็นอีกนโยบายลดมลพิษทางอากาศของเมือง

 

ทวีศักดิ์ บุตรตัน / [email protected]

 

ไฮเดลเบิร์ก ‘นคร’ รถต้องห้าม

 

“ไฮเดลเบิร์ก” ได้ชื่อว่าเป็นเมืองโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป

ตั้งอยู่บนแม่น้ำเนคการ์ โอบล้อมด้วยเนินเขาใหญ่น้อย

เป็นเมืองที่สร้างขึ้นมากว่า 800 ปี

เป็นศูนย์กลางของการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

อาคารสถาปัตยกรรมของเมืองสวยงามเต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์

วันนี้ไฮเดลเบิร์กกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เมืองไร้ “ควันพิษ”

 

ศาสตราจารย์ ดร.เอ็กคาร์ต วูซเนอร์ นายกเทศมนตรีแห่งเมืองไฮเดลเบิร์ก ประกาศว่า ภารกิจสำคัญคือการทำให้เมืองนี้เลิกใช้รถยนต์ที่มีเครื่องยนต์สันดาปด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิล และสนับสนุนให้ชาวเมืองหันมาเดินเท้า ขี่จักรยาน ใช้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ร่วมกันใช้ “คาร์พูล”

“วูซเนอร์” ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและรังสรรค์ให้เป็นเมืองปลอดควันพิษตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งลอร์ดแมร์ของไฮเดลเบิร์กเป็นสมัยแรกเมื่อปี 2549

ไฮเดลเบิร์กในมือของ “วูซเนอร์” ได้รับการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของเมืองในทุกๆ ด้าน

มีการสร้าง “บาห์นสแตดต์” (Bahnstadt) เอาโกดังรถไฟเก่าพื้นที่ 600 ไร่มาทุบทิ้ง ก่อสร้างเป็นอาคารที่พักอาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“บาห์นสแตดต์” มีคนอยู่ราว 5,600 คน ส่วนใหญ่เป็นนักวิทยาศาสตร์ นักศึกษา นักธุรกิจและพนักงานบริษัท ที่นี่มีโรงเรียน ร้านจักรยาน ร้านสะดวกซื้อ ร้านเบเกอรี่ สถานีคาร์พูล

จัดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้บริการสำหรับคนที่เดินทางร่วมกัน

ทุกอาคารเชื่อมด้วยทางเท้าและสวนสาธารณะ

 

คนในบาห์นสแตดต์ส่วนใหญ่ใช้จักรยานปั่นไปทำงานในเมือง ซึ่ง “วูซเนอร์” ทำไบก์เลนอำนวยความสะดวก

“บาห์นสแตดต์” ไม่ห้ามรถยนต์วิ่งเข้าไป แต่จำกัดความเร็ววิ่งได้ไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยกให้จักรยานเป็นพาหนะสำคัญ ภายในอาคารติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานและใช้พลังงานแสงอาทิตย์

ผู้บริหารเมืองไฮเดลเบิร์กสร้างสะพานจักรยานข้ามแม่น้ำเนคการ์ให้นักปั่นใช้โดยเฉพาะ

และออกแบบก่อสร้างถนนซูเปอร์ไฮเวย์สำหรับรถจักรยานเชื่อมต่อระหว่างชานเมืองกับใจกลางเมือง

เวลานี้ทางจักรยานเชื่อมโยงทั่วเมืองไฮเดลเบิร์กมีทั้งหมด 260 กิโลเมตร

เมื่อปีที่แล้ว ทางผู้บริหารเมืองจัดงบประมาณ 8.5 ล้านยูโรก่อสร้างทางจักรยาน และปีนี้ก็มีการก่อสร้างไบก์เลนเพิ่มขึ้นเพื่อให้ไฮเดลเบิร์กเป็นเมืองแห่งจักรยาน

“วูซเนอร์” ยังจัดงบประมาณซื้อรถบัสโดยสารพลังงานไฮโดรเจนมาใช้เป็นพาหนะขนส่งชาวเมืองแทนรถบัสเครื่องยนต์รุ่นเก่าๆ

ชาวไฮเดลเบิร์กที่มีรถยนต์ส่วนบุคคลถ้าแจ้งกับทางการว่าเลิกใช้รถเมื่อไหร่ ทางเมืองไฮเดลเบิร์กยินดีให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะฟรีๆ หนึ่งปี

ส่วนใครอยากซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทางไฮเดลเบิร์กควักเงินอุดหนุนให้ 1,000 ยูโร หรือราว 36,000 บาท และอีก 1 พันยูโรถ้าติดตั้งสถานีชาร์จแบตเตอรี่

 

“รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ไม่ปล่อยควันพิษ” วูซเนอร์บอกกับสื่อแต่ยังบ่นว่า แม้พยายามผลักดันให้ชาวเมืองใช้จักรยาน รถบัสพลังงานไฮโดรเจน และรถราง จนกระทั่งมีคนใช้รถยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิลเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่การจราจรในไฮเดลเบิร์กก็ยังติดหนึบอยู่อีก

“การขนส่งมวลชนเป็นปัญหาที่เรายังไม่ได้แก้ให้ลุล่วง รถยังติดในช่วงวันทำงานทั้งๆ ที่เกิดเหตุโควิด-19 ระบาด ส่วนรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าก็แพง”

วูซเนอร์ประนีประนอมกับคนที่ยังไม่มีเงินมากพอที่จะเปลี่ยนรถเก่าไปใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่ขอร้องให้ใช้คาร์พูลเดินทางร่วมกันกับเพื่อนบ้านเพื่อประหยัดพลังงาน

“ถ้าใครไม่ใช้คาร์พูลเพราะบ้านอยู่นอกเมืองไม่มีเพื่อนบ้านและไม่มีบริการขนส่งสาธารณะ ถ้าขับรถออกมาก็ขอให้ขับไปจอดที่สถานีรถไฟ ขึ้นรถไฟไปทำงานและไม่ควรขับเข้ามาในดาวน์ทาวน์” นายกเทศมนตรีเมืองไฮเดลเบิร์กบอกกับสื่อ

อาคารบ้านเรือนหรือร้านค้าในเมืองไฮเดลเบิร์ก ได้รับการปรับปรุงใหม่ ทางการสนับสนุนให้เปลี่ยนอุปกรณ์เก่าๆ เป็นอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ทำให้การใช้พลังงานลดลง 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ในเมืองเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

“วูซเนอร์” ประกาศให้ไฮเดลเบิร์กเป็นเมืองปลอดควันพิษภายในปี 2573 และวางแผนติดตั้งพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์

และเพิ่มสถานีเติมก๊าซไฮโดรเจนสำหรับรถบัสสาธารณะพลังงานไฮโดรเจนที่มีอยู่แล้ว 42 คัน

 

เมื่อต้นปีที่แล้ว เมืองไฮเดลเบิร์กเพิ่งติดตั้งสถานีก๊าซไฮโดรเจนสำหรับให้บริการรถยนต์ใช้ก๊าซไฮโดรเจนอีกแห่ง

“วูซเนอร์” บอกว่า นี่เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ไฮเดลเบิร์กเดินไปสู่ความเป็นเมืองไร้มลพิษ เทคโนโลยีไฮโดรเจนจะช่วยให้เมืองสะอาด เพราะรถยนต์ที่ใช้ก๊าซไฮโดรเจนไม่ปล่อยควันพิษออกมา

ภายในปีนี้ เมืองไฮเดลเบิร์กจะติดตั้งสถานีก๊าซไฮโดรเจน 30 จุด

รถยนต์ใช้เทคโนโลยีไฮโดรเจนหรือที่เรียกว่ารถเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel-cell vehicle) ที่วิ่งอยู่ในเมืองไฮเดลเบิร์ก นอกจากรถบัสโดยสารของเมืองแล้ว ยังมีรถเก๋งอีก 4 คัน 1 ในนั้นเป็นรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ของ “วูซเนอร์”

รถเซลล์เชื้อเพลิงเติมก๊าซไฮโดรเจนทุกๆ 500-700 กิโลเมตร และใช้เวลาในการเติมก๊าซเพียง 3 นาทีเท่านั้น

ลอร์ดแมร์แห่งเมืองไฮเดลเบิร์กต้องการซื้อรถบัสพลังงานไฮโดรเจนเพิ่มอีกหลายร้อยคันเพื่อลดการปล่อยก๊าซพิษ แต่ปรากฏว่าบริษัทผู้ผลิตทำไม่ทัน

“วูซเนอร์” สนับสนุนทุนให้กับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์กซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ก่อตั้งเมื่อ 633 ปีที่แล้ว ร่วมกันวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับการนำมาใช้ปรับปรุงเมืองให้มุ่งไปสู่ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ วูซเนอร์ยังชักชวนให้ชาวไฮเดลเบิร์กเข้าร่วมกระบวนการยกระดับความรู้ในทุกๆ ด้านเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเมือง

นี่คือทิศทางอนาคตของไฮเดลเบิร์ก เมืองโรแมนติกแห่งเยอรมนี

บทความก่อนหน้านี้เขย่าสนาม / เด็กเก็บบอล/ความหวังใหม่คนไทย เจ้าหนู ‘ธนวัฒน์’ อิน ‘พรีเมียร์’!
บทความถัดไปส.ว. ซัดฝ่ายค้านพฤติกรรมเหมือนเด็กแว้นชี้หน้าโทษคนอื่น ซัดเหตุสภาล่ม ถกร่างพ.ร.บ.ประชามติ